ลดน้ำหนักเร่งด่วน 7-10 วัน – 15 วิธีรวดเร็ว แบบไหนลงได้กี่กิโลนะ?

 การลดน้ำหนักตัว และลดไขมันในร่างกาย : หากต้องการลดส่วนเกินในช่วงที่ต้องอยู่ที่บ้าน และเมื่อคลายล๊อคออกมาแล้ว จะได้มีหุ่นที่ดี น้ำหนักตัวคงเดิม และไม่ต้องอาย รวมถึง การ ที่ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ยาก และอยาก ลดน้ำหนักเร่งด่วน 10 วัน แต่สามารถทำได้ แต่ต้องใช้ความพยายามและวินัยค่อนข้างสูง

3 เหตุผลหลักที่ควร ลดน้ำหนักเร่งด่วน ก่อนกลับไปทำงาน

ในหน้านี้มีอะไรบ้าง?

การลดน้ำหนัก แบบเร่งด่วน หรือ รวดเร็ว ไม่จำเป็นจะต้องรีบกันขนาดนั้น แต่ ที่ต้องรีบในระยะเวลา 10 วัน เป็นเพราะว่า เราต้องการทำให้มันเป็นกิจวัตร ก่อนที่จะออกไปทำงาน พบปะผู้คน รู้สึก มันใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีหลายเหตุผลที่จะต้องลดน้ำหนักกันอย่างรวดเร็ว และนี่คือเหตุผลในหลายๆข้อในเรื่องนั้น

การที่เราลดน้ำหนัก สามารถประหยัดเงินได้ถึง 9 แสนบาท

รู้หรือไม่ว่า เคยมีงานวิจัยจาก Johns Hopkins School of Public Health ที่คนที่ลดน้ำหนัก ห่างจากโรคอ้วน และห่างจากโรคประจำตัวอื่นๆ สามารถประหยัดเงินได้ทั้งช่วงชีวิตคนๆหนึ่ง ตั้งแต่ 600,000 – 900,000 บาท เลยทีเดียว โดยสามารถประหยัดเงินได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่วันแรกๆ ที่ทำการลดน้ำหนักเลยทีเดียว ซึ่งการประหยัดเงินจะสามารถประหยัดได้ ในค่าใช้จ่าย 3 อย่างนี้คือ

  1. ค่ารักษาพยาบาล
  2. ค่าอาหาร
  3. ค่าการเสียโอกาสที่เกิดจากการเจ็บป่วยจากโรคอ้วน

อาจได้ขึ้นเงินเดือน ตำแหน่งสูงขึ้น ถ้าน้ำหนักลง

ดูเหมือนเว่อร์ จะไปเกี่ยวข้องกันได้ยังไง? แต่มันเป็นเรื่องจริง : จากสถิติของการเก็บข้อมูลเงินเดือนของพนักงานบริษัท ผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวเกิน มักจะได้เงินเดือน หรือ ค่าจ้าง น้อยกว่า คนน้ำหนักตัวปกติถึง 2.5% โดยงานวิจัยนี้มาจาก Health Economics (จาก Wiley)ที่เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ

นอกเหนือจากค่าจ้าง ในแต่ละเดือนแล้ว มหาวิทยาลัย Oxford และ Surrey เคยทำการวิจัยว่า การเลือกบุคคลขึ้นมาอยู่บนตำแหน่งที่สูง น้ำหนักตัวของเจ้าของตำแหน่งมีผลทางจิตวิทยาต่อการตัดสินใจของผู้ว่าจ้างด้วย โดยในงานวิจัยกล่าวว่า ความงาม ขนาดตัว มีผลต่อการตัดสินใจต่อการขึ้นตำแหน่งของเจ้าของบริษัท และถ้าหากยิ่งมีน้ำหนักตัวมากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่จะได้รับการโปรโมทให้ตำแหน่งสูงขึ้น ยิ่งน้อยลง ตามไปด้วย

การวิเคราะห์งาน ความจำ ดีขึ้นกว่าเดิม

Cognitive Skill และ Memorizing Skills ก็คือ การวิเคราะห์ปัญหา และ ความจำในการทำงาน ปฎิบัติชีวิตประจำวัน และสิ่งเหล่านี้จะดีขึ้นเมื่อเป็นคนที่มีสุขภาพดี และการที่มีสุขภาพดีคือการไม่มีโรคอ้วน น้ำหนักตัวน้อย

งานวิจัยจาก Frontiers in Nutrition บอกเอาไว้ว่า การที่มีน้ำหนักตัวเยอะ จะทำให้ทักษะในการวิเคราะห์ แก้ปัญหาในการทำงาน และความจำแย่กว่า ผู้ที่มีน้ำหนักตัวปกติ หรือค่า BMI ปกติ นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยยืนยันจาก Science Daily อีกว่า การลดน้ำหนักตัว (แบบเร่งด่วน และ ไม่ต้องเร่งด่วน แบบค่อยเป็นค่อยไป) ยังสามารถทำให้ความจำดีขึ้นอีกต่างหาก

20 วิธี ลดน้ำหนักเร่งด่วน ภายใน 10 วัน 


การลดน้ำหนัก มีหลายวิธี ซึ่งเราจะ เจาะแต่ละวิธีกันไปเลย พร้อมกับการยืนยันด้วยงานวิจัย หรือ ประสบการณ์ การลดน้ำหนักแบบแร่งด่วน ภายใน 7 -10 วัน ซึ่งแต่ละวิธีนั้น จะแยกออกจากกัน ไม่ปนกัน เช่น หากจำกัดการกินอาหาร ทำเมนูคลีน จะลดน้ำหนักได้ประมาณเท่าใด เป็นต้น 

ลดน้ำหนัก ด่วนๆ จากการกิน

1. จำกัดการกินอาหาร (Dieting / Diet Plan) 2.3-4.5 กิโลกรัม

วิธีการนี้ ก็คือ การ ทำอาหารสำหรับการลดน้ำหนัก ซึ่งมี อาหารลดน้ำหนัก ที่ต้องกินในแต่ละวัน และแต่ละมื้อ นั่นเอง ซึ่งผลจากการวิจัยบอกเอาไว้ว่า การจำกัดอาหาร ด้วย Diet Plan เพียงอย่างเดียว จะทำให้ลดน้ำหนักได้ ราวๆ 2.3-4.5 กิโลกรัม ในสัปดาห์แรก (ไม่ถึง 10 วัน) และน้ำหนักจะคงตัวหลังจากนั้น (อ้างอิง Healthline.com)

2. กินอาหารแบบ คีโต (Keto Diet) ลดได้ 0.5 – 5 กิโลกรัม

การกินคีโต คือการ กินไขมันดี ซึ่งเป็นการกินไขมันเนื้อสัตว์ ผัก นม ธัญพืช โดยมีผลิตภัณฑ์อาหารที่มีอยู่ในตลาดทั่วๆไป เช่น น้ำปลาคีโต โดยงดแป้งและน้ำตาล เพื่อหวังผลในการลดน้ำหนัก ซึ่งในสัปดาห์แรกๆ น้ำหนักจะลดลงถึง 5 กิโลกรัมเลยทีเดียว โดยน้ำหนักส่วนใหญ่ก็คือน้ำ (อ้างอิง Healthline.com)

หลักการคือ การงดแป้ง และน้ำตาล โดยร่างกายจะทำการเผาผลาญพลังงานเหล่านี้ ให้หมดไปโดยการใช้น้ำ และนั่นเป็นที่มาของการที่น้ำหนักลดในที่สุด

3. ดื่มน้ำอย่างเดียวตลอด 1 สัปดาห์ (water fasting) ลด 3.22 กิโลกรัม

การดื่มน้ำอย่างเดียว มีงานวิจัยรองรับ ว่าสามารถทำได้ตั้งแต่ 24 ชั่วโมง ถึง 3 วัน โดยไม่ต้องกินอะไรเลย โดยเหมาะกับคนที่ไม่มีโรคประจำตัว ไม่เป็นเบาหวาน ไม่เป็นไมเกรน และควรกินให้เต็มที่ก่อนการเริ่ม Water Fasting

จากผู้ใช้คนหนึ่งใน Quora แชร์ประสบการณ์ การทำ Water Fasting ไว้ว่า สามารถลดน้ำหนักได้มากถึง 2.26 ต่อสัปดาห์ หรือถ้าลดอย่างเร่งด่วนใน 10 วัน จะลดไปราวๆ 3.22 กิโลกรัม แต่อย่างไรก็ดี เป็นวิธีที่ไม่แนะนำ เนื่องจากอาจอ่อนเพลียถึงขีดสุดได้

4. IF (Intermittent Fasting) ลดประมาณ 2 กิโลกรัม ใน 10 วัน

การทำ fasting ไม่ได้เป็นการลดน้ำหนักที่รวดเร็ว หากไม่ได้ทำควบคู่กับการออกกำลังกาย และ การคุมอาหาร ซึ่งการทำ Fasting นั้น จะมีการกินอาหาร 3-4 ชั่วโมง และหลังจากนั้นจะมีการพัก 12 ชั่วโมง โดยน้ำหนักตัวจะลดลงราวๆ 2 กิโลกรัม ภายใน 10 วัน แต่อย่างไรก็ดี จะเห็นผลค่อนข้างช้า หากไม่ได้ทำควบคู่กับการออกกำลังกาย


ลดน้ำหนัก เร่งด่วน โดยการออกกำลังกาย

การลดน้ำหนักแบบรวดเร็ว โดยการออกกำลังกาย มักจะทำควบคู่ไปกับการจำกัดการกินด้วย แต่อย่างไรก็ดี เราพยายามหา จำนวน กิโลกรัม จากการออกกำลังกาย ด้วยวิธีต่างๆ ให้ได้มากที่สุด แต่อันที่จริงแล้ว เคยมีการให้ข้อมูล เกี่ยวกับ วิธีการออกกำลังกายแบบไหน ลดกี่แคล หรือ ได้มากที่สุด? สามารถตามไปอ่านกันได้ต่อ

5. เดินออกกำลังกาย ลดประมาณ 0.7 กิโล 

การเดินออกกำลังกาย เป็นการเผาผลาญไขมันอย่างช้าๆ ได้ดีที่สุด โดยอาจเริ่มต้นเดิน 30 นาทีต่อวัน ด้วยความเร็วประมาณ 6.4 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง แต่มีงานวิจัยว่า ผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวเกิน เดินวันละ 50-70 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถลดไขมันได้ 1.5% และ รอบเอวลดลง 2.8 เซนติเมตร (อ้างอิง Journal of exercise nutrition and biochemistry)

แต่ถ้าหากตีเป็นหน้ำหนักตัวที่ลดลงแล้วหล่ะก็ ในการเดินออกกำลังกายทุกวัน 8 กิโลเมตรต่อวัน จะสามารถลดน้ำหนักได้ ราวๆ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ หรือ ประมาณ 0.7 กิโล ใน 10 วัน ซึ่งก็ยังไม่ถือว่าเป็นการลดน้ำหนักที่เร่งด่วนเท่าใดนัก (อ้างอิง lovelifebefit.com)

6. วิ่งจ๊อกกิ้ง ลดประมาณ 1.28 กิโลกรัม 

โดยเฉลี่ยแล้วควรวิ่งที่ความเร็ว 6.4-9.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยจะเผาผลาญไขมันที่เป็นไขมันแบบ Visceral Fat หรือไขมันตัวร้ายภายในร่างกาย ที่ก่อให้เกิด โรคต่างๆ ด้วย

สำหรับการวิ่ง jogging จะลดน้ำหนักประมาณ 1.28 กิโลกรัม (อ้างอิง Verywellfit.com ลด 0.9 กิโลกรัม/สัปดาห์) ต่อสัปดาห์ โดยต้องวิ่ง 7 วัน ละอย่างต่ำวันละ 30 นาทีขึ้นไป เพื่อให้ร่างกายเริ่มกำจัดไขมันส่วนเกินได้

7. ปั่นจักรยาน Spinning หรือ ปั่นนอกบ้าน ลด 1.42 กิโลกรัม 

ในช่วงเวลา 7 วัน หากปั่นจักรยานวันละ 60 นาที จะลดน้ำหนักได้ราวๆ 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ หรือ ประมาณ 1.42 กิโลกรัมต่อ 10 วัน ซึ่งการปั่นจักรยานเป็นประจำ จะทำให้ ร่างกายแข็งแรง น้ำหนักลดลงง่ายกว่าเดิม เพราะเป็นการลดน้ำหนักแบบ non-impact คือไม่ต้องรับแรงกระแทกเท่ากับการวิ่งด้วย

8. ยกน้ำหนัก เล่นกล้าม ลด 1.42 กิโลกรัม 

การยกน้ำหนัก หรือ การเล่น Weight Training มีจุดเด่น ที่ไม่ได้ลดน้ำหนักอย่างเดียว แต่ สามารถเพิ่มกล้ามเนื้อเพิ่มทำให้เกิดการเบิร์นได้มากขึ้นในอนาคตได้ด้วย อ้างอิง Livestrong.com ผู้ที่ยกน้ำหนัก โดยการออกกำลังกาย ที่ไม่ได้หักโหมมาก สามารถลดได้ 0.9 กิโลกรัม ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 1.42 กิโลกรัม ต่อ 10 วัน

9. HIIT (High Intensity Interval Training) ลด 1.5 กิโลกรัม 

การเล่น HIIT จะทำให้ลดไขมัน ย้ำ เฉพาะ ไขมัน ราวๆ 2 กิโลกรัมภายใน 12 สัปดาห์ หรือราวๆ 3 เดือน แต่สำหรับระยะสั้นแล้ว จะสามารถทำให้ลดน้ำหนักได้ถึง 1.5 กิโลกรัม โดยมีงานวิจัยรองรับที่ Healthline.com โดยการเล่น HIIT นั้น จะเป็นการเผาผลาญพลังงานได้มากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบการออกกำลังกายในรูปแบบอื่นๆ


ลดน้ำหนักแบบรวดเร็ว โดยแพทย์ 

วิธีการด้านล่างนี้ จะต้องมีการทำด้วยแพทย์ ต้องเข้าปรึกษา และ แพทย์เป็นผู้ทำเท่านั้น ซึ่งจำเป็นจะต้องเสียเงิน ค่าใช้จ่าย ที่มีราคาสูง

10. CoolSculpting สลายไขมันด้วยความเย็น ลด 1.17 กิโลกรัม ต่อครั้ง

การใช้วิธี CoolSculpting หรือ cryolipolysis คือการสลายไขมัน โดยการใช้ความเย็นในการแช่แข็งขั้นไขมัน โดยไม่ต้องกลัวเจ็บ โดยใช้เวลาประมาณ 45 นาทีต่อครั้ง โดย จากการทดลองพบว่า สามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 1.17 กิโลกรัม ต่อการทำ 1 ครั้งเท่านั้น วิธีการนี้ ลดไขมันได้ถึง 80% ของร่างกายเลยทีเดียว (อ้างอิง beautiquebeautiful.com)

สำหรับการเห็นผลที่ชัดเจนนั้น จะต้องทำอย่างน้อย 6 สัปดาห์ และหลังจากนั้นจึงจะเห็นผล ซึ่งจะไม่เหมือนกันกับวิธีแบบ Liposuction หรือการดูดไขมันออกจากร่างกาย โดยที่วิธีแบบ Cryolipolysis เป็นวิธีแบบ Non-Invasive หรือไม่ต้องมีการผ่าตัดเลยทีเดียว

11. IV Burn Fat Burn (การลดน้ำหนัก ขึ้นอยู่กับกิจวัตรประจำวัน)

วิธีนี้คือการลดไขมันโดยการใช้กระบวนการของร่างกายนั่นเอง โดยจะเป็นการ ดริปวิตามิน สำหรับคนที่ ต้องออกกำลังกาย และคุมอาหารไปด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถลดน้ำหนักได้เร็วกว่าเดิม

12. Mesotherapy (เมโส) ลดส่วนเกิน 2-5 นิ้ว 

การทำ Meso คือการเอาไขมันออกจากกล้ามเนื้อ และร่างกาย โดยการนำเอา เซลลูไลท์ ออก และทำให้ผิวหนังเต่งตึงมากขึ้น โดยการฉีดลงไปบนหน้าท้อง หน้าขา แขน และก้น โดยที่การลด จะไม่ใช่เป็นการลดน้ำหนักอย่างเดียว แต่จะเป็นการลดสัดส่วนที่เกิน ไม่สวย ได้ถึง 2-5 นิ้ว ในแต่ละจุด โดยที่ ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ 3-5 เดือน ขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวันด้วย

13. INDIBA ลดไขมันระดับเซล ขึ้นอยู่กับสัดส่วน 

มันคือวิธีการที่มีมาหลายปีแล้ว โดยการใช้คลื่นวิทยุ กระตุ้นเซลล์ โดยสามารถลดไขมันใต้ชั้นผิวหนังได้ กระชับสัดส่วน รวมถึงการกำจัด เซลลูไลท์ สามารถใช้ได้กับทุกส่วนในร่างกาย

วิธีการนี้จะช่วยไม่ให้เกิดไขมันจับเกาะในจุดที่ทำซ้ำ ใช้เวลาไม่นานในการทำ ไม่เจ็บปวด และไม่ต้องพักฟื้น เนื่องจากไม่ใช่การผ่าตัด อ้างอิง indiba.com


ลดน้ำหนัก โดยการใช้ยา

14. ยาลดความอ้วน รูปแบบต่างๆ ลดประมาณ 5%-10% ของน้ำหนักตัว

สำหรับยาลดความอ้วน เป็นอย่างสุดท้ายที่จะแนะนำ แม้ว่าจะได้ผลดี เห็นผลเร็ว แต่มีผลข้างเคียงค่อนข้างเยอะมากเลยทีเดียว บางตัวมีฤทธิ์กดประสาท และอาจมีผลต่อเรื่องของ Yo-Yo Effect ได้ โดยสามารถแบ่งยาลดความอ้วนได้เป็นหลากหลายประเภทดังนี้

  1. ประเภทเร่งการเผาผลาญไขมัน – เป็นกลุ่มแอลคาร์เนทีน โดยมักใช้ร่วมกันกับการออกกำลังกาย เนื่องจาก ทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานกว่าเดิม พร้อมทั้งใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงาน ทำให้เผาผลาญได้
  2. Appetite Suppressants ทำให้ไม่หิว – จะมีการออกฤทธิ์ ในการทำให้ไม่หิว ไม่อยากอาหาร จึงทำให้กินอาหารได้น้อยลง น้ำหนักก็จะลดลงตาม โดยจะนำเอาไขมันส่วนเกินออกมาใช้แทน อาหารที่ไม่ได้กินเข้าไป ทำให้น้ำหนักลงได้
  3. บล็อคแป้ง ไขมัน (Carb Blocker) – อะไรก็ตามที่กินเข้าไปที่เป็นแป้ง ยาจะทำหน้าที่ ไม่ให้มีการดูดซึมหรือย่อยแป้ง ทำให้ไม่เกิดการย่อยเพื่อนำไปใช้ และน้ำหนักลดลงได้ในที่สุด
  4. เพื่อให้อิ่มเร็ว – ปัจจุบันมีการผสมผสานกันระหว่าง ยาลดน้ำหนักแบบ ทำให้อิ่มเร็ว กับ ทำให้ไม่หิวด้วย ซึ่งยาลดน้ำหนักประเภทนี้ อาจมาในรูปแบบ Fiber ที่ทำให้อิ่ม หรือ เป็นฮอร์โมนที่ทำให้อิ่มนานก็ได้เช่นกัน
  5. เพื่อการขับถ่าย – หรือ การ Detox จะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายขับถ่ายของเสียออกมาบ่อยขึ้น หรือ นำเอาไขมันออกมาด้วย

เหล่านี้คือ ประเภทของ ยาลดความอ้วนในปี 2021 ที่มีอยู่ ซึ่งหลายตัวต้องปรึกษาแพทย์ และอีกหลายตัว เป็นยาที่ทำจากสารธรรมชาติ ที่ทำให้เผาผลาญได้เร็วกว่านั่นเอง

โดยงานวิจัยหลากหลายสำหรับตัวยาหลากหลายชนิดเช่น Liraglutide, Lorcaserin, Naltrexone-bupropion, orlistat, Phentermine, และอื่นๆ สามารถลดน้ำหนักได้มากถึง 5%-10% ซึ่งหากคนที่ลดน้ำหนักมีน้ำหนักอยู่ที่ 60 กิโลกรัม ก็จะสามารถลดได้สูงสุด 6 กิโลกรัม ในเดือนแรกๆเลยทีเดียว (อ้างอิง Insider.com)

15. ปากกาลดน้ำหนัก (Diet Pen) ลดได้ 5 กิโลกรัม เดือนแรก

ปากกาลดน้ำหนัก หรือที่เรียกว่า ปากกาอิ่มทิพย์ Beauty Meal แล้วแต่ว่าใครจะเรียกชื่ออะไร สำหรับในประเทศไทยนั้น มี ยี่ห้อเดียวที่ได้รับอนุมัติจาก อย. ก็คือ ปากกา Saxenda ที่มี Liraglutide มีผลทำให้ไม่รู้สึกหิว หรือหากกินอาหารแล้วก็จะรู้สึกอิ่มนานกว่าปกติ

สำหรับการใช้ปากกาลดน้ำหนัก เป็นกระแสที่มาแรง เพราะง่าย และสามารถใช้เองได้ที่บ้าน ตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงจำเป็นจะต้องมีแพทย์ควบคุมดูแลผ่านการทำ Telemed (โทรคุย) อีกด้วย และนี่คือวิธีที่ลดน้ำหนัก เร่งด่วนโดยที่ใช้พลังในการออกกำลังกายน้อยที่สุด

อ่านรีวิวการใช้ Saxenda ได้ ที่นี่


บทสรุป การลดน้ำหนัก เร่งด่วน 10 วัน ทำได้หรือไม่?

สำหรับการ ลดน้ำหนักเร่งด่วน ได้ผลเร็ว ในเวลา 10 วัน หากใช้วิธีการเดียว อาจเป็นไปได้ยาก เช่นการทำ Diet หรือ การคุมอาหาร ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีการแนะนำ ให้ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยกัน รวมถึงการใช้ ไอเทมพิเศษ อย่างปากกาลดน้ำหนัก และการทำวิธีการอื่นๆ ควบคู่กันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั่นเอง

อ่านต่อ : ลดความอ้วน 10 กิโล 2 อาทิตย์ เป็นไปได้หรือไม่?