Home อื่นๆ Insurance ขับรถทางไกลไม่ให้ปวดหลัง กับ 8 วิธีปรับท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง

ขับรถทางไกลไม่ให้ปวดหลัง กับ 8 วิธีปรับท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง

รู้ยัง ! ท่านั่งขับรถให้สบาย และปลอดภัย เป็นอย่างไร

ปกติแค่ต้องขับรถไปทำงาน ผู้ใช้รถยนต์หลายคนก็บ่นว่า ปวดหลัง หรือปวดเมื่อยตามจุดต่าง ๆ บ้างล่ะ และลองคิดดูว่า หากต้องขับรถทางไกลแบบไม่มีคนมาสลับขับรถ ไม่แปลกที่ร่างกายของคุณจะได้รับผลกระทบไม่น้อย เพราะร่างกายคนเราไม่ชอบที่ต้องอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ และถ้าเป็นท่าทางที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของร่างกายก็ยิ่งไม่ดีเข้าไปอีก อาทิ ท่าทางที่ก้มหน้ามากไป หรือนั่งงอมากไป ยังไม่รวมเรื่องการใช้สายตามากจนเกิดไป อาจทำให้มีอาการล้า และเมื่ออาการเหล่านี้สะสมจนกลายเป็นความเครียด ก็ส่งผลต่ออาการเกร็งกล้ามเนื้ออีกด้วย ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายไม่ต้องรับภาระหนักจนเกินไป วันนี้เรามีท่านั่งช่วยลดอาการปวดหลังเมื่อต้องขับรถทางไกลมาบอกต่อ

1. ปรับระยะห่างเบาะนั่งให้พอดี สิ่งแรกที่ผู้ขับขี่ควรทำเมื่อขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัย ก็คือ การเลื่อนระยะห่างเบาะให้พอดี เพื่อให้สามารถเหยียบเบรก หรือคันเร่งได้พอดี เพราะหากปรับปรับระยะห่างเบาะมากเกินไป เวลาเหยียบเบรกอาจไม่ถึง จนทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ขณะเดียวกัน ถ้าเบาะอยู่ใกล้กับพวงมาลัยมากเกิน ก็พาลให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป เวลาขับรถก็ย่อมรู้สึกไม่สบายตัว

ฉะนั้น หากคุณลองปรับระยะห่างของเบาะนั่งให้พอดีกับหัวเข่า โดยเข่างอตัวเพียงเล็กน้อย ไม่ตึงมากเกินไป ก็น่าจะได้ท่านั่งขับรถที่สบายมากขึ้นส่วนใครที่อยากรู้ว่า ท่านั่งตอนขับรถของคุณสบายจริงไหม ? สามารถเช็กได้ด้วยการดูว่า เท้าของคุณสามารถขยับสับเปลี่ยนในการเหยียบเบรก และคันเร่งได้ง่ายและสบายที่สุดหรือไม่ ถ้าใช่แสดงว่า คุณได้ท่านั่งที่เหมาะแล้ว นอกจากนี้ ต้องนั่งห่างจากพวงมาลัยประมาณ 1 ช่วงแขน ให้สะดวกต่อการบังคับทิศทางรถยนต์

2. ปรับเบาะให้มองเห็นทางข้างหน้า สำหรับคนที่มีรูปร่างไม่สูงมากนัก จำต้องปรับเบาะนั่งให้มีระดับที่สูงขึ้น เพื่อให้สามารถมองเห็นเส้นทางด้านหน้าอย่างชัดเจน ขณะที่คนที่มีรูปร่างสูง ก็ต้องปรับเบาะลงเล็กน้อย เพื่อให้มองเห็นทางในระดับสายตา ซึ่งระยะความสูงนั้น จะมีผลต่อกระดูกสันหลัง

แต่ทั้งนี้ การปรับเบาะให้อยู่ในระดับต่ำเกินไป จนไม่เหมาะสมกับส่วนสูงของคุณ อาจจะทำให้กระดูกสันหลังคดได้เช่นกัน ฉะนั้น หากไม่มองมีอาการปวดหลัง ควรปรับเบาะให้มีความสูงในระดับที่เหมาะสม คือ เว้นเว้นระยะห่างศีรษะกับเพดานรถ ประมาณหนึ่งกำปั้น หรือมีความกว้างขนาดฝ่ามือ ก็จะช่วยให้คุณขับรถทางไกลได้สบายมากขึ้น

ภาพจาก geneticliteracyproject.org

3. ปรับระยะห่างพวงมาลัยให้เหมาะสม รู้หรือไม่ว่า การปรับระยะห่างของพวงมาลัย ก็ช่วยลดอาการปวดหลังของคุณได้เช่นกัน แถมยังช่วยผ่อนคลายอิริยาบทระหว่างขับรถได้ดีเยี่ยม โดยระยะห่างพวงมาลัยที่เหมาะ คือ ต้องอยู่ในช่วงที่สามารถขยับ หรือเอื้อมง่ายที่สุด แต่ทั้งนี้ การปรับระยะห่างพวงมาลัย ก็ขึ้นอยู่กับการปรับระยะห่างของเบาะด้วยเช่นกัน

4. ควรจับพวงมาลัยให้ถูกวิธี และสบายที่สุด อย่างที่รู้กันว่า “พวงมาลัย” เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการควบคุมทิศทางรถยนต์ ซึ่งตำแหน่งในการจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง คือ ตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา หรือเข้าใจง่าย ๆ เป็นการจับบริเวณกึ่งกลางพวงมาลัยทั้ง 2 ด้านนั่นเอง โดยท่าจับพวงมาลัยลักษณะนี้ นอกจากช่วยลดอาการปวดเมื่อยช่วงหัวไหล่ และบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามลำตัวได้เป็นอย่างดี ยังให้คุณหมุนพวงมาลัยได้ถนัด และไม่หลุดมืออีกด้วยเมื่อรู้วิธีจับพวงมาลัยอย่างถูกต้องแล้ว

ลำดับถัดมา ขอให้คุณลองสังเกตช่วงแขนให้งอเพียงเล็กน้อย วางให้พอดีกับพวงมาลัย และที่สำคัญ มือทั้งสองข้างของคุณต้องไม่เกร็งด้วย เพื่อช่วยลดอาการปวดล้าบริเวณต้นแขน ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายเวลาขับรถทั้งนี้ อยากฝากเตือนนิดนึงว่า เวลาขับรถ ห้ามจับพวงมาลัยมือเดียวเด็ดขาด เพราะหากเสียการควบคุมขณะจับพวงมาลัย จนทำให้พวงมาลัยหลุดมือ และรถยนต์เสียหลักได้

5. ให้ปรับเอนพนักพิงให้ได้มุมประมาณ 110 องศา ซึ่งเป็นระดับที่พอดีกับช่วงกระดูกสันหลัง ช่วยให้คุณรู้สึกสบาย ทั้งยังช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ

6. ควรปรับหัวเบาะหรือหัวหมอนให้พอดีกับระดับศีรษะของคุณ เพื่อลดแรงกระแทก และอาการบาดเจ็บต้นคอ ไม่ให้ลามไปยังหลังของคุณ เมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุ

7. ควรปรับกระจกมองข้างให้เห็นชัดเจนที่สุด หลังจากปรับเบาะ ปรับท่านั่งได้ลงตัวแล้ว ก็อย่าลืมปรับกระจกมองข้างและมองหลังด้วย โดยควรปรับกระจกเป็นมุมกว้าง ด้วยการกระจกข้างตั้งฉากกับตัวรถ ขณะที่กระจกมองหลังให้ปรับแบบตรง ๆ เพื่อให้เห็นรถคันหลังที่กำลังขับตามมา เมื่อปรับกระจกเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมลองขยับตัว เพื่อทดสอบดูว่า โอเคหรือไม่ แต่หากต้องเอี้ยวตัว เอี้ยวคอไปมาระหว่างทดสอบ แสดงว่า การปรับกระจกของคุณยังไม่ได้มุม ฉะนั้น เพื่อลดอาการปวดคอ และปวดหลัง ลองค่อย ๆ ปรับกระจกดูนะ

8. คาดเข็มขัดนิรภัยให้ถูกต้อง โดยการปรับเข็มขัดนิรภัยให้เหมาะสม จากนั้นพาดจากบริเวณไหปลาร้าลงมาที่สะโพก แนบกับกระดูกเชิงกราน จะช่วยลดการเคลื่อนไหวของร่างกาย หากเกิดอุบัติเหตุ

และนี่คือ เทคนิคที่ช่วยให้คุณไม่เกิดอาการปวดเมื่อยตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อต้องขับรถทางไกล แต่ถ้าระหว่างขับรถคุณรู้สึกเหนื่อยล้าเกินไป ก็ลองหาที่จอดพักรถในจุดพักรถก่อน จากนั้นก็ยืดกล้ามเนื้อ ล้างหน้าล้าตาให้สดชื่นสักหน่อย ร่างกายของคุณก็จะรู้สึกผ่อนคลาย


READ MORE :

Exit mobile version