ads

อย่าไปเลย ยอมรับความจริง รับผิดชอบดีกว่า

ข่าวชนแล้วหนี มีให้เห็นกันทุกวัน เรียกได้ว่า สำหรับชาว Social Media แล้ว อาจกลายเป็นข่าวน้ำจิ้มที่ให้ Like และ Share กันแบบกระหน่ำ เพราะการชนแล้วหนี คือการแสดงถึงความไม่รับผิดชอบในสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่ใส่ใจใยดีกับผู้ประสบเหตุ ซึ่งแม้ว่าผู้ที่ขับชนจะเป็นฝ่ายถูก หากว่าหนี จะกลายเป็นฝ่ายผิดในสายตาประชาชนทันที การเปิดการ์ดว่า สาเหตุที่หนีเพราะ “ตกใจ” หรือ “รู้เท่าไม่ถึึงการณ์” อาจเป็นอะไรที่ไร้สาระไปแล้ว เพราะทุกวัันนี้นอกจากความไวของข่าวสาร ปานความเร็วแสงแล้ว ยังมีกล้องติดรถยนต์ และกล้องตามถนนหนทางอยู่เต็มไปหมด เรียกได้ว่าคุณหนีได้แค่ตัวและรถคุณ แต่คุณหนีความผิดและหลักฐานไม่ได้ วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นนี้กัน

สาเหตุที่ขับรถชน แล้ว หนี มีไม่กี่อย่าง

  1. รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ ไม่มีประกัน พยายามหนีเพื่อไม่ต้องชดใช้
  2. มีของผิดกฎหมายในครอบครอง
  3. อยู่ในอาการมึนเมาของสารเสพติด ประเภทต่างๆ
  4. กลัวเสียเวลา คิดว่าไม่มีพยาน ไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์
  5. อาจเพียงชนแบบสะกิด โดยที่ผู้ขับไม่ทราบว่าได้ชนหรือเฉี่ยวจริงๆ

สำหรับข้อ 2 ถึง ข้อ 5 การมีสิ่งผิดกฎหมายในครอบครอง, เมา, กลัวเสียเวลา, และไม่ทราบจริงๆว่าเฉี่ยวชนนั้น เป็นเรื่องที่ยากที่จะแก้ เพราะหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับของผิดกฎหมายและมึนเมาแล้ว เราก็ได้มีการรณรงค์มาอย่างยาวนาน แต่อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ก็เพิ่มขึ้นทุกๆปี สำหรับการกลัวเสียเวลา อันนี้เป็นนิสัยส่วนตัว ความรับผิดชอบส่วนบุคล และข้อ 5 หากผู้ขับขี่ไม่รู้จริงๆ อันนี้ก็ไม่สามารถบอกอะไรได้ แต่สำหรับข้อที่จะแก้ได้ก็คืือ ข้อ 1 คือ รถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ ไม่มีประกัน และกลัวเสียเงินเสียทอง เราสามารถเริ่มรับผิดชอบโดยการทำประกันรถยนต์ มอเตอร์ไซด์ และ พรบ. เพื่อให้คุ้มครองมากที่สุด

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อคุณขับรถชนแล้วหนี

ชนแล้วหนีคืออะไร? – ภาษาอังกฤษคือ “Hit and Run” หากพูดโดยรวมๆแล้ว หากคุณขับรถไปชนคนอื่น คันอื่น ของอย่างอื่นๆ แล้วคุณขับรถหนี นั่นแปลว่า คุณกำลังหลบหนีจากจุดเกิดเหตุ โดยที่ไม่ได้ลงมาเจรจา หรือมาช่วยเหลือคนอื่นๆที่อาจบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดี อาจมีความเป็นไปได้อย่างอื่นๆ คือ การชนและพยายามช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ โดยการขับรถออกจากจุดเกิดเหตุ และไปหาโรงพยาบาล หรือคนมาช่วย อันนี้ก็เป็นไปได้เช่นเดียวกัน

คดีอาญาทันที หากหลบหนีจากจุดเกิดเหตุ

หากคุณขับรถชนและขับหนีออกจากจุดเกิดเหตุ จะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยและอาจกลายเป็นฝ่ายผิดทันที เพราะเจ้าหน้าที่จะตั้งข้อสงสัยและข้อสังเกตไว้ก่อนเลยว่า คนที่หนีไปเป็นฝ่ายผิดและพยายามปกปิดความผิด แม้ว่าจะเป็นการชนโดยเหตุสุดวิสัย แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นฝ่ายทำผิดกฎจราจร ความผิดจากการชนแล้วหนี อาจรวมถึงการถูกยึดใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีวิต ซึ่งจะเป็นคดีความอาญา และต้องถึงชั้นศาล และศาลอาจพิจารณาไม่ลดโทษ เพราะไม่มีการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

คู่กรณี อาจทำการฟ้องร้องคุณ และคุณมีข้อแก้ต่างน้อยมาก โดยอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายมากกว่าเดิม ด้วยความผิดของการหนี ในเคสนี้ อ้างอิง กฎหมายมาตรา 78

มาตรา 78 ผู้ใดขับรถหรือขี่หรือควบคุมสัตว์ ในทางซึ่งก่อให้เกิดความ เสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นความผิดของผู้ขับขี่ หรือผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์หรือไม่ก็ตาม ต้องหยุดรถ หรือสัตว์ และให้ความ ช่วยเหลือตามสมควรและพร้อมทั้งแสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ใกล้เคียงทันที กับต้องแจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของตนและหมายเลข ทะเบียนรถแก่ผู้ได้รับความเสียหายด้วยในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือผู้ขี่หรือควบคุมสัตว์หลบหนี้ไป หรือไม่แสดงตัว ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่เกิดเหตุ ให้สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำ ความผิดและให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดรถคันที่ผู้ขับขี่หลบหนี หรือไม่แสดงตนว่าเป็นผู้ขับขี่จนกว่าคดีถึงที่สุดหรือได้ตัวผู้ขับขี่ ถ้าเจ้าของ หรือผู้ครอบครองไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหกเดือนนับแต่ วันเกิดเหตุ ให้ถือว่ารถนั้นเป็นทรัพย์สินซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือเกี่ยวกับการกระทำความผิดและให้ตกเป็นของรัฐ

นอกจากนี้ คาดว่าเราทุกคนโดยส่วนใหญ่มีการใช้ Social Media กันแล้ว เราคงเห็นกันค่อนข้างเยอะกับการประณาม ผู้กระทำผิด ซึ่งหลังๆมานี้ จะเห็นบ่อยมากเกี่ยวกับคดีชนแล้วหนี และ คดีที่ไม่ยอมหลบรถพยาบาล

10 ข้อควรทำเมื่อรถยนต์มีประกัน ขับเฉี่ยวชน

  1. พยายามอย่าทิ้งรถไว้บนถนนกีดขวางการจราจร – อย่างไรก็ดี หากไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถได้ ให้ หาป้ายมาวางไว้เพื่อแจ้งให้คนอื่นๆทราบ
  2. อย่าหนี – คุณไม่รู้หรอกว่ามีใครมีกล้องติดรถยนต์บ้าง? คุณไม่รู้หรอกว่า มีกล้องตามถนนหรือเปล่า เพราะฉะนั้น คุณหนีความผิดไม่พ้น ยังไงๆ ก็ต้องโดนอยู่ดี
  3. อย่าพยายามเก็บของที่กระจัดกระจาย – ชิ้นส่วนรถยนต์ อาจมีการกระจัดกระจายบนท้องถนน อย่าพยายามเก็บ เพราะมันคือหลักฐาน และ อันตรายมากหากเดินเก็บเพราะ จะไม่รู้เลยว่าจะมีรถคันไหนวิ่งสวนมา และอาจเกิดอุบัติเหตุเพิ่มได้
  4. โทรแจ้ง 191 – ทางที่ดีที่สุด คือโทรแจ้ง 191 รอให้ตำรวจและหน่วยกู้ภัยมา
  5. อย่ามองข้าม รอยฟกช้ำเล็กๆ – ไม่ได้ต้องนอยด์ แต่ รอยฟกช้ำเล็กๆ อาจเป็นเรื่องใหญ่ได้ เพราะคุณมองไม่เห็นอวัยวะภายใน ทางที่ดีควรไปตรวจซะ
  6. พยายามช่วยเหลือคู่กรณี – รอให้คู่กรณี ตั้งสติ ได้ซะก่อน และคุณควรต้องตั้งได้ก่อนเข้าไปช่วยเหลือแล้ว
  7. พยายามหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่ง – การกระทบกระทั่ง กับคู่กรณี ทั้งสองฝ่ายมีแต่เสียกับเสีย พยายามหลีกเลี่ยงซะ
  8. ให้ประกันและตำรวจชี้ความผิด – อย่ายอมรับผิดไปเลยครั้งแรก เพราะสถานการณ์ มันรวดเร็วมาก เหตุเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บางครั้งคุณอาจเป็นฝ่ายถูกก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวคุณเอง
  9. ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน – พยายามถ่ายรูปทุกมุม ไว้เป็นหลักฐาน แต่ ต้องมั่นใจว่า ปลอดภัยที่จะเดินออกไปถ่าย
  10. เรียกประกันมาให้เร็วที่สุด – บริการของประกันรถยนต์ ไม่ใช่แค่คุ้มครอง แต่จะมีเจ้าหน้าที่ประกันมาดูจุดเกิดเหตุด้วย หากเราเป็นฝ่ายผิด เราต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก แต่ถ้าถูก เราก็ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มเติม หากทุนประกันเพียงพอ อ่านต่อ ทำประกันชั้นไหนดี? เพื่อคุ้มครองคุ้มค่าเงินที่จ่าย?

ขับรถชน ในกรณีที่ไม่มีประกันรถยนต์

อันนี้ต้องบอกเลยว่า คุณละเลยการทำประกันรถยนต์ ไม่ได้ เพราะการชนแต่ละครั้ง หากเป็นกรณีที่ไม่ได้หนักมาก หากคุณเป็นฝ่ายผิด ก็จะต้องสูญเสียเงินต่ำๆ คือ หลัก 4 พัน ถึง หลักหมื่นบาทขึ้นไป และในกรณีที่มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต ต้องมีหลักแสนถึงหลักล้านบาทขึ้นไป และยังไม่รวมค่าเลี้ยงดู ค่าชดเชยคู่กรณี และหากอัยการสั่งฟ้อง คุณจะต้องเสียค่าทนาย ค่าประกันตัว ฯลฯ อีกเยอะแยะ เต็มไปหมด

ข้อสำคัญในการทำประกันรถยนต์คือ “ห้ามลืมทำ” “ห้ามเสียดายเงิน”

ในกรณีที่ไม่มีประกันรถยนต์ หากไม่มีงบประมาณในการทำจริงๆ ขัดสนจริงๆ และจำเป็นต้องใช้รถ ควรทำ พรบ เอาไว้อย่างน้อยๆที่สุดยังมี พรบ คุ้มครองผู้ประสบภัยทางรถยนต์ และคู่กรณีสามารถได้รับเงินชดเชยได้

การทำประกันรถยนต์ ไม่ใช่ของสิ้นเปลือง แต่มันคือประกัน สำหรับลดความเสี่ยง

เมื่อมีบ้านก็ต้องมีประกัน เมื่อมีมือถือบางคนยังทำประกันมือถือ แต่ถ้ามีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทำไมจะไม่ทำ? การทำประกันเอาไว้ ถามว่าคุณทำเพื่ออะไร? อย่างแรกเลยคือ ทำเพื่อตัวคุณเอง เพื่อประกันทรัพย์สินของตัวคุณเอง และตัวคุณเองล้วนๆ ถึงแม้กรมธรรม์ จะครอบคลุม ถึง คู่กรณี แต่มันสำหรับเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องไปจ่ายค่าเสียหาย หรือจ่ายค่าเสียหายน้อยที่สุด เพราะฉะนั้น ทำประกันรถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ ของคุณไว้ ไม่มีอะไรเสียหาย ถึงแม้จะเป็นเบี้ยทิ้ง ไม่เหมือนประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ หรือประกันลักษณะ Saving ก็ตาม

ถ้าไม่มีเงินจริงๆ อยากได้เบี้ยประกันราคาถูกกว่า พอที่จะซื้อได้ ก็ซื้อประกันชั้น 3 3+ หรือ 2 ก็ได้ จะได้มีอะไรคุ้มครองรถยนต์และตัวคุณบ้าง

อ่านต่อ