ขับรถเร็วเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า? – 3 ปัจจัยที่ทำให้รถชนบ่อยที่สุด

ads

แน่นอนว่าปัจจุบัน เราจะเห็นคนที่มี Smartphone เดินไปด้วยและเล่นสมา์ทโฟนไปด้วย เราใช้ Smartphone ในการสั่งอาหาร เรียกรถแท๊กซี่ และใช้ทำงานอื่นๆได้อีกเป็นพันๆอย่าง แต่การใช้ Smartphone ผิดที่ผิดเวลา เช่นการใช้ระหว่างการขับรถ อาจเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ความท้าทาย แต่มันทำให้เราละสมาธิจากการขับรถ และเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ แต่จริงๆแล้ว การเล่น Smartphone เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจริงๆหรือ?

การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยรถยนต์ หรือ รถมอเตอร์ไซด์ นั้น มีปัจจัยหลักๆอยู่ 3 อย่างด้วยกันคือ

  1. สภาพอากาศ
  2. ผู้ขับขี่อยู่ในอาการมึนเมา ของแอลกอฮอล์ หรือ ยาเสพติด
  3. ไม่มีสมาธิในการขับรถ

ข้อมูลจาก Chronline.com 

เราทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว เกี่ยวกับสภาพอากาศที่แย่ ทำให้ขับรถเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ เช่น ฝนตกหนัก หรือการขับรถโดยมีการดื่มแอลกอฮอล์ หรือ มีเรื่องของยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ เรื่องที่น่าจะนำมาคุยกันก็คือ “การไม่มีสมาธิในการขับรถยนต์”

แล้วอะไรที่เป็นตัวอธิบายเรื่องของ สมาธิในการขับรถยนต์หล่ะ? แน่นอนว่า Smartphone คงไม่ได้เป็นผู้ร้ายคนเดียวอย่างแน่นอน การไม่มีสมาธิเช่น การหันไปคุยกับเพื่อนข้างหลัง มือถือตกพยายามเก็บ เปลี่ยนเพลงในรถ ขวดนมลูกตกพื้น ลูกร้องไห้ หรือแม้แต่การร้องเพลงโดยไม่ได้สนใจการขับรถเท่าที่ควร เหล่านี้เป็นจุดที่บอกให้รู้ว่า ไม่ใช่การเล่น Smartphone อย่างเดียวที่ทำให้คุณ ขาดสมาธิในการขับรถยนต์ แต่มีเรื่องอื่นๆ อีกหลายร้อยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรถยนต์ ก่อนเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งหากขาดสมาธิ หรือความใส่ใจในการขับรถยนต์ มันทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ทุกๆ เสี้ยววินาที

แน่นอนว่า สมาธิของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน บางคนขับรถด้วยความซีเรียส ซึ่งไม่ได้ขับแบบผ่อนคลาย อันนี้ก็จะเป็นพวกที่มีอุบัติเหตุน้อย แต่จะอ่อนล้ามากๆ หากใช้สมาธิสูง บางคนขับไป ชมนกชมไม้ไป แต่การแก้ได้ดีที่สุดก็คือ ตัดปัจจัยที่จะทำให้ผู้ขับขี่ ละสมาธิ จากการขับรถไปทำอย่างอื่นๆนั่นเอง

รถในยุโรป ขับกันเร็วมาก แต่อุบัติเหตุน้อย

ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องประกันรถยนต์ Corwin-Rey ใน ยุโรปนั้น คนขับรถเร็วกว่า แต่ อัตราการเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่ามาก เนื่องจากเมื่อมีการขับรถเร็ว คนขับจะต้องเพ่ง ต้องตั้งสมาธิ มากกว่า การขับรถช้าๆ ซึ่งการตั้งสมาธิในการขับรถนั้น ทำให้เกิดอุบัติเหตุน้อยกว่านั่นเอง

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ได้บอกให้ทุกคนต้องขับรถเร็ว และเพ่งสมาธิในการขับรถเพื่อให้ประสบอุบัติเหตุน้อยลง เพียงแต่พยายามชี้ให้เห็นว่า การไม่ถูกรบกวนโดยปัจจัยอื่นๆ ในการขับรถทำให้ เกิดอุบัติเหตุได้น้อยกว่า ซึ่งอุบัติเหตุส่วนใหญ่ก็เกิดจากการขาดสมาธินั่นเอง มากไปกว่านั้น การขับรถที่ดีจะทำให้ ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ ของแต่ละคนถูกลงอีกทุกๆปี (ประวัติดี)

ขับรถชน หรือ ประสบอุบัติเหตุบ่อยๆ มันจะทำให้ค่าเบี้ยประกันสูงขึ้น ทั้งๆที่มันควรจะลงทุกปี อย่างไรก็ดี บางบริษัทประกันก็ไม่ได้ขึ้นราคาค่าเบี้ย หากมีการขับชนแค่ไม่กี่ครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ทุกบริษัทประกัน

ดังนั้นการปรับเปลี่ยนวิธีการขับรถ เพิ่มสมาธิให้กับตัวเอง อย่าวอกแวก อย่าขับรถขณะมึนเมา จะลดความเสี่ยงให้กับตัวเอง และคนอื่นๆ ได้ รวมถึงประหยัดเงินให้กับตัวเองได้อีกด้วย

รวมบทความเกี่ยวกับประกันที่มีคนหามากที่สุด