ads

อุบัติเหตุเล็ก ๆ ไม่บานปลาย ถ้ารู้จักหลีกเลี่ยง

แค่นอนอยู่ในบ้าน หรือเดินอยู่บนฟุตปาธก็ยังเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ไม่แปลกที่ยามคุณขับรถบนท้องถนนก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน และเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นในช่วงเวลาที่ต้องเร่งรีบแล้ว ทุกคนย่อมมีอารมณ์ร้อนอย่างแน่นอน ฉะนั้น อย่าแปลกใจที่คุณจะแจ็คพอตแตกเจอ “คู่กรณีหัวร้อน” หากคุณต้องพบเจอคู่กรณีหัวร้อน ควรทำอย่างไร เพื่อประคองสถานการณ์ระหว่างเจรจา ไม่ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่

เจอคู่กรณีหัวร้อน ควรทำอย่างไร ?

สำหรับอาการหงุดหงิดนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และกับทุกคน ยามที่ต้องพบเจอพฤติกรรมหรือสถานการณ์ที่ไม่ถูกตาต้องใจ ก็พาลให้หงุดหงิด ไม่ชอบใจ จนเกิดอาการหัวร้อนตามมา โดยอาการหัวร้อนที่อันตรายที่สุด คือ การหัวร้อน หรือหงุดหงิดจากการขับรถยนต์ และยิ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุด้วยแล้ว อาการหัวร้อนจะยิ่งทวีคูณขึ้นไปกว่าเดิม เพราะมันทำให้คุณรู้สึกว่า รถก็พัง แถมเสียเวลา จนทำให้เข้างานไม่ทัน โชคดีอาจแค่โดนตำหนิ แต่ถ้าโชคร้ายก็โดนตัดเงิน พออารมณ์พุ่งทะยาน จนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ พาลให้อยากเซไปปะทะกับคู่กรณีตลอดเวลา ดังนั้น ถ้าคุณไม่อยากสานเรื่องราวให้ใหญ่โต ยามพบเจอคู่กรณีหัวร้อน ควรปฏิบัติตัวตามนี้

(1) พยายามตั้งสติ และดึงสติของตนกลับมาทุกครั้ง ที่เริ่มรู้สึกโมโห หรือหงุดหงิด เพราะอาการหัวร้อนจะทำให้คุณลงมือกระทำอะไรแบบไม่คิด ฉะนั้น เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ควรดึงสติตัวเอง แล้วค่อย ๆ แก้ไขปัญหาตรงหน้าอย่างมีสติให้มากที่สุด อย่าริใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาเด็ดขาด

(2) หากมีการถกเถียงกันขึ้นมา หลังเกิดอุบัติเหตุ แนะนำให้แยกตัวออกมาจากบริเวณนั้นทันที เพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง เพราะหากฝืนทะเลาะกันด้วยอารมณ์ร้อนกันทั้งคู่ จะยิ่งทำให้เหตุการณ์บานปลายไปกันใหญ่

(3) ตอนที่อารมณ์ร้อนอยู่ หากไม่รู้จะระบายออกทางไหนดี ให้คุณโทรหาครอบครัว หรือประกันภัยรถยนต์ เพื่อขอคำปรึกษา ซึ่งการพูดคุยกับบุคคลภายนอก (ที่ไม่ใช่คู่กรณี) จะช่วยดึงสติให้คลายอารมณ์หัวร้อนได้ดีกว่าไประบายใส่คู่กรณีให้เกิดปัญหาเพิ่ม เพราะหากเกิดการทะเลาะวิวาทกัน ทุบตีชกต่อยกัน ต้องจ่ายค่าประกันตัวเองนะจ๊ะ

(4) ให้ลองทำหูทวนลม ไม่ตอบโต้ นิ่งสงบ ปิดหูปิดตาปิดปาก น่าจะทำให้ช่วยดับหัวร้อนได้ไม่น้อย

(5) ลองพูดคำว่าขอโทษก่อน คำพูดง่าย ๆ ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายผิด หรือฝ่ายถูก การเลือกขอโทษ เป็นสิ่งที่แสดงออกถึงความจริงใจ ความรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งการเอ่ยคำว่า ขอโทษ จะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นมาได้

นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด ยามเกิดอุบัติเหตุไม่ได้มีแค่เรื่องการควบคุมสติของตน แต่ยังมีอีกสิ่งที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรกระทำ นั่นคือ “การโทรเรียกประกันภัยรถยนต์” และควรให้ประกันมาถึงจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด พร้อมกันนี้ ระหว่างโทรแจ้งประกัน คุณควรขอคำปรึกษาจากบริษัทประกันว่าเกิดเหตุแบบนี้ควรจะทำเช่นไรดี ดังนั้น การมีประกันภัยรถยนต์ไว้ จะช่วยทำให้คุณอุ่นใจได้ทุกครั้งที่ต้องนั่งอยู่หลังพวงมาลัย


READ MORE :