3 เทรนด์ประกันรถยนต์ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2018-2019 นี้

ads

เราทุกคนจะได้รับข่าวสารเกี่ยวกับการวงการเทคโนโลยีต่างๆแบบไม่เว้นวัน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี Home Automation ที่เป็นอะไรที่มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกกับบ้านที่อยู่อาศัย หรือจะเป็นในเรื่องของธนาคารที่ลดสาขาลงเพราะใช้ระบบออนไลน์ E-wallet กันทั้งนั้น และเราหลายคนก็ได้ยินคนพูดกันถึงเรื่องของ AI หรือ Artificial Intelligence, และแม้แต่ technology blockchain ฯลฯ ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนแต่เข้ามาแทนที่เทคโนโลยีแบบเดิมๆ ทั้งสิ้น และในปี 2018 ยาวไปจนถึง 2019 และอาจต่อไปเรื่อยๆ จะมีเทคโนโลยีที่เข้ามาอำนวยความสะดวก เกี่ยวกับการประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับ ประกันรถยนต์มากขึ้น เรามาดูกันว่า เทคโนโลยีไหน จะเข้ามามีผลกับการทำประกันรถยนต์กันบ้าง?

การใช้ Artificial Intelligence ในการคำนวณเบี้ยประกัน

ในเมื่อหลายๆ บริษัทมีการเก็บข้อมูลลูกค้า การทำ data mining หรือ การค้นข้อมูลค้า การจัดเก็บมันเป็นเรื่อง standard สำหรับทุกๆ บริษัทไปแล้ว ซึ่งในแง่ของความท้าทายเกี่ยวกับ Big data เหล่านี้ คือการนำมันออกมาใช้ และระบบที่จะนำออกมาใช้ได้ดีที่สุดก็คือการใช้ Artificial Intelligence หรือการใช้ AI มาตัดสินใจ การตัดสินใจของมนุษย์ มีข้อผิดพลาด ที่เรียกว่า Human Error แต่ ถ้าใช้ AI เข้ามาช่วยในเหตุการณ์เช่น การคำนวณเบี้ยประกันโดยการใช้ AI ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่ จะมีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด ดังนั้น คาดว่า การคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์ จะมีการใช้ Artificial Intelligence มาช่วยมากขึ้นในอนาคต

Smartphone + On Demand ใช้เฉพาะที่จ่าย

สิบปีที่แล้วใครยังจำได้บ้างว่า Cable TV ที่บ้าน มีระบบ On Demand Movie หรือการดูหนังชนโรงที่จ่ายได้เป็นรายครั้ง ผ่านกล่อง Cable หลังจากนั้นมา ก็มีการใช้มือถือแบบเติมเงิน ฯลฯ ซึ่งประกันรถยนต์ หากใครดูโฆษณาก็จะมี ประกันตามไมล์ ที่เชื่อมกับระบบ Smartphone ที่เมื่อมีการใช้รถยนต์ ระบบประกันก็จะเปิด อัติโนมัติ และ ถ้าไม่ได้ขับรถ ประกันก็ไม่ได้คุ้มครอง ทำให้ประหยัดเงินในการจ่ายค่าเบี้ยประกันไปนั่นเอง

การแชร์ฐานข้อมูลกันแบบ  Blockchain

เคยได้ยินกันมามาก บ่อยด้วย กับคำว่า บล๊อกเชน คำว่า BlockChain ก็คือชื่อเรียก technology ที่แชร์ ข้อมูลกันระหว่างองค์กร หรือระหว่างฐานข้อมูล เช่นพวกบัญชีการเงิน หนี้สิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และแม้แต่ประกันต่างๆ

การคำนวณค่าเบี้ยในอนาคต หากมีเทคโนโลยี Blockchain มาช่วยแล้วหล่ะก็ ถึงแม้ไม่ได้ทำให้เบี้ยถูกลง แต่ทำให้การคิดเบี้ยประกันนั้นสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น บริษัทประกันอาจใช้เทคโนโลยีแบบหลักเหตุผล (algorithm) มาใช้ในการคำนวณเบี้ยประกัน และสามารถถึงข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลอื่นๆมาเป็นปัจจัยในการคำนวณได้ ทำให้ได้ค่าเบี้ยที่แท้จริง และสมเหตุสมผลมากกว่า

ตัวอย่างการใช้ Blockchain กับประกันอาจมีให้เห็นไม่มาก แต่สำหรับ การขอสินเชื่อส่วนบุคคล หรือสินเชื่อบริษัท บางธนาคารมีการดึงข้อมูลจาก Social Media เช่น Facebook มาประกอบการพิจารณาการอนุมัติสินเชื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


สำหรับเทคโนโลยีต่างๆเหล่านี้ สำหรับเมืองไทยบ้านเรา คงยังเป็นผู้ตามอยู่เสมอ ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้ ยกเว้นแต่ว่า เป็นบริษัทประกันหน้าใหม่ๆ ที่อยากจะทำอะไรให้แตกต่าง เพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งหากมีผู้นำแล้วประสบความสำเร็จ แน่นอนว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ จะต้องเข้ามาเร็วกว่าเดิม กระหน่ำ แบบรัวๆ แน่นอน

หาความรู้เพิ่มเกี่ยวกับประกันรถยนต์

หาความรู้เพิ่มเกี่ยวกับ การเงิน และ การแต่งงาน