Home Insurance health พิษของการดื่มแอลกอฮอล์ ภัยร้ายใกล้ตัวคุณ

พิษของการดื่มแอลกอฮอล์ ภัยร้ายใกล้ตัวคุณ

เกิดภาวะสุราเป็นพิษ ต้องดื่มเหล้าเยอะขนาดไหน

จากกระแสข่าวการเสียชีวิตของ “ลัลลาเบล” พริตตี้สาวสวย อายุ 25 ปี ที่เสียชีวิตในล็อบบี้คอนโดฯ แห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562 โดยผลการตรวจเลือดของ ลัลลาเบล พบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด มากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ซึ่งปริมาณแอลกอฮอล์ที่พบ เป็นสาเหตุให้ ลัลลาเบล เสียชีวิตจากภาวะสุราเป็นพิษ

เมื่อเอ่ยถึง “ภาวะสุราเป็นพิษ” ทำให้หลายคนสงสัยว่า ต้องดื่มมากขนาดไหนถึงมีภาวะเช่นนี้ และสัญญาณเตือนก่อนช็อกเพราะสุราเป็นพิษเป็นอย่างไร ลองไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลย

ภาวะสุราเป็นพิษ คืออะไร ?

ภาวะสุราเป็นพิษ หรือ ALCOHOL POISONING คือ ภาวะที่เกิดขึ้น เมื่อคุณดื่มสุราเข้าไปในปริมาณมากจนถึงระดับที่เป็นอันตราย โดยภาวะสุราเป็นพิษ มักเกิดขึ้นจากการดื่มสุราในปริมาณมาก ๆ ในช่วงเวลาอันสั้นแบบไม่ยั้งมือ ฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรม “ซดเร็ว” เพราะอาจก่อให้เกิดอาการเสพติด หรือดื่มสุราในปริมาณที่มากเกินไปจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ดื่มแอลกอฮอล์ขนาดไหน เสี่ยงภาวะสุราเป็นพิษ

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การรับแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก ไม่ต่างจากที่คุณกำลังโดนยาสลบ ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดแต่ละระดับ ก็มีผลกระทบแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

(1) ถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 30 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือดื่มสุรา 4 แก้ว แก้วละ 1 ฝาขวดแม่โขง ผู้ดื่มจะมีอาการครึกครื้น สนุกสนานร่าเริง

(2) ถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือดื่มสุรา 6 แก้ว แก้วละ 1 ฝาขวดแม่โขง ผู้ดื่มจะมีอาการของการควบควบคุมการเคลื่อนไหวเสียไป ไม่สามารถควบคุมได้ดีเท่าภาวะปกติ

(3) ถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือดื่มสุรา 12 แก้ว แก้วละ 2 ฝาขวดแม่โขง ผู้ดื่มจะมีอาการเดินไม่ตรงทาง

(4) ถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือดื่มสุรา 24 แก้ว แก้วละ 2 ฝาขวดแม่โขง ผู้ดื่มจะเกิดอาการสับสน

(5) ถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ผู้ดื่มจะมีอาการ ง่วง สับสน/งงงวย และซึม

(6) ถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ผู้ดื่มจะเกิดอาการสลบ และอาจถึงตายได้

สัญญาณเตือนภาวะสุราเป็นพิษ

สำหรับสิงห์นักดื่มที่ชื่นชอบการอัดแอลกอฮอล์เข้ากระแสเลือด หากระหว่างที่นั่งดื่มอยู่ คุณเกิดอาการดังต่อไปนี้ แสดงว่า ตัวคุณมีความมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นภาวะสุราเป็นพิษ

(1) เกิดอาการจิตสับสน

(2) พูดไม่ชัดหรือพูดไม่รู้เรื่องอย่างหนัก

(3) การทำงานประสานกันของอวัยวะบกพร่อง

(4) อาเจียน

(5) จังหวะการหายใจผิดปกติหรือหายใจช้าลง

(6) ตัวเย็นผิดปกติจนทำให้ผิวหนังซีดหรือกลายเป็นสีม่วง

(7) หมดสติ ไม่รู้สึกตัว

(8) เกิดภาวะกึ่งโคม่า ซึ่งยังรู้สึกตัวแต่ไม่สามารถตอบสนองการรับรู้ได

(9) ในกรณีที่ภาวะสุราเป็นพิษรุนแรงอาจส่งผลทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการโคม่า สมองถูกทำลาย และอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด

กรณีที่พบคนเมาสุราระดับรุนแรง ควรทำอย่างไร ก่อนนำส่งโรงพยาบาล

(1) พยายามปลุกผู้ป่วยให้ตื่นและพยายามพยุงให้อยู่ในท่านั่ง

(2) ให้ดื่มน้ำเปล่าหากผู้ป่วยยังสามารถดื่มได้

(3) หากผู้ป่วยเป็นลมหมดสติ ให้จัดผู้ป่วยในท่านอนตะแคงหรือท่าพักฟื้น และคอยตรวจดูว่าผู้ป่วยยังคงหายใจอยู่

(4) พยายามทำให้ร่างกายของผู้ป่วยอบอุ่น

(5) อยู่กับผู้ป่วยและคอยสังเกตอาการจนกว่ารถพยาบาลจะมารับผู้ป่วยไปโรงพยาบาล และที่สำคัญห้ามปล่อยให้ผู้ป่วยนอนหลับเด็ดขาด นั่นเพราะระดับของแอลกอฮอล์ยังคงมีอยู่ในเลือดสูงประมาณ 30-40 นาทีหลังจากที่มีการดื่มครั้งสุดท้าย

รู้หรือไม่ ! ควรจำกัดปริมาณการดื่มสุราไว้ที่เท่าไหร่ ?

เพื่อลดอัตราเสี่ยงจากการดื่มสุราแบบไม่บันยะบันยัง หรือแบบไม่สงสารร่างกายตัวเอง ลองไปดูกันว่า ทั้งเพศชายและเพศหญิงนั้น

(1) ไม่ควรดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เกินกว่า 14 ดื่มมาตรฐานต่อสัปดาห์

(2) หากต้องการลดปริมาณการดื่มลงเรื่อยๆ แนะนำให้มีการกำหนดวันปลอดสุรา 2-3 วันในแต่ละสัปดาห์

(3) หากดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เกินกว่า 14 ดื่มมาตรฐานต่อสัปดาห์ แนะนำว่าไม่ควรดื่มหนักในคราวเดียวแต่ควรแบ่งปริมาณการดื่มออกเป็นหลาย ๆ วัน

แต่ไม่ว่า คุณจะคอยสังเกตอาการตัวเอง หรือคนรอบข้างดีแค่ไหน ก็อาจไม่เพียงพอที่จะป้องกันตัวคุณจากภาวะสุราเป็นพิษ ฉะนั้น ขอให้สิงห์นักดื่มทั้งหลายพึงย้ำกับตนเองว่า ไม่ควรดื่มแบบ binge drinking หรือการดื่มปริมาณมากเป็นครั้งคราวหรือการดื่มมากติดต่อกันในช่วงเวลาสั้น ๆ แบบ “เมาหัวราน้ำ” เด็ดขาด โดยเฉพาะการดื่มเหล้าแบบเพียว ๆ หรือดื่มเบียร์แบบแก้วต่อแก้ว ตามการท้าทายของกลุ่มเพื่อน ห้ามเด็ดขาด ! นั่นเพราะการดื่มในลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะสุราเป็นพิษและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้


READ MORE :

Exit mobile version