ads

ประกันชีวิตที่พ่วงมาจากบัตรเครดิตไม่คุ้มยังไง

บัตรเครดิต เป็นบัตรที่เอื้ออำนวยพร้อมให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ ในการ ชำระค่าบริการ และ ชำระสินค้า สิ่งที่สำคัญในการทำบัตรเครดิตของคนส่วนใหญ่ คือ การเอื้ออำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายต่าง ๆ เพราะบัตรเครดิตสามารถรูดได้ตามที่ต้องการ เพียงมีวงเงินในบัตรเครดิตที่เพียงพอเท่านั้น อีกทั้งยังได้รับ สิทธิพิเศษต่าง ๆ จากการใช้บัตรเครดิต อีกมากมาย ทั้งส่วนลด ของแถม โปรโมชั่นพาทเนอร์ รวมถึงเครดิตเงินคืน

นอกจากสิทธิพิเศษต่าง ๆ เหล่านี้แล้วยังมีในส่วนของ ประกันที่พ่วงมากับบัตรเครดิต ที่เราใช้ ที่มอบในส่วนของแผนความคุ้มครองต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ประกันอุบัติเหตุ หรือ ประกันชีวิต แต่ประกันเหล่านี้หากคนที่ไม่อยากทำประกันหรือกรมธรรม์เป็นเล่ม ๆ ก็สามารถถือจากบัตรเครดิตได้ แต่ก็ต้องดูในส่วนของความคุ้มครองและ ค่าเบี้ยประกันที่หักเป็นรายปีว่าคุ้มกว่าการทำกรมธรรม์เป็นเล่มหรือไม่ หากใกล้เคียงกันก็ให้ถือบัตรของบัตรเครดิตว็ก็เป็นเรื่องดี เพราะส่วนใหญ่บัตรเครดิตเป็นบัตรที่ต้องพกติดกระเป๋าสตางค์อยู่แล้ว

ประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งความคุ้มครองที่มีอยู่ในบัตรเครดิต แต่หลายคนเลือกที่จะยกเลิก เนื่องจากหลาย ๆ ปัจจัย และ ความไม่คุ้มค่าระหว่างเบี้ยประกันและความคุ้มครอง แต่จะมีเหตุผลไหนบ้างไปดูกัน

1 ยอดการชำระค่าเบี้ยประกันไม่แน่นอน

ค่าเบี้ยประกันส่วนใหญ่นั้นหากเป็นในส่วนของประกันชีวิตจะมีการคิดและคำนวณเงินจากปัจจัยที่เราเป็นอยู่เช่น เพศ อายุ สุขภาพ ต่างๆ แต่เนื่องจากประกันชีวิตที่พ่วงมากับบัตรเครดิตส่วนใหญ่จะใช้การคิดเบี้ยประกันเป็นแบบ คิดตามเปอร์เซ็นของยอดที่ค้างชำระ หรือ การคิดยอดเป็นเปอร์เซ็นต่างๆ ซึ่งเบี้ยเหล่านี้จะไม่คงที่ต่อการจ่ายประกัน

2 ความคุ้มครองไม่คุ้มค่า

หากเปรียบเทียบความคุ้มครองต่างๆแล้ว ถือว่าความคุ้มครองบางกรมธรรม์ยังไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร เพราะหากเทียบในส่วนของกรมธรรม์อื่นๆ ของบริษัทประกันที่เป็นผู้ดูแลจากธนาคารแล้ว ของบริษัทประกันเองค่อนข้างมีผลการคุ้มครองที่คุ้มค่ากว่าอยู่พอสมควร

3 ระยะเวลาในการจ่ายเบี้ยประกัน

ระยะเวลาในการจ่ายเบี้ยประกันแต่ละแผนหรือความคุ้มครองนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป แต่จากที่สังเกตของทางบัตรเครดิตจะมีส่วนในการที่ให้เราจ่ายเบี้ยประกันที่ใช้ระยะเวลานานกว่ากรมธรรม์ปกติดเล็กน้อย

4 จำนวนเงินเอาประกัน

จำนวนเงินเอาประกันนั้น ถือว่าไม่เยอะมากนักหากเป็นคนที่ต้องการใรส่วนของเงินทุนความคุ้มครองที่ค่อนข้างสูง เพราะเงินทุนประกันนั้นจะเริ่มต้นที่ 1 แสนบาท

5 ประกันชีวิตจะมาในรูปแบบของการพ่วงจากบัตรเครดิต

การทำประกันทุกประเภทนั้นเราต้องเป็นฝ่ายยินยอมในการทำประกันหรือ รับกรมธรรม์ เนื่องจากการทำประกันภัยนั้นเป็นการที่ผู้ประกันภัยต้องเต็มใจในการซื้อประกัน และ หากเป็นประกันแบบพ่วงมากับบัตรเครดิตนั้นส่วนใหญ่จะเป็นประกันอุบัติเหตุเสียมากกว่าและทางธนารคารจะแจ้งตั้งแต่ในตอนที่เราสมัครบัตรไว้แล้ว

6 ไม่ต้องตรวจสุขภาพ

ประกันชีวิตส่วนใหญ่จะมีการให้ตรวจสุขภาพยกเว้นแต่ว่า เป็นแผนที่ไม่ต้องตรวจสุขภาพเท่านั้นเราต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับร่างกายและสุขภาพให้ครบถ้วนไม่เช่นนั้นทางประกันจะไม่จ่ายในส่วนของค่าสินไหม เนื่องจากบิดเบือนความจริง และ ไม่แจ้งความจริงให้ผู้รับประกันทราบ

7 ไม่ทราบเกี่ยวกับข้อยกเว้น

การทำประกันทุกที่จะมีการแจ้งเกี่ยวกับข้อยกเว้นและเงื่อนไขต่าง ๆ ในการรับประกัน หรือ ไม่รับประกัน ในส่วนของประกันชีวิตจากบัตรเครดิตเราจะไม่ทราบเกี่ยวกับรายละเอียดกรมธรรม์ที่ไม่แน่ชัด เนื่องจากการทำประกันประเภทนี้จะมีในส่วนของเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้ง ความคุ้มครอง อาจทำให้เราไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับความคุ้มครองและข้อยกเว้น นอกจากตัวกรมธรรม์จะส่งถึงมือและเราทำการตรวจสอบ

8 รายละเอียดความคุ้มครองมีน้อย

รายละเอียดความคุ้มครองในกรมธรรม์ส่วนใหญ่ในส่วนของการเสียชีวิตจะมีการรับผิดชอบแค่ในกรณีสูญเสียชีวิตเท่านั้น เพราะในส่วนของประกันชีวิตจะขึ้นอยู่กับแบบแผนเช่น แบบสะสมทรัพย์จะมีในส่วนของเงินคืน ตามระยะสัญญา จะได้รับยอดเงินคืนกี่เปอร์เซ็น รวมถึงรายละเอียดในความคุ้มครอง ที่มีแจ้งมีเพียงว่าหากเสียชีวิตจะได้เงินทุนคุ้มครองเท่าไหร่

9 บางกรมธรรม์ซื้อประกันเพิ่มเติมไม่ได้

กรมธรรม์ประกันชีวิต ส่วนนั้นจะคุ้มครองแค่ชีวิต ไม่รวมในส่วนของค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจาก อุบัติเหตุ หรือ สุขภาพ ซึ่งหากต้องการรับความคุ้มครองต้องซื้อในส่วนของความคุ้มครองเหล่านี้เพิ่มเติม

10 แผนกรมธรรม์มีน้อย

แผนการคุ้มครองของกรมธรมม์จากบัตรเครดิตจะมีตัวเลือกให้เราเลือกน้อยมากๆ เพราะจะมีเพียงแผนหรือสองแผนในการที่พนักงานเสนอขายให้เท่านั้น ซึ่งบางแผนอาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการในความคุ้มครองรวมไปถึง บางครั้งเมื่อได้กรมธรรม์มาแล้วเราไม่โอเคกับความคุ้มครอง ก็จะทำเรื่องยกเลิกได้ค่อนข้างยาก

ประกันชีวิต ถ้าจะให้ดี เราควรไปเลือกด้วยตัวเองให้เห็นและศึกษารายละเอียดกรมธรรม์ให้ครบถ้วนจะดีกว่า เพราะประกันชีวิตเป็น การจ่ายเบี้ยประกันระยะยาว ไม่เหมือนประกันสุขภาพ และ ประกันอุบัติเหตุที่เป็นแบบปีต่อปี การทำประกันชีวิตเหมือนเป็นการจ่ายเงินก้อน เพราะหากเสียชีวิตก็จะได้มีส่วนของเงินทุนในค่าทำศพ และเป็นเงินมรดกให้ลูกหลานได้ใช้ต่อไปด้วย

READ MORE :