“ปลายประสาทอักเสบ” โรคร้ายคนทำงาน หากปล่อยนานรักษายาก

ads

โรคร้ายคุกคาม ชีวิตมนุษย์เงินเดือน

ด้วยวิถีชีวิตปัจจุบันของคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียนหรือวัยทำงานล้วนต้องใช้ชีวิตแข่งกับเวลา และการที่ต้องเผชิญมลภาวะแทบทุกวัน ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนไม่น้อย ซึ่งปัญหาสุขภาพที่ว่า ก็แฝงอยู่ในตัวของเราโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน จนกว่าจะแสดงอาการ แถมอาการดังกล่าวอาจมาแบบชั่วครั้ง ชั่วคราวอีกด้วย อย่างอาการมือชา เท้าชา ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่พอเห็นว่า จู่ ๆ อาการก็สามารถหายได้เอง จึงไม่ได้ใส่ใจ จนละเลยไปว่า อาการชาที่เกิดขึ้นนั้น อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคปลายประสาทอักเสบ” ได้

โดย “โรคปลายประสาทอักเสบ” นั้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี อาจทำให้มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อลีบ รวมไปถึงความรู้สึกรับรู้ลดลง จนสุดท้ายคุณอาจหมดความรู้สึกที่อวัยวะส่วนนั้นได้ พอเห็นภาพความรุนแรงของโรคปลายประสาทอักเสบกันแล้ว และเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง ตามไปดูกันดีกว่า ว่าโรคปลายประสาทอักเสบ มีสาเหตุมาจากอะไร และมีวิธีการรักษาแบบใด ?


โรคปลายประสาทอักเสบ คืออะไร ?


เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการของเส้นประสาท ซึ่งทําหน้าที่นําคําสั่งจากสมองและไขสันหลังไปยังอวัยวะต่าง ๆ รวมถึง ทําหน้าที่รับความรู้สึกจากอวัยวะต่า งๆ กลับไปยังสมอง โดยเส้นประสาทที่มีความสำคัญในร่างกายมนุษย์นั้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย

1. ประสาทรับความรู้สึกซึ่งเป็นเส้นประสาทที่เชื่อมต่อ สมอง และไขสันหลังกับผิวหนัง หรืออวัยวะภายใน

2. เส้นประสาทสั่งการหรือนําคําสั่ง ซึ่งเป็นประสาทที่เชื่อมต่อสมองและไขสันหลังกับกล้ามเนื้อ

3. ระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งเป็นประสาทที่เชื่อมต่อสมองและไขสันหลังกับอวัยวะภายใน


โรคปลายประสาทอักเสบ มีอาการแบบใด ?


สำหรับผู้ป่วยด้วยโรคปลายประสาทอักเสบ อาจมีอาการชาตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือความรู้สึกลดลงที่บริเวณปลายมือและเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง เสียการทรงตัวหรือเดินเซ นอกจากนี้ บางคนอาจมีอาการอย่างอื่น อาทิ ความดันโลหิตลดลงต่ำ ท้องผูกหรือท้องเสีย อาหารย่อยยาก เหงื่อออกมากกว่าปกติ


อาการของโรคปลายประสาทอักเสบ


ผู้ป่วยที่เป็นโรคปลายประสาทอักเสบ จะมีอาการชาตามส่วนต่างๆ หรือความรู้สึกลดลงที่บริเวณปลายมือและเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง เสียการทรงตัวหรือเดินเซ เนื่องจากการรับความรู้สึกที่เท้าผิดปกติ ความดันโลหิตลดลงต่ำ ท้องผูกหรือท้องเสีย อาหารย่อยยาก เหงื่อออกมากกว่าปกติ ซึ่งอาการดังกล่าว มักเป็นตลอดเวลา หรือเป็นๆ หายๆ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค

ทั้งนี้ หากพบว่ามีอาการชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้าลามถึงสะโพก อย่านิ่งนอนใจ เพราะหากปล่อยไว้นานๆ อาจเป็นโรคอัมพฤกษ์-อัมพาตได้ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากกระดูกสันหลังหักกดทับเส้นประสาทนั่นเอง


โรคปลายประสาทอักเสบ มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง ?


สำหรับสาเหตุของโรคปลายประสาทอักเสบนั้น มีหลากหลายสาเหตุและนี่คือ สาเหตุของโรคปลายประสาทอักเสบบางส่วนที่เรานำมาฝาก

– โรคเบาหวาน

– เส้นประสาทถูกกดทับ จากการใส่เฝือก หรือใช้ไม้ค้ำ หรือการใช้งานข้อมือซ้ำๆ เป็นสาเหตุที่มักพบในผู้สูงวัย และผู้ที่ทำกิจกรรมในอิริยาบถเดิม ๆ เป็นเวลานาน เช่น การนั่งหรือนอนตลอดทั้งวัน

– เกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดบาดแผลและความเสียหายต่อเส้นประสาท เช่น การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุอื่นๆ

– โรคทางภูมิคุ้มกัน เช่น โรคข้อรูมาตอยด์ โรค SLE โรคปลอกประสาทอักเสบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง และโรคหลอดเลือดอักเสบ เป็นต้น

– ป่วยเป็นโรคเนื้องอกหรือมะเร็ง


มีใครบ้าง ? ที่เสี่ยงเป็นโรคปลายประสาทอักเสบ


กลุ่มอาการเสี่ยงต่ออาการชาจากโรคปลายประสาทอักเสบ สามารถแบ่งได้ดังนี้

– ผู้ที่รับประทานอาหารเจ มังสวิรัติ ปลาร้า ใบชา หรือใบเมี่ยง เนื่องจากอาหารประเภทนี้จะมีสารทำลายวิตามิน B1 หากรับประทานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ขาดวิตามิน B1 ได้

– กลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นกลุ่มบุคคลที่ขาดวิตามิน B1, B6 และ B12 เป็นเพราะทานอาหารได้น้อยกว่าวัยอื่น ๆ ประกอบกับร่างกายของผู้สูงอายุดูดซึมวิตามินได้ลดลง


วิธีการรักษาโรคปลายประสาทอักเสบ


สำหรับวิธีการรักษาอาการชาปลายนิ้วมือ นิ้วเท้านั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วย

ระดับที่ 1 มีอาการชาไม่รุนแรง

เป็นระดับที่คุณอาจเผชิญอาการชาแปล๊บ ๆ เป็นระยะเท่านั้น เมื่อเกิดอาการดังกล่าวให้สะบัดข้อมือ ข้อเท้า หรือเปลี่ยนอิริยาบทใหม่ ก็ช่วยรักษาอาการดังกล่าวได้

ระดับที่ 2 อาการชารุนแรงและต่อเนื่อง 

เมื่อคุณมีอาการชาที่ปลายมือ ปลายเท้าในระดับที่รุนแรง ทั้งเกิดอาการถี่ขึ้นด้วย อาจต้องทานยาต้านการอักเสบของเส้นประสาท เพื่อบรรเทาอาการ แต่ทั้งนี้ ถ้าอาการชายังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเอ็นที่กดรัดเส้นประสาทนั้นออก

ระดับที่ 3 ผลข้างเคียงจากโรคอื่น 

อาทิ โรคเบาหวาน ผู้ป่วยควรลดระดับน้ำตาลในเลือด สำหรับหญิงวัยหมดประจำเดือน แพทย์อาจให้วิตามินเสริมแก่ร่างกาย เป็นต้น

ฉะนั้น หากพบว่ามีอาการชา อ่อนแรงหรือเจ็บผิดปกติที่มือหรือเท้า ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเส้นประสาทส่วนปลาย ทําให้มีโอกาสหายเป็นปกติได้มากขึ้น


READ MORE :