ads

เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนไปนอนเล่นท่ามกลางสายหมอก

ตามปกติแล้ว ฤดูหนาวของไทย จะเริ่มต้นประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ แต่ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวน ไม่แน่นอน อาจเริ่มมีอากาศเย็น หรืออาจยังมีฝนฟ้าคะนอง ไม่แปลกที่ในบางปี หน้าหนาวจะมาช้ากว่าปกติ ซึ่งเรื่องนี้ ประชาชนอย่างเรา ก็ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจาก “กรมอุตุนิยมวิทยา” อีกครั้ง และไม่ว่า ฤดูหนาวจะมาเร็ว หรือมาช้า เชื่อว่าไม่เป็นอุปสรรคแก่เหล่านักท่องเที่ยวที่เตรียมไปตะลุยสายหมอกตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตช่วงหน้าหนาว แต่ก่อนจะออกเดินทางไปนอนเล่นท่ามกลางสายหมอก เรามีเคล็ดลับในการขับขี่รถยนต์บนท้องถนน ให้ปลอดภัยตลอดช่วงหน้าหนาวมาฝากกัน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

อันตรายที่แฝงมากับหน้าหนาว

ช่วงฤดูหนาว เป็นช่วงเวลาที่อุณหภูมิในหลายพื้นที่ของประเทศเริ่มลดต่ำลง ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นผลให้ในหลายพื้นที่ เกิดหมอกลงจัด โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน บริเวณหุบเขา เป็นต้น ซึ่งหมอกที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เอง ที่เป็นตัวบดบังทัศนวิสัยของผู้ใช้รถใช้ถนน จนนำไปสู่อุบัติเหตุทางถนนได้ง่าย


ขับรถเที่ยวหน้าหนาวอย่างไร ให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ


ตรวจสอบสภาพภูมิอากาศก่อนออกเดินทางอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางท่องเที่ยว จะช่วยให้คุณคาดเดาได้ว่า เมื่อขับรถออกจากที่พัก หรือจุดแวะพักระหว่างทาง คุณต้องขับรถผ่านเส้นทางที่มีหมอกลงจัดหรือไม่ ? แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องรีบออกเดินทางต่อ แนะนำให้คุณเลื่อนการเดินทางออกไปก่อน เพื่อให้หมอกควันจางลง จนสามารถขับขี่ได้สะดวกและมองเห็นผิวถนนอย่างชัดเจนขึ้น

ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับกระจกว่า พร้อมใช้งานหรือไม่ ?

ผู้ขับขี่ควรตรวจเช็คก่อนว่า อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกระจก ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ปัดน้ำฝน ใบปัดน้ำฝน อุปกรณ์ไล่ฝ้า พร้อมใช้งานหรือไม่ ? หากพบว่า ใบปัดน้ำฝนมันสึกมันแข็ง ก็ควรเปลี่ยนใบปัดใหม่ นอกจากนี้ ควรเติมน้ำในกระปุกฉีดน้ำ สำหรับเช็ดทำความสะอาดกระจก จัดเตรียมผ้าแห้งไว้เช็ดกระจกที่เกิดละอองหรือฝ้าด้วย

หมั่นตรวจสอบสัญญาณไฟทุกดวง

การตรวจสอบสัญญาณไฟให้พร้อมใช้งาน ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่ว่าคุณจะอยู่ในสภาพอากาศที่ปลอดโปร่ง เผชิญฝนตกหนัก หรือหมอกหนาทึบ ถ้าสัญญาณไฟให้ส่องสว่างได้ทุกดวง ย่อมทำให้เพื่อนร่วมทางสังเกตเห็นคุณได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะไฟตัดหมอกที่ต้องเปิดใช้ในช่วงหมอกลงจัด

ขับรถด้วยความเร็วที่พอเหมาะ

อย่างที่รู้กันดีว่า ช่วงหน้าหนาวนั้น จะมีหมอกปกคลุมมากกว่าปกติ การขับด้วยความเร็วเกินไป จึงอาจทำให้ไม่ทันมองเห็นสิ่งกีดขวางข้างหน้า ซึ่งอาจเกิดการขับรถไปพุ่งชนหรือเบรคกะทันหันจนทำให้รถเสียหลักได้ ฉะนั้น ควรขับรถด้วยความเร็วที่พอเหมาะ อาทิ ไม่เกิน 80 กม./ชม. หรือกรณีที่หมอกลงจัดมาก อาจขับขี่ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. เพื่อให้พร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

จอดรถรอให้หมอกจางก่อน

ในกรณีที่หมอกลงจัด จนมองไม่เห็นเส้นทาง หรือเกิดละอองฝ้าเกาะที่บริเวณกระจกรถ จนเป็นอุปสรรคต่อการขับขี่ แนะนำให้คุณจอดรถรอให้หมอกจางลงก่อน หากอยู่ในบริเวณจุดขับรถ หรือปั้มน้ำมัน ก็สามารถนำรถเข้าไปจอดรอที่บริเวณดังกล่าว แต่หากจุดที่คุณอยู่นั้น ไม่ใกล้กับจุดพักรถเลย ก็ควรจอดให้ชิดริมทางเข้าไว้ และเปิดไฟหน้ารถทิ้งไว้ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

ตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์

“ยางรถยนต์” ถือเป็นส่วนสำคัญอีกประการที่ช่วยให้คุณสามารถเดินทางไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เพราะหากไม่ตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์ให้ดี แล้วจู่ ๆ ระหว่างเดินทางยางเกิดแตกขึ้นมา ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่า จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นกับคุณหรือไม่ ? ฉะนั้นก่อนออกเดินทาง คุณควรตรวจสภาพยางทั้งยางจริง และยางสำรองให้เรียบร้อยว่า มีรอยรั่วที่ไหนหรือไม่ พร้อมต่อการเดินทางไหม

ตรวจเช็คระบบไฟ

การตรวจเช็คแบตเตอรี่รถยนต์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ มีปัญหาแบตเสื่อมเก็บไฟไม่อยู่หรือเปล่า ถือว่าสำคัญมาก เพราะถ้ารถของคุณเกิดปัญหากลางทาง ก็ยังสามารถอาศัยระบบไฟในรถยนต์เพื่อขอความช่วยเหลือได้

ชะลอความเร็วก่อนเข้าโค้ง พร้อมให้สัญญาณไฟ

บริเวณทาง “โค้ง” เป็นอีกจุดที่มักเกิดอุบัติเหตุขึ้น จากรถที่ขับสวนทางมา หรือเกิดอุบัติเหตุเพราะรถแหกโค้ง และยิ่งหากเจอสภาพอากาศเลวร้าย เพราะหมอกลงจัด จนแทบมองไม่เห็นเส้นทาง การที่คุณชะลอความเร็วลงก่อนจะถึงโค้ง และเปิดไฟให้สัญญาณไปพร้อม ๆ กัน จะช่วยให้รถที่สวนมาข้างหน้ารู้ว่ามีรถกำลังเข้าโค้งมาเหมือนกัน

แต่ไม่ว่าคุณจะเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวดีขนาดไหน หากสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ไม่พร้อมกับการขับรถทางไกล ก็อาจทำให้คุณพาตนเองไปเสี่ยงตาย ทั้งยังอาจทำให้คนอื่น ๆ ต้องรับเคราะห์เพราะความประมาทของคุณด้วย


READ MORE :