เพื่อความแฟร์.. Root Insurance ขอดูการขับก่อนออกเบี้ยประกันให้รถคุณ

ads

จะดีแค่ไหนถ้าประกันภัยเห็นพฤติกรรม ขับรถดี หรือ ขับรถแย่ ดูได้ตั้งแต่ก่อนเคลม

ในประเทศไทยมีประกันภัยรถยนต์กว่า 30 บริษัท เปิดให้บริการคุ้มครองรถยนต์ และ ผู้ขับขี่ ซึ่งแต่ละคนนั้นได้รับการออกกรมธรรม์ ให้จ่ายเบี้ยประกันไม่เหมือนกัน โดยมีปัจจัยหลัก ๆ คือ เพศ, อายุ ในบางประเทศระบุละเอียดถึง การศึกษา และอื่น ๆ วันนี้เพื่อความแฟร์ระหว่างผู้ขับขี่ และ บริษัทประกันภัย มีบริษัทโบรกเกอร์ตัวแทนจากต่างประเทศมาขอทดสอบฝีมือการขับขี่ของคนขับ ก่อนที่จะออกสัญญาให้เซ็นจ่ายเบี้ย

Test Drive เพื่อสกรีนลูกค้า

ถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย ที่จะมีบริษัทประกันมาขอให้ลองขับรถก่อนออกกรมธรรม์เบี้ยประกันภัยให้กับลูกค้า ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงให้กับบริษัทประกันภัยจะได้ไม่ต้องลองใจไป 12 เดือน เพื่อจะดูพฤติกรรมการขับของผู้เอาประกันภัย เพราะบางคนมาถึงก็ชนอย่างบุฟเฟ่ต์ เคลมทีรอบคัน ทำให้บริษัทประกันภัยปวดหัวกันเมื่อเห็นยอดเบี้ย พอจบไปปีหนึ่งก็ไม่ใช่ว่าลูกค้าจะขอต่ออายุกับบริษัทเรา ปีหน้าก็ย้ายไปทำเคลมกับที่อื่นอีก เวียนกันไป

แนวความคิดที่ขอดูพฤติกรรมการขับขี่ของผู้เอาประกันภัยก่อน เป็นของ บริษัท Root Insurance ซึ่งตอนนี้ ยังไม่ได้เข้ามาเปิดการตลาดที่ไทย แต่ก็คาดว่าจะมีมาในเร็ว ๆ นี้ ลองดูคลิป Presentation จากทาง Root Insurance ได้เผยแพร่ลงโซเชียลมีเดียกันก่อน ไม่น่าเชื่อว่าแนวคิดนี้จะทำให้ยอดลงทุนพุ่งสูงหลักพันล้านบาทไปแล้ว

ลูกค้าได้อะไรจากการทดลองขับ

อย่างแรก คุณอาจจะรู้สึกเสียเวลา ที่ไม่สามารถทำประกันภัยได้ทันทีหลังจากตกลงกับตัวแทนแล้วต้องการจ่ายเงิน ซึ่งในขณะเดียวกันนี้คุณเองจะได้อะไรที่มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น

  • ลดเบี้ยประกันภัย เป็นหลักหมื่น 
    • จากแต่ก่อนที่ทำกับบริษัทอื่น ต่อให้ปีนี้ขับดี ไม่เคลม ปีหน้าก็ไม่มีส่วนลดประกันอะไรเลย คาดว่่าทางบริษัทที่ออกโปรฯ ขอดูพฤติกรรมคนขับก่อนนี้ จะให้ส่วนลดมูลค่าสูงมาก สำหรับรถยนต์หรู ราคาแพง เพราะเคยเห็นแล้วว่าคนขับรักษารถอย่างไร?
  • ไม่ต้องจ่ายเบี้ยแพงตั้งแต่ปีแรก
    • คุณอาจจะได้รับส่่วนลดตั้งแต่ครั้งแรกที่สมัคร โดยทางเจ้าหน้าที่จะใช้ Score ที่วัดได้จากพฤติกรรมการขับขี่ของคุณ มอบส่วนลดให้จ่ายตามความเป็นจริง

ประกันรถยนต์ รู้พฤติกรรมการขับของเราได้อย่างไร?

เช่นเดียวกับประกันสุขภาพ ที่ทางบริษัทประกันภัยจะให้โหลดแอปฯ ไว้ติดตามอัตราหัวใจ และ นับจำนวนก้าว ของผู้ที่ออกกำลังกาย จึงรู้ว่ามีพฤติกรรมสุขภาพดีอย่างไร ทาง Root Insurance ก็จะออกแอปพลิเคชั่นขึ้นมาตัวหนึ่ง ซึ่งจะตรวจจับความเร็ว ได้จาก GPS ของผู้ขับขี่ ผ่านทางสมาร์ทโฟนที่มีเทคโนโลยี Geomagnatic sensor เพื่อวัดจังหวะการออกตัว และการเคลื่อนที่อีกด้วย ซึ่งใช้ระยะประมวลผลไม่เกิน 2 สัปดาห์ และ ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องไปลองขับที่สนามให้เจ้าหน้าที่ดูผลเช็คเบี้ยประกันภัยต่อหน้าอีกด้วย

ถือเป็นมิติใหม่ของการจ่ายเบี้ยประกันภัย โดยอเมริกาได้ใช้ระบบนี้แล้วตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมา และคาดว่ากำลังจะก้าวเข้ามาเป็นไอเดียออกเบี้ยประกันภัยให้กับลูกค้าประเทศอื่น ๆ ได้ดีทีเดียว

ข้อมูลจาก www.prachachat.net/breaking-news/news-213214

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ :