เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนเลือกที่จะมองข้าม

การดำเนินชีวิตของคนเราในปัจจุบันล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที้งสิ้น เพราะการดำเนินชีวิตของเราในแต่ละวันเราต้องพบเจอสิ่งต่าง ๆ มากมายรอบตัว ถึงแม้ว่าบางครั้งเราอาจจะคิดว่าเราวางแผนการใช้ชีวิต และระมัดระวังตัวเองดีแล้วจากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่เกิดขึ้น แต่ใครจะไปรู้ว่าอาการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุจะเกิดขึ้นตอนไหน หรือ ใครจะสามารถรู้เรื่องราวล่วงหน้าได้ว่าวันไหนต้องเข้าโรงพยาบาล

ถึงแม้หลายคนจะมีการแบ่งเงินเก็บไว้สำหรับยามฉุกเฉินเรื่องการเจ็บป่วย หรือ เกิดอุบัติเหตุ แต่แน่ใจแล้วหรอว่า เงินที่คุณเก็บจะเพียงพอต่อการเจ็บป่วยขึ้นมาจริงๆ และยิ่งในตัวยาบางตัว หรือ การรักษาบางขั้นตอนต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากในการรักษาหากถึงเวลานั้นเราต้องทำอย่างไรหากมีเงินสำรองไม่เพียงพอ? จากสิ่งที่กล่าวข้างต้นมานั้นอาจจะเป็นมุมมองของคนบางคนที่เลือกที่จะเก็บเงินสำรองไว้เผื่อรักษาดีกว่า แต่หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาจริง ๆ เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เราเตรียมไว้นั้นจะเพียงพอต่อการรักษา ถึงแม้เราจะวางแผนการใช้ชีวิตที่ดีแล้วก็ตาม แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ

ดังนั้นการเลือกทำประกันจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนส่วนใหญ่หันมาสนใจ เลือกซื้อความเสี่ยงที่อาจเกิดหรืออาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ หากมองในอีกมุมมองหนึ่งนั้นการทำประกันก็ไม่ได้แย่เสมอไป บางคนชอบมองว่าทำประกันเหมือนจ่ายเงินฟรี เคลมก็ไม่ได้ เรื่องมาก ไม่เหมือนตอนซื้อ แต่บางครั้งเราศึกษาข้อมูลของกรมธรรม์ต่าง ๆ เหล่านั้นดีแล้วหรือยัง การทำประกันภัยหากเป็นการจ่ายเบี้ยปีต่อปีเราต้องมองที่มุมมองความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งการเจ็บป่วยจากโรค หรือ อุบัติเหตุก็ตาม หากไม่เกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ถือว่าดีไป ถึงแม้บางคนจะเสียดายเงินก็ตามว่าจ่ายเบี้ยไปไม่เห็นจะได้ใช้ หรือ เป็นอะไรเลย ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว ไม่มีใครอยากเจ็บป่วย หรือ เกิดอุบัติเหตุอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากทำประกันแล้วเกิดอุบัติเหตุ หรือ เจ็บป่วยขึ้นมา ประกันก็เหมือนเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เมื่อเทียบค่าเบี้ยประกันกับจำนวนเงิน และวงเงินรักษานั้นเราจะเห็นได้ว่า เงินทุนประกันที่ทางประกันจ่าย ดูแลในเรื่องค่ารักษาต่างๆ คุ้มค่ากว่าเงินค่าเบี้ยประกันที่เราจ่ายไปอย่างมาก

ในปัจจุบันเราจะสังเกตได้ว่าตามโรงเรียน มหาวิทยาลัย รวมไปถึงสถานที่ทำงานต่าง ๆ จะมีสวัสดิการในการทำประกันให้เนื่องจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วย หรือ อุบัติเหตุโดยจะเน้นเป็นประกันแบบกลุ่มที่กระจายค่ารักษา อย่างเช่น เจ็บป่วยทั่วไป มีวงเงินการรักษาต่อครั้ง 2,000 บาท หรือ อุบัติเหตุ ครั้งละ 5,000 บาทต่อครั้งในการรักษาเป็นต้น โดยทางบริษัทหรือต้นสังกัดจะเป็นผู้จ่ายค่าเบี้ยประกันได้ เราก็สามารถใช้สิทธิ์ตัวนี้ได้อย่างเต็มที่แต่หากเราเล็งเห็นแล้วว่าความคุ้มครองมีไม่เพียงพอต่อการเกิดเหตุการณ์ในอนาคตเราก็สามารถเลือกซื้อประกันบุคคลเพิ่มเติมขึ้นมาได้เช่นเดียวกัน

การเลือกซื้อประกันสำหรับคนที่ตัดสินใจทำประกันครั้งแรก

⇒ เช็คตัวเองถึงความต้องการ และ ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

หากเป็นคนที่เจ็บป่วยได้ง่าย หรือ ป่วยบ่อย มีความเสี่ยงที่จะทำให้ป่วยได้ง่ายๆ เช่น ทำงานกลางแดดกลางฝน หรือ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว มีโอกาสเสี่ยงในการป่วยง่ายดังนั้นควรเลือกทำประกันสุขภาพ หากเป็นคนที่ทำงานที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเช่น งานแบกหาม ก่อสร้าง ทำงานใกล้จุดเสี่ยงต่างๆ ก็ควรเลือกทำประกันอุบัติเหตุไว้ คนทั่วไปก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันเพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเวลา หากเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ก็ควรเลือกทำประกันเดินทาง หากเกรงว่าตัวเองจะป่วยเป็นโรคร้ายแรงก็ให้ทำประกันโรคร้ายแรงสำรองไว้ หากต้องการมีเงินมรดก เงินออมให้บุคคลภายหลังยามเสียชีวิต ก็ให้เลือกทำในส่วนของประกันชีวิต

⇒ เทียบเบี้ยประกัน เลือกบริษัทที่ต้องการ

การเลือกบริษัทประกัน และ เช็คเบี้ยประกันเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มครองและราคาค่าเบี้ยประกันว่าที่ไหนดีกว่าให้ความคุ้มครองมากที่สุดและเหมาะกับเรามากที่สุดควรเลือกทำบริษัทนั้น แต่ก็ควรศึกษากรมธรรม์ให้ดีก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้งด้วย เมื่อตัดสินใจแล้วควรศึกษาในข้อความคุ้มครอง และ ข้อยกเว้นโดยละเอียดก่อนจะดีมากที่สุดว่าทางบริษัทประกันมีข้อยกเว้นหรือเงื่อนไขใดบ้างที่ไม่คุ้มครอง

ซึ่งบทความนี้เราต้องการให้หลายคนมองเห็นความสำคัญในการเลือกทำประกัน ที่เป็นสิ่งใกล้ตัวที่หลายคนเลือกมองข้ามหลายคนอาจมองว่าไม่จำเป็น แต่หากตระหนักถึงประโยชน์ที่จะตามมาเมื่อเลือกทำประกันนั้นมุมมองในการเลือกทำประกันของเราอาจจะเปลี่ยนไป เราเลือกจ่ายส่วนน้อยเพื่อกระจายความเสี่ยงและได้รับความคุ้มค่าที่มากกว่ากลับมาน่าจะดีกว่า เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ บางครั้งไม่มีแม้แต่สัญญาณเตือนล่วงหน้า ดังนั้นการวางแผนเลือกกรมธรรม์สักเล่มติดตัวคุณไว้น่าจะอุ่นใจกว่า

READ MORE :