โรคฝีดาษลิงในไทย ระบาดที่ไหนบ้าง ไทยรับมืออย่างไร

ฝีดาษลิง มีอาการอย่างไร ติดต่อทางไหน

ข่าวที่สร้างความน่ากลัวให้กับผู้คนไปทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือ การตรวจเจอ โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) ระบาดในคนโดยเฉพาะทวีปยุโรปพบผู้ติดเชื้อกว่า 100 ราย จนองค์การอนามัยโลก WHO ต้องจัดประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือ เกี่ยวกับเรื่องนี้จะมาเจาะลึกในรายละเอียดกันในหัวข้อ โรคฝีดาษลิงในไทย ระบาดที่ไหนบ้าง ไทยรับมืออย่างไร พบเชื้อในไทยแล้วหรือยัง ติดตามรายละเอียดกันได้

โรคฝีดาษลิง คืออะไร

โรคฝีดาษลิง อยู่ในตระกูลเชื้อไวรัสโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษ แต่จะมีความรุนแรงของโรคน้อยกว่า รวมถึงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่ำกว่า สำหรับโรคฝีดาษลิงมักพบได้บริเวณพื้นที่ห่างไกลในแถบตะวันตกหรือทางตอนกลางของทวีปแอฟริกา บริเวณใกล้กับป่าดิบชื้น มี 2 สายพันธุ์ คือ แอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก สำหรับโรคฝีดาษลิงเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มพอกซ์วิริเด (Poxviridae) เป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใกล้เคียงกับที่พบในโรคฝีดาษคนหรือไข้ทรพิษ

อาการของโรคฝีดาษลิง และความอันตราย

ผู้ติดเชื้อไวรัสจะแสดงอาการหลังติดเชื้อผ่านไปราว 12 วัน ลักษณะอาการเบื้องต้นฝีดาษลิงมัก ปวดหัว, มีไข้, เจ็บคอ, หนาวสั่น, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, ปวดหลัง, ต่อมน้ำเหลืองโต อ่อนเพลียและซึมเซา โดยหลังไข้ทุเลาแล้วอาจเกิดผื่นขึ้นที่บริเวณใบหน้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า โดยลักษณะของผื่นจะมีอาการรุนแรงและเปลี่ยนแปลงได้หลายขั้น ก่อนจะกลายเป็นตุ่มหนอง จากนั้นจะค่อย ๆ แห้งตกสะเก็ดทิ้งไว้ซึ่งรอยแผลเป็น

สำหรับความอันตรายของเชื้อไวรัสฝีดาษลิงส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการรุนแรง และหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ลักษณะจะคล้าย ๆ กับโรคอีสุกอีใส อย่างไรก็ตามในบางกรณีอาจมีความรุนแรงได้เช่นกัน เพราะมีรายงานว่าฝีดาษลิงทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตมาแล้วในแอฟริกาตะวันตก โดยเฉพาะเด็กเล็ก

โรคฝีดาษลิง ติดต่อกันอย่างไร

สำหรับเชื้อไวรัสฝีดาษลิง สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านระบบทางเดินหายใจ จมูก ปาก ตา หรือแม้กระทั่งรอยแตกหรือบาดแผลบนผิวหนัง

โรคฝีดาษลิง สัตว์ชนิดใดเป็นพาหะ

สำหรับไวรัสฝีดาษลิง พบได้ในสัตว์ตระกูลลิง สัตว์ตระกูลฟันแทะ เช่น กระต่าย กระรอก หนู โดยคนสามารถรับเชื้อได้จากการถูกสัตว์กัด หรือสัมผัสกับ สารคัดหลั่ง เลือด ตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ
ปล. ยังไม่เคยพบการติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคฝีดาษลิงในไทย
อนุภาคเชื้อไวรัสโรคฝีดาษลิง ภาพจาก : บีบีซีไทย

ฝีดาษลิง รักษาอย่างไร

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่ใช้รักษาโรคฝีดาษลิง แต่สามารถป้องกันการติดเชื้อและควบคุมการระบาดได้โดยการฉีดวัคซีนโรคฝีดาษในคน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถป้องกันได้สูงถึง 85% โดยผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเผยว่า การได้รับวัคซีนฝีดาษในคน สามารถป้องกันโรคนี้ได้แม้จะสัมผัสเชื้อโรคฝีดาษลิงมาก่อนหน้านี้หรือทำให้อาการรุนแรงน้อยลง

ประชาชนควรกังวลมากน้อยแค่ไหน

ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานสาธารณสุขอังกฤษ (Public Health England–PHE) ระบุขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ใกล้เคียงกับการแพร่ระบาดไปทั่วประเทศ ความเสี่ยงที่ประชาชนจะได้รับเชื้ออยู่ในระดับต่ำ ศาสตราจารย์โจนาธาน บอลล์ ศาสตราจารย์ด้านไวรัสวิทยาระดับโมเลกุล มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม เผยว่า “มีเพียง 1 ใน 50 คนที่สัมผัสผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงในระยะแรกที่จะติดเชื้อ นั่นหมายความว่าเชื้อมีการแพร่กระจายในระดับต่ำ”

ประเทศไทยรับมืออย่างไร

เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า กรมควบคุมโรคได้เตรียมพร้อมโดยการตั้งศูนย์ปฎิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข และจัดเตรียมแผนระยะยาว ระยะกลาง เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะปรับปรุงกลยุทย์ตามความเหมาะสมมากขึ้นหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป

ยังไม่พบผู้ป่วยฝีดาษลิงในไทย

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ยืนยันว่า ประเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามขณะนี้ประเทศไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น ฉะนั้นต้องระวังความเสี่ยงจากผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง อาทิ ทวีปแอฟริกาตะวันตก และแอฟริกากลาง หรือผู้ที่เดินทางจากประเทศดังกล่าว

โรคฝีดาษลิงในไทย
อาการของโรคฝีดาษลิง ภาพจาก : บีบีซีไทย

คำแนะนำป้องกันโรคฝีดาษลิง

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์พาหะ (สัตว์ตระกูลฟันแทะทั้งหลาย)
2. หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ
3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง บาดแผล เลือดน้ำเหลืองของสัตว์

และทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับโรคฝีดาษลิงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ลักษณะอาการ ความรุนแรง การรักษา และมาตรการรับมือของประเทศไทย ข่าวดีคือยังไม่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงในไทยแต่อย่างใด หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กรมควมคุมโรค โทร.02-590-3839 หรือสายด่วน 1422

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : บีบีซีไทย

อ่านเพิ่มเติม