วัคซีนไข้ทรพิษฉีดที่ไหน ป้องกันโรคฝีดาษลิงได้จริงหรือ

สถานที่ฉีดวัคซีนโรคไข้ทรพิษมีที่ไหนบ้าง

ตกเป็นที่หวั่นวิตกไปทั่วโลกสำหรับการพบโรคฝีดาษลิงระบาดในคนเมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ด้านองค์การอนามัยโลก WHO ถึงกับจัดประชุมฉุกเฉินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เบื้องต้นข้อมูลล่าสุดพบว่าวัคซีนไข้ทรพิษสามารถใช้ฉีดเพื่อป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ติดตามได้ในหัวข้อ วัคซีนไข้ทรพิษฉีดที่ได้ไหน ป้องกันโรคฝีดาษลิงได้หรือไม่

โรคฝีดาษลิง คืออะไร พบการระบาดที่ไหน

โรคฝีดาษลิง เป็นเชื้อไวรัสในตระกูลฝีดาษหรือไข้ทรพิษ แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า โอกาสติดเชื้อต่ำกว่า พบได้ในแถบตะวันตกและตอนกลางของทวีปแอฟริกา พื้นที่ใกล้ป่าดิบชื้น ปัจจุบันพบ 2 สายพันธุ์ได้แก่ แอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก

ลักษณะอาการของโรคฝีดาษลิง

ผู้ป่วยเชื้อไวรัสฝีดาษลิง มักมีอาการปรากฎหลังติดเชื้อผ่านไป 12 วัน โดยมักมีอาการ มีไข้ ปวดศีรษะ หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต เมื่ออาการดังกล่าวทุเลาลงแล้วมักปรากฎให้เห็นตุ่มขึ้นตามใบหน้า ลำตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า จะมีลักษณะตุ่มหนอง เมื่อแห้งตกสะเก็ดจะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้คล้ายโรคอีสุกอีใส ส่วนใหญ่แล้วอาการป่วยจะประมาณ 2-4 สัปดาห์ และหายได้เอง อย่างไรก็ตามในแอฟริกาพบการเสียชีวิตประมาณ 10% ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเด็ก

วัคซีนไข้ทรพิษฉีดที่ไหน
อาการของโรคฝีดาษลิง ภาพจาก : บีบีซีไทย

ฝีดาษลิงแพร่เชื้อทางไหน สัตว์ใดบางเป็นพาหะ

สำหรับเชื้อไวรัสฝีดาษลิงสามารถแพร่เชื้อได้ผ่านระบบทางเดินหายใจ เช่น จมูก ปาก รวมถึงตา และบาดแผล กระทั่งรอยแตกบนผิวหนัง โดยมีสัตว์ในตระกูลฟันแทะ เช่น กระต่าย กระรอก หนู เป็นพาหะนำโรค สามารถติดต่อสู่คนได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง การถูกกัดจากสัตว์ที่ติดเชื้อ

ฝีดาษลิง มีวิธีป้องกันอย่างไร

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่ใช้รักษาโรคฝีดาษลิงได้ แต่สามารถคุมการแพร่ระบาดและติดเชื้อได้โดยการฉีดวัคซีนไข้ทรพิษ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถป้องกันได้สูงถึง 85%

วัคซีนไข้ทรพิษเกือบหายจากสต๊อกยาโลก

ปัจจุบันโรคไข้ทรพิษ ทางองค์การอนามัยโลกประกาศว่าได้หมดไปจากโลกนี้แล้วนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 ดังนั้นจึงไม่ง่ายที่จะหาวัคซีนมาใช้เพื่อป้องกันโรคฝีดาษลิง ทว่าจากข้อมูลล่าสุดมีการเก็บตัวอย่างเชื้อฝีดาษที่มีชีวิตไว้สำหรับการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมในห้องทดลองของรัฐบาล 2 ชาติได้แก่ ห้องทดลองโรคติดเชื้อของศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐ และ ศูนย์วิจัยไวรัสวิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งรัฐของรัสเซีย ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้เท่านั้น ที่ได้รับอนุญาตจากองค์การอนามัยโลกให้เก็บไวรัสไข้ทรพิษที่มีชีวิตได้

และด้วยความที่โรคไข้ทรพิษไม่พบการระบาดแล้ว ทำให้วัคซีนไข้ทรพิษจึงไม่ได้ถูกแจกจ่ายแพร่หลายเหมือนวัคซีนชนิดอื่น ๆ ซึ่งในปัจจุบันมีเพียง 2 ชนิดที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐ ได้แก่ ACAM200 และ JYNNEOS อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ชนิดหาได้ไม่ง่าย และถูกจัดเก็บให้ใช้ได้เฉพาะกรณีฉุกเฉิน หรือใช้ได้เฉพาะเจ้าหน้าที่การแพทย์ที่ปฎิบัติหน้าที่ใกล้ชิดกับโรคฝีดาษเท่านั้น

วัคซีนไข้ทรพิษฉีดที่ไหน
อนุภาคเชื้อไวรัสโรคฝีดาษลิง ภาพจาก : บีบีซีไทย

ฝีดาษลิงจะไม่พัฒนาไปสู่การระบาดใหญ่

นักวิทยาศาสตร์ได้เฝ้าจับตาการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง ซึ่งพบผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 100 รายในทวีปยุโรป อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะไม่เกิดการระบาดครั้งใหญ่เหมือนโควิด-19 เนื่องจากไวรัสฝีดาษลิงไม่ได้แพร่เชื้อได้ง่าย ๆ แต่ทั้งนี้การเกิดการระบาดในไวรัสโบราณตัวนี้ทำให้องค์การอนามัยโลกรวมถึงนักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนมุมมองต่อโรคนี้เสียใหม่

ประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิง

นายแพทย์ โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ยืนยันว่า ในประเทศไทยขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิง อย่างไรก็ตามได้เตรียมความพร้อม โดยการตั้งศูนย์ปฎิบัติการภาวะฉุกเฉินและได้จัดเตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว รวมถึงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามาในประเทศ

วิธีป้องกันตนเองจาก โรคฝีดาษลิง

1. ไม่สัมผัสสัตว์พาหะ (สัตว์ตระกูลฟันแทะทั้งหลาย)
2. หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ
3. ไม่สัมผัสสารคัดหลั่ง บาดแผล เลือดน้ำเหลืองของสัตว์

สรุปแล้วก็คือวัคซีนไข้ทรพิษสามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้มีประสิทธิภาพสูงถึง 85% อย่างไรก็ตามวัคซีนชนิดนี้ถูกจัดเก็บไว้ในคลังเก็บที่สหรัฐฯและรัสเซียเท่านั้น ไม่มีแจกจ่ายทั่วไปตามโรงพยาบาลแต่อย่างใด การเข้าถึงเป็นเรื่องไม่ง่ายเพราะการระบาดของไข้ทรพิษไม่มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 แล้ว ข่าวดีก็คือโรคฝีดาษลิงแพร่เชื้อได้ต่ำ ทำให้จะไม่เกิดการระบาดครั้งใหญ่เหมือนโควิด-19 สงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมควมคุมโรค โทร.02-590-3839 หรือสายด่วน 1422

ที่มาจาก : ประชาชาติธุรกิจ

อ่านเพิ่มเติม