เอกสารต่อใบขับขี่รถยนต์ใช้อะไรบ้าง?

ads

“ลืมใบแพทย์ คือ เอกสารไม่ครบค่ะ” เจ้าหน้าที่บอก

หากคุณไม่ใช่คนขับรถบ่อยก็คงต้องหาข้อมูลเอกสารทำใบขับขี่เยอะหน่อย เมื่อทุกวันนี้การใช้ใบขับขี่นั้นสำคัญมากกับทั้งนักศึกษาอายุ 16 ปีขึ้นไปที่เริ่มใช้จักรยานยนต์ได้แล้ว รวมถึงน้อง ๆ อายุ 18 ปี ก็มีใบขับขี่ได้แล้ว และหากมีรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์เป็นของตัวเอง ก็เอาไปเข้าร่วมแอปพลิเคชั่นวิ่งรับส่งอาหาร หรือรับส่งเอกสารเป็นอาชีพเสริมได้ หากรับหลาย ๆ ที่ก็ได้เงินมากกว่าพนักงานประจำบางอาชีพเสียอีกด้วย ทีนี้เรามาดูกันว่าจะทำใบขับขี่รถยนต์ทั้งที ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ขอใบขับขี่รถยนต์ มีกี่แบบ?

ถ้าเราอ่านในข้อสอบเตรียมสอบขับรถก็จะพบว่า มี 2 แบบ ก็คือ ขอแบบชั่วคราว 2 ปี และแบบปกติ 5 ปี แต่หากไปต่อแถวที่กรมขนส่งจะพบว่ามีใบขับขี่ประเภทอื่น ก็คือ รถยนต์สาธารณะด้วย พี่ ๆ คนขับรถเมล์,รถบรรทุก, รถแท็กซี่ ก็ต้องไปต่ออีกแถวหนึ่ง แต่ในความจริงแล้วตอนต่อแถวนี้ ผู้เขียนขอแบ่งเป็น 4 แบบให้เข้าใจง่าย ๆ เพื่อที่จะไม่ได้ต่อแถวผิดนะคะ

  1. บุคคลทั่วไปที่ขอใบขับขี่ครั้งแรก เรียก “ใบขับขี่ชั่วคราว” มีอายุ 2 ปี (หากครบ 1 ปี เอาไปทำแบบปกติได้) สามารถเอาไปต่อได้หากใกล้หมดอายุ 60 วัน
  2. บุคคลทั่วไปที่ขอใบขับขี่เป็นครั้งที่ 2 ขึ้นไป เรียก “ใบขับขี่แบบปกติ / ใบขับขี่แบบ 5 ปี” หรือหากไปต่อแถว เรียกว่า แถวต่ออายุใบขับขี่ สามารถทำได้ก่อนหมดอายุ 90 วันนะจ้ะพี่จ๋า (แถบของใบขับขี่จะเป็นสีม่วง)
  3. คนขับรถสาธารณะ รถเมล์ รถโดยสาร รถทัวร์ รถแท็กซี่ แถบของใบขับขี่จะเป็นสีเหลือง ซึ่งพี่ ๆ จะต้องอายุ 22 ปีขึ้นไปถึงจะทำใบขับขี่สาธารณะได้
  4. ใบขับขี่ รถแทรกเตอร์ อายุผู้ทำใบขับขี่ประเภทนี้เท่ากับใบขับขี่ทั่วไปก็คือ 18 ปี แถบบนใบขับขี่จะเป็นสีชมพู
ภาพจาก https://mgronline.com/live/detail/9580000069242

เอกสารขอรับใบขับขี่

  1. หนังสือรับรองการอบรม
    1. สำหรับคนที่เพิ่งทำใบขับขี่ครั้งแรกจะต้องไปอบรม 15 ชั่วโมง หรือหากไปอบรมมาที่โรงเรียนสอนขับรถต่าง ๆ ก็เอามายื่นได้
    2. สำหรับคนที่ต้องต่ออายุ ใบขับขี่ 5 ปี หรือทำใบขับขี่สาธารณะต้องอบรมตามจำนวนที่กรมขนส่งกำหนด
  2. ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน สำหรับทำใบขับขี่ (หากวันจริงลืมเอามา แอบถามแม่ค้าแถวนั้นว่าหาใบรับรองแพทย์ได้ที่ไหนบ้าง มีคลินิกแถวหน้าขนส่งเพียบ)
  3. สำเนาบัตรประชาชน แม้ว่าหลายแห่งติดป้ายบอกว่าไม่ต้องใช้ แต่ก็ยังเห็นต้องใช้อยู่ พกไปด้วยกันเหนียว
  4. บัตรประชาชนตัวจริง เพื่อยืนยันว่าเป็นคุณมาขอเองจริง ๆ
  5. กรณีต่ออายุ ใช้ใบขับขี่เดิมด้วย
  6. กรณีใบขับขี่หาย ใช้เอกสารแจ้งหายด้วย ให้แจ้งหายที่ขนส่งได้เลย ไม่ต้องแจ้งความแล้ว

ทีนี้ถ้าหากลืมจริง ๆ ว่าต้องใช้อะไรบ้าง? และไม่รู้ว่าต้องไปขอเอกสารที่ขนส่งไหนใกล้ ๆ ที่อยู่ดี ให้ดาวน์โหลดแอป DLT Smart Licence นี้มา และ Log In ด้วยเลขบัตรประชาชน เพื่อจองคิวทำใบขับขี่ และดูว่ามีขนส่งใดอยู่ใกล้ ๆ บ้าง รวมถึง Recheck เอกสารของตัวเองโดยตรงได้ด้วย

สำหรับคนที่ไม่ได้อบรมจากโรงเรียนสอนขับรถยนต์ ต้องรีบแต่งตัวออกจากบ้านเช้า ๆ เพื่อมาเอาคิว แล้วเข้าไปต่อแถวรอคิวอบรม รอคิวสอบสมรรถนะ กว่าจะได้มานั้นรอเป็นวัน ๆ และการอบรมสำหรับขอใบขับขี่รถบรรทุกนั้นไม่ได้มีทุกวันด้วย ต้องไปดูประกาศของเจ้าหน้าที่เพื่อเช็ควันและเวลาอบรม

ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่

  • ทำใบขับขี่ครั้งแรก จ่ายเงิน 205 บาท
  • ต่ออายุใบขับขี่ครั้งที่ 2 ขึ้นไป จ่ายค่าธรรมเนียม 505 บาท
  • ส่วนใบขับขี่สาธารณะ หรือ ใบขับขี่ชาวต่างชาติ ต้องสอบถามกับกรมขนส่ง

อายุเท่าไหร่ ขับรถยนต์ได้ แบบไม่ผิดกฎหมายไทย

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบขับขี่

ที่มา https://www.dlt.go.th/th/driving-license/view.php?_did=81

ถ้าเจ้าหน้าที่แจ้งว่าขาดใบแพทย์ เขาหมายถึงใบรับรองแพทย์

หากคุณเตรียมเอกสารไม่ครบ ก็จะทำให้การรับคิวนั้นนานมาก กว่าจะตามหาใบรับรองแพทย์แล้วกลับมาต่อคิวอาจจะไม่ได้คิวในวันนั้นแล้ว รวมถึงการเข้าอบรมจะต้องมาต่อแถวแต่เช้า เพราะกรมขนส่งมีพื้นที่จำกัดในการรับคิวต่อวัน บางสาขารับได้เพียง 40 คนต่อรอบ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมตอนเช้าถึงมีคนมาเอาคิวเยอะมาก ๆ นั่นเอง

อุปกรณ์สำคัญนอกจากเอกสารและเงินนั้น ห้ามลืมเอาปากกาไป ควรพกปากกาที่เขียนติดดี ๆ ไป 1 ด้าม (หรือจะเอาไปมากกว่านั้นก็ได้ เพราะมีคนชอบยืมนั่นเอง) ไม่อย่างนั้นแล้วจะเสียเวลาหลาย ๆ อย่างเพื่อตามหาปากกามากรอก รวมถึงอย่าลืมเช็คหน้า แต่งหน้าแต่งตาให้ดีเพื่อมาถ่ายภาพ เพราะรูปบนใบขับขี่จะอยู่คู่กับคุณไปอีกนาน ♥

อ่านข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

Click อ่านข้อมูล “ใบขับขี่” ทั้งหมดได้ที่นี่