ads

สิ่งที่ควรรู้

  • แม้ว่ารถจะมี พรบ. อยู่แล้ว แต่ประกันรถยนต์ ควรทำเอาไว้เพื่อลดความเสี่ยงทางด้านการเงิน
  • มีบริษัทเกิน 100 บริษัท ที่รับทำประกันรถยนต์ในไทย 1 ในนั้นอาจมีเบี้ยราคาถูกใจก็ได้
  • แต่ละบริษัท นำเสนอ ราคาที่แตกต่างกัน มีข้อดีและข้อเสียต่างกัน

ประกันรถยนต์ เป็นผลิตภัณฑ์ และ บริการ ในตัวเดียวกัน และเป็นสิ่งที่เราควรเปรียบเทียบราคามากที่สุด เนื่องจากมีหลายบริษัทแข่งขันกันทำตลาด โดยที่ผู้บริโภคจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ เพราะมีตัวเลือกเรื่องกรมธรรม์ ความคุ้มครอง และ ราคาค่อนข้างเยอะ ในปัจจุบัน กฎหมายไม่ได้บังคับให้เจ้าของรถยนต์ทำประกัน แต่ในอนาคตนั้นอาจเหมือนต่างประเทศที่ รถยนต์ทุกคันต้องทำประกันเอาไว้ ซึ่งถึงแม้ว่า ประกันรถยนต์ จะยังไม่ใช่ภาคบังคับ และยังเป็นแบบสมัครใจ แต่ราคาก็ยังคงเป็นสิ่งที่หลายคนมองไว้เป็นอันดับแรก ซึ่งจริงๆแล้วควรจะมองที่ผลประโยชน์มากกว่า

ราคาของบริษัทประกันรถยนต์ มีหลักๆ อยู่ 2 แบบ คือ บริษัทประกันที่มุ่งเน้นการทำโฆษณา ป่าวประกาศให้กับลูกค้ารู้ว่า ของเค้าถูกที่สุด ประหยัดที่สุด แต่บริษัทประกันอีกแบบนึงมุ่งเน้น บริการ และ คุณภาพ มากกว่าที่จะบอกให้ลูกค้ารู้ว่าลูกค้าจะประหยัดเท่าไหร่

ปัจจุบันประเทศไทยมี ผู้ให้บริการการประกันรถยนต์ 2 แบบ คือ เป็นบริษัทประกันโดยตรง (Direct) กับ บริษัทตัวแทนประกันภัย (Broker) สำหรับบริษัทประกันที่เป็นแบบตรง คือ เราซื้อตรงกับทางบริษัทนั้น โดยมากจะมุ่งเน้นเรื่องราคา แต่สำหรับ Broker จะเน้นไปในด้านบริการก่อนและหลังการขายนั่นเอง บริษัทประกัน และ โบรคเกอร์ ประกัน มีความแตกต่างกัน จึงควรศึกษาก่อน

แต่วันนี้ ที่นี่ เราจะมาศึกษาข้อดีข้อเสียของประกันรถยนต์ราคาถูก ที่มีเบี้ยรายเดือน หรือ รายปี ราคาถูกๆ โดยที่จะชี้ให้เห็นว่า มันแตกต่างกันยังไง และจริงๆ การหาประกันที่มีเบี้ยถูกที่สุด ไม่ใช่การโทรถาม หรือให้ Call Center โทรมาหา เดี๋ยวนี้เราสามารถตรวจสอบราคา และบริษัทที่เราอยากทำด้วย ออนไลน์ ได้เลย ไม่ต้องรอ

ข้อดีของเบี้ยประกันถูกๆ – มันก็คือเรื่องเงิน เรื่องประหยัด นั่นแหละ

ถ้าคุณเป็นคนใช้รถน้อยๆ ขับรถเรียบร้อย ไม่อารมณ์ร้อน การซื้อประกันราคาถูกๆ ก็อาจทำให้คุณประหยัดเงินได้มากโขในช่วงอายุเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคุณเป็นดังข้างต้น ประวัติดี เบี้ยประกันรถยนต์ จะลดลงทุกๆ ปี แต่ถ้าหากว่าไม่ได้ทำรายปี แต่เป็น ประกันรถยนต์ตามไมล์ คือ ขับเมื่อไหร่ก็ค่อยประกัน แบบนี้ ก็ยิ่งประหยัดเข้าไปใหญ่ ถ้าขับรถน้อยๆ คือถ้าขับน้อยจริงๆ บางเดือนเสียแค่หลักสิบ หลักร้อยบาทเท่านั้น จริงๆแล้ว มันมีวิธีประหยัดค่าประกันรถยนต์ ควรเข้าไปอ่านกัน จะได้ทราบว่าวิธีการทำให้มันประหยัดที่สุดนั้นทำอย่างไร?

คนไทยส่วนใหญ่จ่ายเบี้ยประกันอยู่ที่ 3,000 – 10,000 บาท ต่อปี สำหรับรถยนต์ หากคนไทยทำประกันที่ 10,000 บาท ต่อคัน  คนไทยเริ่มขับรถยนต์ตอนอายุ 20 ปี และขับรถถึงอายุ 60 ปี 40 X 10,000 = จะมีค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ถึง 400,000 บาท ต่อชั่วอายุคน และถ้าประกันรถยนต์มีราคาถูกลง จะด้วยส่วนลดหรือโปรโมชั่นอะไรก็ตามซัก 10% ทุกคนจะประหยัดไปได้ 40,000 บาท ตลอดชีวิต

หากดูเบี้ยราคาเบี้ยประกันที่ลดลงแล้ว หลายคนอาจจะบอกว่าไม่เยอะ แต่สำหรับ บางคนมันคือเงินส่วนเกินที่จะสามารถนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆได้

ข้อเสียของเบี้ยประกันราคาถูกๆ – ของถูกและดีไม่มีในโลกจริงๆ

เบี้ยประกันราคาถูกๆ โดยมากแล้วบริษัทประกันที่ออกเบี้ยถูก ไม่ได้ใจดี อย่างเช่น อยากได้กำไรน้อยๆ และให้ลูกค้าเยอะๆ ถามว่าจะมีบริษัทแบบนี้กี่บริษัทกัน? ส่วนใหญ่ที่ให้เบี้ยราคาถูกมา หากเค้าลดการโฆษณาไม่ได้ เค้าก็ต้องไปลดที่บริการแทน ทั้งนั้น เช่น

  • ลดเงินเดือนผู้ให้บริการ Call Center
  • ไม่ค่อยมีบริการหลังการขาย
  • ลดทุนประกัน หรือ เปลี่ยนแปลงข้อมูลในกรมธรรม์

อะไรก็ไม่น่ากลัวเท่า ข้อสาม คือการลดทุนประกัน หรือ เปลี่ยนแปลงความคุ้มครองในสัญญา ซึ่งตรงนี้ หากไม่อ่านให้ดี ไม่ศึกษาให้ดี ก็มีสิทธิที่จะโดนหลอกได้ด้วย

จริงๆแล้ว หากเป็นที่บริการไม่ดี เราอาจพอทนได้ แต่ถ้าเป็นการลดทุนประกัน หรือการหลอกลวง คนไทยก็ยังโชคดีที่มี คปภ ที่คอยดูแลเรื่องกฎหมายประกันภัยให้

ข้อดี : ของบริษัทประกันที่ให้ราคาเบี้ยถูกๆ

เอาหล่ะ บางบริษัทประกันก็อยากจะสร้างชื่อ พยายามโกยลูกค้า โดยมี package เท่ากับบริษัทอื่นๆ แต่ยอมตัดกำไรของตัวเอง เพื่อมอบให้กับลูกค้า และหวังว่าลูกค้ารู้ว่าของเค้าถูกที่สุด และมีการบอกกันแบบปากต่อปาก อันนี้ก็ต้องเป็นอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคอยู่แล้ว

ข้อเสีย : บริษัทประกันที่ยอมกำไรน้อยๆ

ราคาเบี้ยประกันถูกที่สุด บริการเร็วที่สุด บริการหลังการขายดีที่สุด เคลมได้เยอะสุด บริษัทประกันที่ทำได้แบบนี้ไม่มีในโลก 

บริษัทพวกนี้ ถึงแม้จะมีลูกค้าเยอะ แต่เนื่องจากมีกำไร ต่ำ ยอมขาดทุนเพื่อหาลูกค้าเพิ่ม อาจทำให้บริษัทอยู่ได้ไม่นาน และอาจต้องปิดกิจการไปในที่สุด หรือหากแย่น้อยไปกว่านั้นก็คือ การให้บริการที่ไม่ตรงตามโฆษณา เช่นการเคลมเร็ว ซ่อมเร็ว ฯลฯ

แล้วจะต้องทำตัวยังไง เมื่อเจอเบี้ยถูกๆ และ ถูกใจ?

เมื่อเจอเบี้ยถูกๆ แบบน่าสงสัย ทุกคนสามารถเช็คบริษัทนั้นๆ ก่อนได้ ว่าเป็นบริษัทที่ถูกต้องหรือเปล่า โดยการติดต่อ คปภ โดยตรง เบอร์ 02-5153999 และจำไว้อยู่เสมอว่า ของถูกและดี นั้นไม่มีแน่นอน หลังจากนั้นหากตรวจสอบว่าบริษัทประกันภัย หรือ โบรคเกอร์เจ้านั้นถูกต้อง ถูกกฎหมาย ค่อยเอาเบี้ยที่เแจ้งมาเช็คราคา และเปรียบเทียบราคาอีกที

แต่การเปรียบเทียบราคา ในบางครั้งนั้น ไม่สามารถบอกอะไรได้หมด เราจึงต้องตรวจสอบความคุ้มครอง และ ทุนประกันภัยไว้ด้วย เพราะหากราคายิ่งต่ำ ทุนประกันจะต้องต่ำตามไป และเผลอๆ มีค่าเสียหายส่วนแรก ที่ต้องเช็คกันด้วย