“ประกันรถยนต์เปิดปิด” คืออะไร เหมือนหรือต่างกับ “ประกันปกติ” อย่างไร

ทำความรู้จัก ประกันรถยนต์เปิดปิด

ถ้าพูดถึงประเภทของประกันรถยนต์ เชื่อว่า หลายคนน่าจะนึกถึง ประกันรถยนต์ ชั้น 1, ชั้น 2, ชั้น 2+ หรือประกันรถยนต์ชั้น 3 ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่รู้หรือไม่ว่า ในปัจจุบันมีประกันภัยรถยนต์รูปแบบใหม่ ที่ให้ลูกค้าหรือผู้ซื้อประกันรถยนต์เช่นคุณ สามารถเลือกเปิดปิดความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ฉบับดังกล่าวได้ หรือที่เรียกกันว่า “ประกันรถยนต์เปิดปิด” และวันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ ประกันรถยนต์เปิดปิด ว่าคืออะไร ให้ความคุ้มครองแบบใดบ้าง ? และมีความเหมือนหรือต่างกับ “ประกันปกติ” อย่างไร ตามไปดูคำตอบพร้อม ๆ กันเลย


รู้จักกับ “ประกันรถยนต์เปิดปิด” และ “ประกันปกติ”


ประกันรถยนต์เปิดปิด คืออะไร ? 

เป็นประกันภัยรถยนต์แบบใหม่ที่ผู้ซื้อประกันสามารถเลือกเปิด หรือปิดความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ได้ตามใจชอบ เรียกว่า หากคุณต้องการเปิดใช้ประกันรถยนต์เมื่อไหร่ ก็แจ้งเปิดรับความคุ้มครองได้ อาทิ คุณต้องการขับรถไปท่องเที่ยวที่เขาใหญ่ ก็แจ้งขอเปิดใช้ประกันรถยนต์ได้ เมื่อถึงจุดหมาย คุณก็สามารถปิดรับความคุ้มครองทันทีเหมือนกัน เรียกว่าเป็นประกันรถยนต์ที่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ขับรถบ่อย ๆ หรือขับรถจริง ๆ เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง

นอกจากนี้ ประกันรถยนต์เปิดปิด มีการคิดค่าเบี้ยประกันตามจำนวนเวลาที่ใช้งานจริง ๆ รวมถึงการให้ความคุ้มครองเฉพาะเมื่อเลือกเปิดรับความคุ้มครองในแอปพลิเคชันเท่านั้น ทั้งนี้ คุณยังสามารถเลือกแพ็กเกจได้ ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองแบบ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน มีให้เลือกทั้งประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และ ประกันรถยนต์ชั้น 3+

สำหรับประกันรถยนต์เปิดปิดที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้น มีชื่อเรียกอยู่มากมาย อาทิ
  • ประกันรถยนต์แบบเติมเงิน
  • ประกันรถยนต์เปิดปิด
  • ประกันรถยนต์แบบชั่วคราว
  • ประกันรถยนต์รายวัน
  • ประกันรถยนต์ระยะสั้น

ประกันรถยนต์แบบปกติ คืออะไร ? 

เป็นประกันรถยนต์แบบรายปีที่ผู้ใช้รถยนต์นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยประกันประเภทนี้ ให้ความคุ้มครองคุณแบบยาว ๆ นาน 1 ปี พอครบกำหนด หากคุณไม่ดำเนินการต่อประกันรถยนต์ หรือปล่อยให้ประกันขาด ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา นั่นแสดงว่ารถยนต์ของคุณไม่ได้รับความคุ้มครอง


วิธีการใช้งานประกันรถยนต์เปิดปิด


สำหรับวิธีการใช้งานประกันรถยนต์เปิดปิด คุณสามารถเริ่มใช้งานได้ก็ต่อเมื่อเซ็นสัญญากับทางตัวแทนหรือบริษัทประกันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นทางบริษัทจะดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับติดตามพิกัดของรถยนต์ เมื่อคุณดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นของบริษัทประกันลงบนสมาร์ทโฟน ก็สามารถลงชื่อเข้าใช้งานในระบบ

ส่วนการใช้งานแอปพลิเคชั่นตัวนี้ เพียงคุณเปิดบลูทูธตลอดเวลาที่ขับรถยนต์ พร้อมกับกดปุ่มเปิด เพื่อเริ่มต้นนับเวลาความคุ้มครองขณะขับรถ และกดปุ่มปิด เพื่อปิดรับความคุ้มครองเมื่อถึงที่หมายเท่านั้น

นอกจากนี้ คุณยังสามารถตรวจสอบจำนวนวัน หรือชั่วโมงความคุ้มครองคงเหลือผ่านทางแอปพลิเคชั่น เพื่อจะได้รู้ว่าควรซื้อจำนวนความคุ้มครองเพิ่มหรือไม่ ?

ประกันรถยนต์เปิดปิด ให้ความคุ้มครองแบบใด 

ประกันภัยรถยนต์แบบเปิดปิด ให้ความคุ้มครองเช่นเดียวกับประกันภัยรถยนต์แบบรายปีหรือแบบปกตินั่นเอง ซึ่งประกันภัยรถยนต์แบบเปิดปิดนั้นก็มีให้คุณเลือกรับความคุ้มครองตั้งแต่ประกันรถยนต์ชั้น 1 ประกันรถยนต์ชั้น 2+ และประกันรถยนต์ชั้น 3+ โดยในกรณีที่คุณจอดรถทิ้งไว้ แล้วรถหาย หรือไฟไหม้ ในระหว่างที่ไม่ได้เปิดรับความคุ้มครองผ่านแอปพลิเคชั่น หากคุณเลือกใช้ประกันรถยนต์ชั้น 1 หรือประกันรถยนต์ชั้น 2+ ก็ยังคงได้รับความคุ้มครองอยู่ แม้จะไม่ได้เปิดแอปไว้ในขณะที่เกิดเหตุก็ตาม

ฉะนั้น หากคุณเป็นคนที่ใช้รถไม่บ่อยมากนัก อาจใช้รถเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือมีรถยนต์อยู่หลายคัน การเลือกซื้อประกันรถยนต์เปิดปิดน่าจะตอบโจทย์การใช้งานของคุณมากที่สุด แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณห้ามลืมเด็ดขาด ไม่ว่าสุดท้ายคุณจะเลือกใช้ประกันรถยนต์เปิดปิด หรือประกันรถยนต์แบบปกติ นั่นคือ การหมั่นตรวจเช็ควันหมดอายุหรือระยะเวลาที่เหลือในการคุ้มครองรถยนต์ของคุณ เพื่อให้คุณไม่พลาดปล่อยให้ประกันรถยนต์ขาด จนหมดสิทธิได้รับความคุ้มครองด้านต่าง ๆ


READ MORE :