เปลี่ยนบริษัททำประกัน? – 4 ขั้นตอนก่อนย้ายค่ายที่ควรรู้

จะประหยัดเงินได้ที่สุดยังไง เมื่อคิดว่าต้องย้ายบริษัทประกันรถ?

ads

คนเราเวลาจะเปลี่ยนประกันรถยนต์ จากที่ทำอยู่ปีแรก สำหรับประกันรถยนต์ปีที่สองหรือสาม มันมีเหตุผลที่จะต้องเปลี่ยนอยู่ไม่เยอะ เช่น อยากประหยัดเงินจากเดิม เจอโปรโมชั่นประกันรถยนต์ที่ดีกว่าเดิม หรือบริษัทประกันรถยนต์ที่เก่าบริการไม่ดีก็อยากจะเปลี่ยน แต่สำหรับการย้ายค้ายประกันรถยนต์นั้น จริงๆแล้วมันมีขั้นตอนในการเปลี่ยนบริษัท ซึ่งก่อนจะย้ายผู้เชี่ยวชาญเค้าก็จะให้คำแนะนำว่า หากประกันรถรยนต์ของเดิมราคาดีอยู่แล้ว ถูกใจในบริการอยู่แล้วหรือไม่? หากถูกใจก็ไม่ต้องย้าย แต่ถ้าไม่พอใจ นี่คือ 4 ขั้นตอนของการ ย้ายค่ายประกันรถยนต์

1 ดูสถานการณ์รถยนต์คันปัจจุบันของตัวเองก่อน

การตรวจสอบตัวเองก่อนจะได้ทำให้รู้ว่าย้ายไปที่ใหม่แล้วจะได้ราคาถูกลงหรือเปล่า? ยกตัวอย่างเช่น หากเรามีการเคลมประกันรถยนต์ในปีที่ผ่านๆมา เบี้ยประกันก็จะไม่ได้ถูกลงกว่าเดิมแม้ว่าจะไปอยู่ที่ใหม่ก็ตาม รถยนต์แต่ละรุ่นที่จะย้ายค่ายก็มีผลเกี่ยวกับราคาเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์ตลาดเช่น Toyota Honda หรือ Mazda ก็จะมีเบี้ยประกันรถยนต์ที่มีราคาถูกกว่ารถยุโรปบางยี่ห้อ และเบี้ยต่างกันหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว

ข้อมูลเหล่านี้ หากเราสำรวจเอาไว้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีเพราะบริษัทประกันที่ใหม่เค้าจะต้องมีคำถามเกี่ยวกับพวกนี้ สำหรับการคำนวณเบี้ยประกันภัยรถยนต์ และจุดหนึ่งที่เค้าจะถามเพิ่มเติมก็คือ มีผู้ขับรถคันนั้นๆกี่คน นั่นหมายถึงว่า ระบุชื่อผู้ขับหรือไม่? หากระบุเบี้ยประกันภัยก็จะถูกลงมากกว่าเดิม

หลังจากนั้นลองไปดูตารางกรมธรรม์บริษัทเดิมที่ทำเมื่อปีที่ผ่านมาเสียก่อน และนำมาเปรียบเทียบกับกรมธรรม์ใหม่ที่เล็งเอาไว้เพื่อที่จะได้ดูความชัดเจนแบบหมัดต่อหมัดกันไปเลยทีเดียว จริงๆแล้วจุดนี้ใช้เวลาศึกษาไม่นานมากนัก แค่ไม่กี่นาทีก็รู้แล้ว แต่จะต้องอ่านให้ละเอียดซักหน่อย

2 เริ่มต่อรองกับเจ้าเดิม

เมื่อเช็คกรมธรรม์เดิมและได้เรื่องแล้วว่า ของเดิมมีทุนประกันเท่าไหร่ เบี้ยเท่าไหร่ คุ้มครองอะไรบ้าง? ขั้นตอนต่อไปก็คือลองโทรหา Call Center ประกันเจ้าเดิมดูว่า จะทำอย่างไรได้บ้างถึงจะได้ลดราคาเบี้ยในปีถัดไปได้บ้าง หรือมีอะไรที่พอจะเสริม พอจะตัดออกได้บ้างที่จะทำให้เบี้ยประกันลดลง และนี่คือ Checklist ที่โดยส่วนใหญ่แล้วจะทำให้ราคาเบี้ยลดลงสำหรับปีที่ 2

การพิจารณาสิ่งเหล่านี้ก่อนการย้ายค่ายประกันรถยนต์ แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การย้ายค่ายประกันรถยนต์ ไปที่ใหม่ แน่นอนว่าเค้าต้องถามคำถามถี่ยิบชัวร์ ซึ่งจะมีผลกับเบี้ยประกันด้วย และในบางครั้งก็จะมีราคาแพงกว่า ยกตัวอย่างเช่น ทำสินเชื่อรถยนต์ + ประกันชั้น 1 ไป หรือ ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล พร้อมกับการทำประกันรถยนต์ และพร้อมกับการขอสินเชื่อรถยนต์ การย้ายค่ายไปทำที่อื่นอาจจะทำให้เบี้ยประกันแพงขึ้นได้ เพราะได้ทำพ่วงกับสินเชื่อหรือประกันอุบัติเหตุเอาไว้ก่อนหน้านี้

จริงๆแล้วก่อนการที่จะติดต่อ Broker หรือบริษัทประกันภัยรถยนต์เจ้าใหม่ อาจจะทำได้ง่ายๆที่สุด คือการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมันก็สามารถเช็คได้ทั้งชั้น 1 ชั้น 2 และ ชั้น 3 ซึ่งจริงๆแล้ว หากเป็น Broker ที่มี บริษัทประกันภัยที่สามารถเปรียบเทียบได้เยอะๆ เช่น TQM Broker ก็จะยิ่งดีเพราะมีตัวเลือกให้เปรียบเทียบเยอะ

3 พยายามอย่าลดทุนประกัน

การทำประกันที่ถูกต้อง คือต้องถูกใจในราคาที่เหมาะสมที่สุด การที่มีทุนประกันและค่าเสียหายส่วนแรกในอัตราที่เหมาะสม เป็นอะไรที่ดีที่สุด และบางบริษัทประกันภัยรถยนต์ จะตั้งราคาให้ดึงดูดใจแต่จะมีค่าเสียหายส่วนแรกที่สูง อธิบายง่ายๆคือ เบี้ยประกันต่ำ แต่เวลาชน ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก 3-5,000 บาท นั่นคือจุดที่จะต้องเช็คก่อน (อ่านต่อ ค่าเสียหาย Excess กับ Deductible ต่างกันอย่างไร)

นอกจากนั้น ทุนประกันควรที่จะใกล้เคียงกับมูลค่าตลาดของรถยนต์คันนั้นๆ และอย่าพยายามไปลดมัน หากรถไม่ได้เก่าจนเกินไป เช่น รถยนต์คันหนึ่งอาจจะมีมูลค่าที่ 500,000 บาท ณ เวลาทำประกัน หากทำประกันด้วยทุนประกัน 100,000 บาท เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ประกันก็จะจ่ายที่ 100,000 บาท เท่านั้น ไม่เกินกว่านี้ และควรทำไม่ต่ำกว่า 70%-80% ของมูลค่ารถยนต์ ณ เวลานั้น และการประกันภัยแบบ Add On พวก ไฟไหม้ สูญหาย น้ำท่วม ก็ต้องมาดูว่า หากตัดออกไปแล้ว จะลดราคาไปได้เท่าไหร่ คุ้มมั้ยที่จะเสี่ยง

4 ขั้นตอนสุดท้าย คือแจ้งบริษัทประกันทั้งที่เก่าและที่ใหม่

หลังจากคำนวณว่าจะย้ายบริษัทประกันดี หรือไม่ย้ายดี เราจะรู้ได้เลยว่าเจ้าใหม่กับเจ้าเก่า บริษัทไหนคุ้มค่ามากกว่ากัน ครอบคลุมมากกว่ากัน และจุดสุดท้ายก็คือ ต้องแจ้งบริษัทประกันภัยทั้งสองแห่งก่อนทำการย้าย เพื่อปรึกษาและกำหนดวันหากจะย้าย และการแจ้งบริษัทเดิมว่าจะย้ายอาจทำให้เบี้ยประกันภัยถูกลงก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน

การย้ายประกันก่อนการหมดอายุประกัน บางบริษัทเค้าจะมีการคืนเบี้ยประกันให้ แต่ต้องดูตามสัญญาที่ทำไว้เบื้องต้นด้วย แต่อย่าย้ายบริษัทประกันโดยที่รถยนต์ประกันขาดเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เพิ่มความเสี่ยง เนื่องจากรถยนต์ไม่มีอะไรคุ้มครอง