Home อื่นๆ Insurance ต่อประกันรถยนต์ปีที่ 2 กับบริษัทไหนดี? กับรถ 10 ยี่ห้อที่คนไทยใช้เยอะสุด

ต่อประกันรถยนต์ปีที่ 2 กับบริษัทไหนดี? กับรถ 10 ยี่ห้อที่คนไทยใช้เยอะสุด

ตลาดประกันรถยนต์ในประเทศไทยถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่ามีจำนวนรถยนต์มหาศาล การออกรถก็ออกง่าย บางแห่งมีฟรีดอกเบี้ย ฟรีดาวน์ ฯลฯ ซึ่งก็เป็นจุดกระตุ้นให้กับคนที่อยากมีรถยนต์ส่วนตัวใช้งาน และการออกรถยนต์ป้ายแดงส่วนใหญ่แล้วก็จะมีประกันรถยนต์ชั้น 1 ติดตัวออกมาด้วย เพราะสามารถลดความเสี่ยงทันทีที่ล้อรถยนต์ป้ายแดงแตะพื้นถนนเลยทีเดียว การทำประกันรถยนต์ออกจากศูนย์รถไม่ว่าจะเป็น Honda, Toyota, Mazda, Nissan, ฯลฯ ก็ล้วนแล้วแต่มีประกันรถยนต์จากศูนย์มาทั้งนั้น และบางแห่งมีประกันเป็นแบรนด์ของตัวเองด้วย เช่นประกันรถยนต์ toyota ที่ใช้ระบบ Insurtech เข้ามาช่วยให้เบี้ยประกันรถลดลง แต่คำถามคือ เมื่อขับจากป้ายแดงมา 1 ปี การต่อประกันในปีที่ 2 ปีที่ 3 ขึ้นไป ควรจะทำกับบริษัทไหน? ควรต่อกับที่เดิมมั้ย? และจะรู้ได้ยังไงว่า เบี้ยที่เราได้มานั้นมีราคาถูกที่สุด?

จำเป็นมั้ยที่ต้องต่อประกันปีที่ 2 กับบริษัทเดิม?

ต้องถามกลับไป หากว่าเจ้าของรถซื้อยี่ห้อ Toyota มาแล้ว และอยากเปลี่ยนรถในปีถัดมา และพบว่ามียี่ห้ออื่น รุ่นอื่น ที่น่าสนใจกว่า คุ้มกว่า จำเป็นจะต้องกลับไปซื้อ Toyota มั้ย? คำตอบคือไม่จำเป็นเลย

ปัจจุบันบริษัทประกัน รวมถึง Broker ประกันภัย (ที่เป็น Non-Life Insurance) ไม่ได้มีแค่ 2-3 บริษัท แต่ในไทยนั้น มีผู้เล่นอยู่ในตลาดประกันรถยนต์ ประกันภัยมากถึงเกือบ 100 บริษัท ที่เอาแค่คุ้นชื่อกัน แต่ละบริษัทรู้ตัวดีว่า การแข่งขันในตลาดนี้ ค่อนข้างสูง ดังนั้นเค้าจะลดราคาลงมา เพิ่มผลประโยชน์ให้กับลูกค้า และเค้าก็รู้ดีอยู่ว่า หากเค้าพลาดลูกค้าทำประกันรถยนต์ป้ายแดง ก็ต้องมารองรับลูกค้าต่อประกันปีที่ 2 ขึ้นไปให้ได้ 

ต่อที่เดิมจำเป็นมั้ย?

ตอบได้เลยว่า หากจะต่อประกันรถยนต์ในปีที่ 2 ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องต่อกับบริษัทเดิม เพราะเราสามารถเช็คเบี้ยประกันได้จากทุกที่โดยใช้ อำนาจที่มีอยู่ใน Smartphone ของทุกคน ตรวจสอบไปเลยว่าบริษัทไหนให้เท่าไหร่บ้าง?

จำเป็นมั้ยที่ต้องต่อประกันชั้น 1 เลือกชั้น 2 หรือ 2+ ได้มั้ย?

ต้องถามก่อนว่า ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ ชั้น 2 หรือ 2+ ต่างกันตรงไหน? ความแตกต่างของมันก็คือ ประกันชั้น 1 จะครอบคลุมการชนแบบทั้งมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี แต่ประกัน 2+ บริษัทประกันเค้าจะชดเชยให้ต่อเมื่อมีคู่กรณีเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น หากขับรถที่มีประกันชั้น 1 ไปชนกับเสาไฟ ประกันก็จ่ายให้ ในขณะที่ หากเป็น 2+ เค้าจะไม่จ่ายค่าเสียหายให้ ก็เลยต้องย้อนกลับมาถามว่า หากต่อประกันชั้น 1 ต่อไปในปีที่ 2 หรือ จะต่อแค่ประกัน 2+ ไป อันไหนสบายใจกว่ากัน

คำตอบคือ ต้องมานั่งดูเรื่องของเบี้ยประกัน และทุนประกันภัยด้วย เพราะมันมีในเรื่องของรถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ฯลฯ และการต่อประกันชั้น 1 แบบไม่ต้องสนว่ามีคู่กรณีหรือไม่นั้น ก็น่าจะลดความเสี่ยงได้มากกว่า ซึ่งถ้าเบี้ยไม่ต่างกันมาก ก็ควรกัดฟัน ต่อประกันชั้น 1 ในปีที่ 2 ไปเลย อย่างไรก็ดี รถใหม่ๆ อายุ 1-2 ปี โดยมากแล้ว หากเป็นรถยนต์ที่มีราคาสูง บริษัทประกันมักจะไม่ค่อยมีเบี้ยประกันชั้น 2 และ 2+ ให้เลือกเท่าใดนัก โดยเฉพาะการต่อประกันปีถัดไป 

เช็คเบี้ยคร่าวๆ ต่อประกันชั้น 1, 2+, 2 กับ 5 รถยนต์ยี่ห้อดัง ในปีที่ 2

Toyota Camry ปี 2017 VS 2018

ราคาเบี้ยประกันป้ายแดง และการต่อประกันปีที่ 2

สำหรับโตโยต้าแคมรี่ ราคาป้ายแดงกับปีที่ 2 เท่ากัน

แบบประกัน Toyota Camry 2.5 บริษัทอะไร?
ประกันชั้น 1 7501 บาท ไทยวิวัฒน์
ประกันชั้น 2+ 5799 บาท Generali
ประกันชั้น 2 2880 บาท ไทยวิวัฒน์

ถ้าเป็น Toyota Camry ปี 2018 คือประกันรถยนต์ป้ายแดง เบี้ยจะอยู่ที่ 7,500 บาท ซึ่งเป็นเบี้ยที่ไม่แพงเลย ซึ่งเป็นประกันจากไทยวิวัฒน์ ซึ่งจริงๆแล้ว ไทยวิวัฒน์ เค้าไม่ได้มีแค่ประกันรถยนต์ แต่มีประกันเดินทางด้วย อันดับสองที่ลงมาคือ 2+ เป็นของ Generali Insurance และถูกที่สุดคือ ประกันชั้น 2 จาก ไทยวิวัฒน์ อีกเช่นกัน

สำหรับการต่อเบี้ยประกันของทั้งสองปี คือซื้อมาปีแรกปี 2017 ไปปี 2018 ราคาเบี้ยประกันจะเท่ากับทั้งชั้น 1, 2+ และ 2 ทั้งหมด ดังนั้น อันนี้เลือกง่ายเลย แค่ไปเอาเบี้ยเดิมมาเปรียบเทียบ ว่าปีต่อมาจะต่อที่ไหนราคาเท่าไหร่

Toyota Altis 1.8 Navi
แบบประกัน Toyota Altis 1.8 Navi บริษัทอะไร?
ประกันชั้น 1                                7,500 ไทยวิวัฒน์
ประกันชั้น 2+                                5,799 Generali
ประกันชั้น 2                                2,880 ไทยวิวัฒน์

ต่อมาคือ Toyota Corolla Altis 1.8 Navigator ตัวท๊อป เบี้ยประกันปีแรกที่ซื้อจะเท่ากับกับ Camry ป้ายแดงเลยทีเดียว และเบี้ยประกันเมื่อทำการต่ออายุปีที่ 2 จะเท่ากันกับป้ายแดงทุกประการเช่นเดียวกัน

Honda Accord 2017 2.4 ตัวท๊อป + Civic 1.8 2017 + Honda Jazz RS+ ตัวท๊อป
แบบประกัน Honda Accord 2.4 Top บริษัทอะไร?
ประกันชั้น 1                                  7,500 ไทยวิวัฒน์
ประกันชั้น 2+                                  5,799 Generali
ประกันชั้น 2                                  2,880 ไทยวิวัฒน์

ฮอนด้า แอคคอร์ด และ Honda Civic และ Jazz ถือเป็นรถที่คนใช้เยอะมากเช่นเดียวกัน และการต่อเบี้ยประกันปีที่ 2 ของรุ่นนี้ ก็เท่าๆกันกับ Camry และ Altis เลยทีเดียว คือไม่ได้ต่างกันมาก อาจเป็นเพราะว่าทางบริษัทประกันคงประเมินมาแล้วว่า รถใหม่ๆ ค่าบำรุง ความเสี่ยงไม่ต่างกันมากเท่าใดนัก

ต่อประกันรถเบนซ์บ้าง E220 2017 ตัวท๊อป
แบบประกัน E220 2.0 AMG บริษัทอะไร?
ประกันชั้น 1                                51,000 อาคเนย์ประกัน
ประกันชั้น 2+  –
ประกันชั้น 2  –

สำหรับรถเบนซ์นั้น จะมีบริษัทเดียวที่มาประกวดราคาต่อประกันเบนซ์ คือ อาคเนย์ประกัน ที่มีเบี้ยประกันสุดโหด พอๆกับราคารถที่ 55,000 บาท

ต่อประกัน BMW 320D ตัวท๊อป
แบบประกัน BMW 320D บริษัทอะไร?
ประกันชั้น 1                                53,300 วิริยะประกันภัย
ประกันชั้น 2+  –
ประกันชั้น 2  –

มีเจ้าเดียวจาก วิริยะประกันภัย และเป็นชั้น 1 สำหรับรถ บีเอ็ม สุดหรู ในราคาสุดหรูเช่นเดียวกันที่ 5 หมื่นกว่าบาท และเท่าที่สังเกตดู ปีที่ 2 เวลาจะต่อประกัน จะไม่ค่อยเห็นประกันชั้น 2+ หรือ 2 เท่าใดนัก

ต่อประกัน เชฟโรเลท แคปติว่า ตัวท๊อป 4WD
แบบประกัน Chevrolet Captiva บริษัทอะไร?
ประกันชั้น 1                                21,800 กรุงเทพประกันภัย
ประกันชั้น 2+  –
ประกันชั้น 2  –

สำหรับรถอย่าง Captiva หากจะต่อประกันในปีที่ 2 ก็ยังคงมีประกันชั้น 1 ให้เลือกแค่ Choice เดียว แต่จะมีหลายบริษัทให้เล่นนอกเหนือจาก กรุงเทพประกันภัยด้วยเช่น วิริยะประกันภัย

ต่อประกัน MG 6
แบบประกัน MG 6 บริษัทอะไร?
ประกันชั้น 1                                20,811 เมืองไทยประกันภัย
ประกันชั้น 2+  –
ประกันชั้น 2  –

สำหรับ MG เป็นรถยนต์สัญชาติอังกฤษ ที่กำลังเริ่มได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่คนไทย และเบี้ยประกันหากมีการต่อประกันปีที่ 2 จะมีเฉพาะประกันชั้น 1 เช่นเดียวกัน อยู่ที่ 20,811

ข้อดีของการต่อประกันกับบริษัทใหม่ ที่ไม่ใช่ที่เดิม

  • เบี้ยถูกลง ถ้าประวัติดี ไม่มีเคลม
  • มีตัวเลือกเยอะกว่าเดิม ไม่ยึดติดกับบริษัทเดิม
  • สามารถต่อรองกับบริษัทเดิมที่ทำอยู่ เมื่อรู้ราคาแล้ว เอาไปเทียบกับที่ใหม่
  • บริษัทประกันแห่งใหม่จะมีโปรโมชั่นเยอะ คุ้มกว่ามาก

READ MORE :