ads

รู้ไว้จะซื้อได้คุ้มที่สุด

การลดค่าใช้จ่ายเรื่องประกันรถยนต์ อาจหมายถึงการเพิ่มความเสี่ยงบนท้องถนน เมื่อประสบอุบัติเหตุได้ ดังนั้นการลดเบี้ยประกัน อยากให้เป็นทางออกสุดท้าย

เมื่อถึงตอนที่ ราคาน้ำมันขึ้น ข้าวของแพงขึ้น ทำให้มนุษย์เงินเดือน หรือสำหรับคนที่ต้องหาเช้ากินค่ำ ต้องตัดค่าใช้จ่ายหลายๆส่วนออกไป หนึ่งในนั้น รถยนต์เป็นค่าใช้จ่ายที่ มาเป็นประจำ และหากต้องซ่อมแต่ละที ก็ต้องใช้เงินหลักพันถึงหลักหมื่นบาทก็มี ดังนั้น หลายคนจึงหันมามองการตัดรายจ่ายเกี่ยวกับของจุกจิกในรถยนต์ เช่น การลดรายจ่ายเรื่องประกันรถยนต์ และหาประกันรถยนต์ที่ถูกที่สุด บางคนลดจากประกันชั้น 1 มาเหลือ ชั้น 3 นั่นคือการตัดรายจ่ายระดับหลักหมื่น มาเป็นหลักพัน เรียกได้ว่าเหลือเงินเติมน้ำมันอีกหลายเดือน บางคน ก็จากชั้น 1 มาเหลือ 2+ ซึ่งราคาแตกต่างกันไม่มาก แต่จริงๆแล้ว จะรู้ได้ไงว่า การลดระดับของกรมธรรม์ นั้นถูกต้องที่สุดแล้ว? เพราะการลดค่าใช้จ่ายเรื่องประกันรถยนต์ อาจหมายถึงการเพิ่มความเสี่ยงบนท้องถนน เมื่อประสบอุบัติเหตุได้ วันนี้เราจะมาดูกัน กับ 10 วิธีเลือก อาจจะเรียกได้ว่า ข้อแนะนำ หรือเทคนิคเลือกประกันรถยนต์ ที่คุณควรทำ เผื่อว่าจะได้ประกันรถยนต์ที่มีราคาถูกที่สุด และได้สิ่งที่ดีที่สุด เหมาะกับรถยนต์ที่คุณใช้ทุกวัน และ อาจเป็นรถยนต์ที่คุณรัก

    1. พยายามเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ก่อนประกันหมดอายุซัก 2-3 เดือน – แม้ว่า การเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ อาจจะดูยุ่งยากก่อนหน้านี้ เดี๋ยวนี้ มันมีการเช็คเบี้ยประกันรถยนต์แบบรวดเร็ว โดยผ่านช่องทางออนไลน์ และการเช็คเบี้ย ควรทำก่อนอย่างน้อยๆ 2-3 เดือน เพราะ จะทำให้คุณรู้แล้วว่า Cost หรือค่าใช้จ่ายของประกันบริษัทนั้นๆ เป็นอย่างไร ไหวมั้ย? และสามารถเลือกซื้อประกันรถยนต์ได้ก่อนล่วงหน้า มันคือการ Plan Ahead นั่นเอง
    2. อ่านรีวิวประกันรถยนต์ตัวนั้นๆก่อน – เช่นการอ่าน รีวิว Pantip และรีวิวหน้า Facebook ของบริษัทประกันนั้นๆ ซึ่งบางตัวเรามี รีวิวให้ เช่น บริษัท โบรคเกอร์ TQM ที่มีรีวิวค่อนข้างดี เพราะบริการหลังการขายดี เนื่องจากมี Call Center ทำงานกันทั้งวันทั้งคืนหลักพันคน ทางที่ดี คุณควรรู้จักประกันรถยนต์แต่ละประเภท ว่าแต่ละอย่างนั้น มีอะไรบ้าง ก่อนตัดสินใจทำประกันด้วย
    3. พยายามอย่าให้เครดิตเสีย – ปัจจุบัน การทำประกันอาจจะยังไม่ได้อ้างอิง Credit Score มากนัก แต่ในอนาคต การกำหนดเบี้ยประกันรถยนต์ อาจขึ้นอยู่กับเครดิตของผู้ทำประกันด้วย
    4. กำหนดค่าเสียหายส่วนแรกดีๆ – ค่าเสียหายส่วนแรก คือ ค่าใช้จ่าย ที่จะต้องจ่ายให้กับบริษัทประกัน เมื่อคุณจะเคลมประกัน ซึ่งบางบริษัทเค้ามีกำหนดค่าเสียหายส่วนแรกได้สูง เพื่อที่คุณจะสามารถซื้อประกันรถยนต์ได้ถูกลง การกำหนดค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Deductible อาจทำให้ค่าเบี้ยประกันลดลง แต่ หากเกิดอุบัติเหตุ คุณอาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายเยอะ ควรต้องคำนวณด้วย (อ่านต่อ : ค่าเสียหายส่วนแรกแบบ Excess และ Deductible)
    5. ดูกรมธรรม์ เกี่ยวกับทุนประกันภัยดีๆ – รถบางคันมีราคาสูง แต่ทำประกันแบบเบี้ยประกันต่ำ เวลามีเหตุขึ้นมา ค่าชดเชยอาจไม่ครอบคลุม กับตัวรถยนต์ ซึ่งต้องทำให้ต้องควักเงินเยอะขึ้น รถบางคันมีราคาต่ำ แต่ไปซื้อ ประกันรถยนต์ด้วยทุนสูง การกำหนด ทุนประกันภัย ให้เหมาะสมจะช่วยประหยัดเงินได้เยอะเลยทีเดียว
    6. ถ้าขับน้อย แนะนำ ประกันตามไมล์ – ถ้าคุณเป็นคนที่ขับรถยนต์น้อย ประกันตามไมล์ หรือ pay per mile อาจเหมาะกับคุณ เพราะจ่ายตามระยะทางที่ขับจริงๆ ทำให้ประหยัดค่าเบี้ยประกันไปได้เยอะเหมือนกัน
    7. ซ่อมห้างฯ ซ่อมอู่ เบี้ยประกันต่างกัน – หากซ่อมห้าง โดยปกติแล้วจะมีราคาแพงกว่า และถ้าหากค่าซ่อมเกิน คุณจะต้องออกส่วนต่างด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเบี้ยประกันซ่อมห้างก็จะแพงกว่าเช่นเดียวกัน ถ้าอยากประหยัด ก็เลือกซ่อมอู่ก็ได้
    8. อย่าซื้อรถแปลกๆมาก – รถแปลกๆ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง รถที่บินได้ หรือรถที่ดำน้ำได้ แต่เป็นรถที่ยี่ห้อที่ไม่ค่อยมีคนเล่นกันเช่น Volkswagen, Audi, Lamborghini, Pontiac, Opel และรุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่รถตลาด เพราะเบี้ยประกันจะแพงขึ้น หากเล่นรถพวกนี้
    9. จ้องซื้อประกัน ตอนมีส่วนลด หรือของแถม – คือตอนที่เค้ามีโปรโมชั่นประกันรถยนต์ คุณก็ต้องรู้เอาไว้ พยายามติดตามข่าวสารเกี่ยวกับประกันรถยนต์บ่อยๆ และควรดูบ่อยขึ้น หากใกล้เดือนต่อประกันซัก 2-3 เดือน โดยมากแล้ว บริษัทประกันเค้าจะออกแคมเปญ มาทั้งปี และค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้าฝน บางแห่ง ไม่ได้ให้ส่วนลดประกันรถยนต์ แต่อาจให้เป็นบัตรเติมน้ำมันฟรี ซึ่งบางครั้ง บัตรเติมน้ำมัน มีมูลค่ามากถึง 15% ของเบี้ยประกันรายปีเลยทีเดียว ก็ต้องไปเช็คให้ถี่ถ้วนก่อน เพื่อที่จะได้ของดีที่สุด อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการประหยัดเวลาของผู้อ่าน เรารวมโปรโมชั่นจ่ายเบี้ยประกัน + เติมน้ำมันฟรีมาให้ที่นี่แล้ว
    10. ใช้ประโยชน์จากบัตรเครดิต จ่ายค่าประกันให้ได้เยอะที่สุด – การใช้เงินสดในการจ่ายค่าประกันรถยนต์ หรือการโอนตังค์ จ่ายผ่าน counter service เป็นอะไรที่เสียดายโอกาสมากๆ เพราะ การทำประกันรถยนต์ มีมูลค่าสูงๆ เราจะสามารถได้รับ คะแนนสะสม จากการใช้บัตรเครดิตได้ด้วย นอกจากนั้น เรายังสามารถ ผ่อนประกันรถยนต์แบบ 0% ได้ยาวถึง 10 เดือนเลยทีเดียว หากคุณเป็นคนมีวินัย ผ่อนประกันหมดทุกเดือน โดยไม่ขาด มันจะเป็นอะไรที่คุณจะได้ประโยชน์ถึง 3 อย่าง คือ ได้ผ่อนประกันไม่ต้องจ่ายสด ได้คะแนนบัตรเครดิตเพิ่มเติม และสามารถซื้อประกันที่คุณอยากได้ได้อีกด้วย สำหรับคนที่อยากรู้ว่า ประกันรถยนต์ที่ไหนผ่อนได้บ้าง? เรารวมไว้ที่หน้านี้แล้ว >> รวม 7 บริษัทประกันรถยนต์ ผ่อน 0% ได้นานสุด 1 ปี 

การเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้ แนะนำว่า ควรเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ก่อนประกันหมดอายุซัก 1-2 เดือน เพื่อที่จะได้รู้ว่า ตัวไหน จากบริษัทประกันอะไรคุ้มค่าที่สุด