ads

ทำไมร่างกายถึงขาดน้ำ มีวิธีป้องกันหรือไม่

อย่างที่ทราบกันดีว่า ร่างกายของมนุษย์นั้นประกอบด้วย “น้ำ” ถึงสองในสามส่วนของร่างกาย โดยน้ำที่ว่านี้ เป็นทั้งส่วนประกอบหลักของเลือด ที่ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ รวมถึงน้ำยังช่วยรักษาสมดุลเพื่อให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกตินอกจากนี้น้ำในร่างกายยังต้องสมดุลไปกับสภาวะเกลือแร่ด้วย แล้วภาวะร่างกายขาดน้ำ เกิดจากอะไร เราสามารถป้องกันได้ไหม ? ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลย

ภาวะขาดน้ำ คืออะไร ?

เป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ จนส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบไหลเวียนและอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกาย อาทิ หัวใจ สมอง ไต หรือกล้ามเนื้อ เป็นต้น โดยอาการของภาวะขาดน้ำนั้น มีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน ตามนี้

ภาวะขาดน้ำช่วงต้น : จะมีอาการปากแห้ง คอแห้ง กระหาย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มึนงง วิงเวียน

ภาวะขาดน้ำระดับกลาง : หากขาดน้ำมากขึ้นจะเริ่มกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิต อาทิ ปัสสาวะออกน้อย ชีพจรเต้นเบาเร็ว หรือความดันโลหิตต่ำ

ภาวะขาดน้ำระดับรุนแรง : จะส่งผลให้การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายล้มเหลว โดยเฉพาะอาจเกิดอาการไตวายเฉียบพลัน ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต

ภาวะขาดน้ำ มีสาเหตุมาจากอะไร

สาเหตุของภาวะขาดน้ำที่พบบ่อย ๆ พบว่า มี 2 กลุ่มใหญ่ ประกอบด้วย

1. การสูญเสียน้ำ โดยอาจเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ อย่างการสูญเสียน้ำทางปัสสาวะ ทางเดินอาหาร และเหงื่อ อาทิ เกิดอาการท้องร่วง อาเจียนปริมาณมาก ปัสสาวะมากผิดปกติจากน้ำตาลในเลือดสูงหรือยาบางชนิด ภาวะไข้สูง หรือเป็นลมแดดที่ทำให้สูญเสียน้ำทางผิวหนังมากกว่าปกติ

2. การได้รับน้ำเข้าร่างกายไม่เพียงพอ หรือเกิดจากการดื่มน้ำในปริมาณที่น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ โดยปกติในแต่ละวัน ควรดื่มน้ำวันละประมาณ 2 ลิตร แต่ถ้าคุณดื่มน้ำเพียง 0.6 ลิตรตลอดทั้งวัน และเป็นเวลาติดต่อกัน ก็มีแนวโน้มที่อาจตกอยู่ในภาวะขาดน้ำได้เช่นกัน

สัญญาณเตือนระยะแรกของภาวะขาดน้ำ

หากไม่มั่นใจว่า คุณเสี่ยงเกิดอาการภาวะขาดน้ำหรือไม่ ลองมานั่งเช็คดูว่า ตอนนี้ร่างกายตนเองกำลังเผชิญอาการเหล่านี้อยู่หรือไม่ ?

  • รู้สึกกระหายน้ำและมึนงง
  • ปากแห้ง คอแห้ง
  • อ่อนเพลีย
  • ปัสสาวะออกน้อย มีสีเข้ม และกลิ่นแรง

กลุ่มเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ

บอกเลย ไม่ว่าใครก็สามารถตกอยู่ในภาวะขาดน้ำได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากกว่าปกติ นั่นคือ ….

(1) เด็กทารก เนื่องจากมีน้ำหนักน้อย และมีความอ่อนไหวต่อภาวะขาดน้ำ แม้จะสูญเสียน้ำในปริมาณที่น้อยก็ตาม

(2) ผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มบุคคลที่มีความตื่นตัวน้อยต่อการดูแลตนเอง ด้วยการดื่มน้ำมาก ๆ อาจด้วยไม่สะดวกกับการที่ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ

(3) ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพระยะยาว อาทิ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือติดแอลกอฮอล์

(4) นักกีฬา สำหรับคนกลุ่มนี้ จะมีการสูญเสียน้ำในรูปแบบของเหงื่อในปริมาณมาก อันเกิดจากการออกกำลังกายเป็นเวลานาน

รู้ได้อย่างไร ? ว่าควรไปพบแพทย์ ด้วยอาการภาวะขาดน้ำ

คุณควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ทันที เมื่อมีอาการ ดังต่อไปนี้

  • กระหายน้ำรุนแรง
  • รู้สึกอ่อนเพลียผิดปรกติ หรือสับสน
  • ไม่ปัสสาวะเลยเป็นเวลาแปดชั่วโมงขึ้นไป
  • หัวใจเต้นเร็ว ชีพจรเต้นเร็ว
  • วิงเวียนศีรษะเมื่อลุกขึ้นยืน และอาการยังคงอยู่เป็นเวลาหลายวินาที
  • มีอาการชัก
  • สังเกตสีของปัสสาวะว่าเข้มหรือไม่
เพราะหากปล่อยให้เกิดภาวะขาดน้ำเป็นเวลานาน อาจพัฒนาจนกลายเป็นภาวะร้ายแรงได้

วิธีการรักษาภาวะขาดน้ำ

ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการภาวะขาดน้ำที่ดีที่สุด คือ การเติมน้ำเข้าร่างกาย ด้วยการดื่มน้ำมาก ๆ โดยน้ำที่ดื่มเข้าไป ควรจะเป็นน้ำเปล่า หรือน้ำผลไม้เจือจาง และการดื่มน้ำหวานจะช่วยชดเชยน้ำตาลที่สูญเสียไปได้เช่นกัน ส่วนการรับประทานขนมคบเคี้ยวเค็ม ๆ จะสามารถชดเชยเกลือที่หายไปได้

ภาวะขาดน้ำ สามารถป้องกันได้หรือไม่

เพียงคุณดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน ก็ป้องกันภาวะขาดน้ำได้แล้ว แต่ทั้งนี้ ถ้าตกอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศร้อนจัดเป็นเวลานาน รวมถึงการออกกำลังกายที่มีการสูญเสียเหงื่อ ก็ควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไป


READ MORE :