น้ำหนักขึ้นช่วงโควิด ทำไงดี? 6 แผนใช้ได้ผลดีมาแชร์กัน

รู้หรือไม่ว่า? ในช่วงโควิดในปี 2020 และ 2021 (และอาจไปถึงปี 2565 เลยทีเดียว) เป็นเวลาที่เราต้องอยู่บ้าน และ น้ำหนักขึ้นในช่วงนี้กันค่อนข้างมาก ซึ่งแม้ว่าจะออกกำลังกาย ลดอาหาร ก็ยังไม่สามารถลดหนักได้อย่างรวดเร็ว และดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

กักตัวอยู่บ้าน น้ำหนักขึ้นกันมากเกือบ 50%

น้ำหนักมากขึ้นในช่วงโควิด

คนอเมริกันมากกว่า 41% ในวันกลางคนมีการรายงานว่า มีน้ำหนักตัวพุ่งสูงขึ้น ตั้งแต่ช่วงที่โควิดเริ่มระบาด ซึ่งเกิดจากความเครียด ไม่ได้ออกกำลังกาย การเปลี่ยนแปลงของการกินอาหารในแต่ละวัน รวมถึง การดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เพียงแค่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ก็น่าจะลดน้ำหนักได้แล้ว

ซึ่งบางคนอาจมีการปรับอาหาร เปลี่ยนเมนูอาหาร หรือแม้แต่การกินอาหารแบบคีโต ซึ่งเราทุกคนรู้กันดีว่า แม้แต่การออกไปวิ่งออกกำลังกายนอกบ้าน สำหรับบ้านที่ไม่มีเครื่อง Treadmill ยังคงหวาดหวั่นกันเกี่ยวกับเรื่องการติดเชื้อ

ทำไมความเครียดช่วงโควิดถึงทำให้น้ำหนักเพิ่ม? อ้วนขึ้น

ในช่วงเวลาแห่งความร้ายกาจของโควิด ทำให้หลายคนเครียดโดยที่รู้ตัว และ ไม่รู้ตัว จากการเสพข่าว และอาจมีผลทำให้กดดัน เครียด และ อาจเป็นที่มาของอาการ กินเยอะเกินไป (Overeating) ได้ และอีกประการหนึ่งที่คล้ายกันกับการกินอาหารมากเกินไปก็คือ การดื่มแอลกอฮอล์บ่อยขึ้น

ภาวะของคนในโลกน่าจะมีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งในประเทศไทยยังไม่ได้มีการทำวิจัยว่า การ Lockdown มีผลทำให้คนดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นหรือไม่? แต่จากงานวิจัยในสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับ Covid VS Alcohol Consumption ทำให้รู้ว่า ผู้คนมีการดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มมากขึ้นถึง 60% เลยทีเดียว การดื่มเหล้า เบียร์ เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยที่ทำให้น้ำหนักมากขึ้น นั่นเอง


6 แผนการ รับมือ น้ำหนักขึ้น อ้วนขึ้น ช่วงโควิด

นี่ไม่ใช่การวางแผนธรรมดา แต่เป็นคำแนะนำจาก Yale Medicine เกี่ยวกับการรับมือน้ำหนักขึ้นในช่วง Pandemic หรือ ช่วงแพร่ระบาดของเชื้อโรค ที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน เราจะมานำเสนอกัน

ให้สร้างตาราง ชีวิตประจำวัน

  • ตั้งเวลาตื่นให้เหมือนกับไปทำงาน และ ตั้งเวลานอน ให้เป็นเวลา
  • ให้คิดเลยว่าจะกินอะไรทั้งวัน ให้ทำ Meal Plan
  • ให้แต่งตัวทำงานทุกเช้า เนื่องจากจะได้รู้ว่า เราใส่ชุดทำงานได้อยู่หรือไม่? และสร้างกำลังใจให้ลดน้ำหนักได้

ให้หันมาสนใจการทำอาหารมากขึ้น เมื่อมีเวลา

เมื่อมีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น ควรที่จะมาเรียนรู้การทำอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งทางแพทย์แนะนำว่า เมื่อเอาวัตถุดิบมาปรุง และต้องเป็นอาหารที่ตัวเองชอบ ก็จะทำให้ รู้สึกว่าได้ทำอาหารที่มีคุณภาพ มากกว่า การกินอาหารตามปริมาณ

ให้รู้ตลอดเวลาว่า กำลังกินอะไรอยู่

ให้ควบคุมปริมาณอาหารที่กิน พยายามเพิ่มอาหารประเภทผักสลัด ลงไปในมื้อมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มื้อเย็น โดยการรับประทานสลัดก่อนมื้อเย็น และรอดู 15 นาที ว่ายังหิยอยู่มั้ย และควรกินอาหารประเภทโปรตีนก่อนทุกครั้ง เพราะ จะทำให้อิ่มเร็วกว่า

ออกกำลังกายให้เป็นเวลา

หากการที่ต้องไปยิมเป็นของหวานสำหรับบางคน การเปลี่ยนการออกกำลังกายที่ไม่ต้องยุ่งกับใครเลยก็เป็นเรื่องที่ดี ยกตัวอย่างเช่น เดินป่า (Social Distancing) หรือการปีนเขา หรือแม้แต่ การลงทุนซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายมาเล่นเองที่บ้าน และควรเล่นเป็นเวลา ให้มีระเบียบในการจัดตารางเวลาชีวิตไปเลย

นอนหลับให้เต็มอิ่ม นอนให้เป็นเวลา

นั่นหมายถึงว่าควรนอนให้เป็นเวลา อย่างน้อย 7 ชั่วโมง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับบางคน เนื่องจากการหลับลึก light sleep และ ช่วง REM ของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งเคยมีงานวิจัยว่า ผู้ที่นอนหลับไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดโรคอ้วนได้ ในที่สุด

ควบคุมความเครียดให้อยู่หมัด

การหันเข้าหาธรรมมะ หรือ ศาสนา อาจเป็นอีกทางหนึ่งในการลดความเครียดลงได้ การนั่งสมาธิ อาจแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้เช่นกัน ซึ่งดีกว่าการนั่งกินไวน์ หรือ แอลกอฮอล์ ที่ทำให้การนอนมีปัญหา รวมถึง การเอา Calorie เข้าร่างกายเพิ่มเกินความจำเป็นด้วย


ทางเลือกใหม่ ของคนอยู่บ้าน ปากกา ลดน้ำหนัก

หลายคนได้ยินแล้วยังสงสัย ว่ามันคืออะไร? การลดน้ำหนัก สำหรับคนที่เป็นโรคอ้วนนั้น ทำได้หลายวิธี ซึ่งล่าสุด มีปากกา ลดน้ำหนัก ที่สามารถทำให้เราไม่รู้สึกหิว หรือ รู้สึกอิ่มนาน โดยต้องมีการจ่ายปากกานี้ โดยแพทย์เท่านั้น และอาจเป็นวิธีที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ สำหรับคนที่ไม่สามารถหยุดกินได้

อย่างไรก็ดี การใช้วิธีทางการแพทย์ เครื่องมือ วิธีใดวิธีหนึ่งจะไม่ทำให้ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก เมื่อต้องอยู่ทีบ้านนานๆ จะต้องใช้ทุกวิธีร่วมกัน จึงจะทำให้สำเร็จได้