ปลูกผมมีกี่แบบ ? มาดูว่าแบบไหนเหมาะสำหรับใครมากที่สุด

ศัลกรรมปลูกผมมีกี่วิธีมาดูกัน

ศัลกรรมปลูกผมกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจความงามที่มีตลาดใหญ่มากเนื่องจากผู้ที่มีปัญหาศีรษะล้าน หัวเถิก ในประเทศไทยมีจำนวนมาก โดยพบได้ทุกเพศทุกวัย และคนเหล่านี้ต้องเผชิญกับภาวะขาดความมั่นใจในการดำเนินชีวิต การเข้าสังคม เพราะรู้สึกเป็นปมด้อย นอกจากนี้ยังเสียบุคลิกภาพอีกด้วย การแก้ปัญหาด้วยวิธีปลูกผมจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดวันนี้เราจะมาดูกันว่าวิธีปลูกผมมีกี่แบบ ? และแบบไหนเหมาะสำหรับใครมากที่สุด

การปลูกผมเป็นหนึ่งในศัลกรรมความงามที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับประเทศไทยเป็นที่รู้กันว่ามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงด้านการปลูกผมจำนวนหลายท่าน และชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยไว้วางใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเข้ารับการปลูกผมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวิธีปลูกผมในปัจจุบันมีหลายวิธี ทีมงานขออนุญาตอ้างอิงข้อมูลจาก The Skin Clinic คลินิกปลูกผมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ดังต่อไปนี้

1. ปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ( Follicular Unit Extraction )

ปลูกผม
การปลูกผมด้วยเทคนิค FUE (FUE hair Transplant)

การปลูกผม FUE (FUE hair Transplant) คือ การปลูกผมโดยการย้ายเซลล์รากผมตรงส่วนท้ายทอยแล้วนำเอารากผมมาปลูกบริเวณที่มีปัญหาโดยใช้เครื่องมือพิเศษคือ หัวเจาะอัตโนมัติ ที่มีความแม่นยำเเละรวดเร็ว ผลลัพธ์ที่ได้สูงถึง 90-95 % ผมขึ้นจริงแลดูเป็นธรรมชาติ แถมยังอยู่ได้ถาวรเนื่องจากรากผมจากบริเวณท้ายทอยมีความเเข็งแรงที่สุดและไม่ไวต่ฮอร์โมนเพศชายจึงไม่หลุดร่วง

เทคนิคปลูกผมด้วยวิธี FUE ข้อดีคือไม่ต้องพักฟื้นหลังทำ ไม่มีแผลเย็บ ทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ทันที เหมาะกับคนที่ศีรษะล้าน หัวเถิก ผมบางหรือเว้าเป็นรูปตัวเอ็ม ปลูกได้สูงสุด 2,000 – 2,500 กราฟ หรือเท่ากับเส้นผม 5,000 เส้น

2. ปลูกผมด้วยเทคนิค Long Hair FUE

ปลูกผม
ปลูกผมด้วยเทคนิค Long Hair FUE

สุดยอดนวัตกรรมปลูกผมไร้รอยแผลเย็บ “ไม่ต้องโกนศีรษะ ไม่ต้องตัดผมสั้น” เป็นเทคนิคปลูกผมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เห็นความหนาแน่นของเส้นผมทันที โดยการปลูกผมแบบ Long Hair FUE จะใช้เครื่องมือหัวเจาะพิเศษที่มีขนาดเล็กมากเจาะและดึงรากผมออกมาปลูกขณะที่ผมยาวได้เลยไม่ต้องตัดผมสั้น สร้างแนวผมใหม่ได้ตามต้องการ

เห็นผมที่ปลูกได้ทันทีหลังทำโดยที่จะมองไม่เห็นแผลที่ฝังกราฟรวมทั้งแผลเจาะกราฟจากด้านหลังซึ่งถือเป็นข้อดีเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าได้ทำการปลูกผมมา ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานกลับบ้านได้ทันทีหลังปลูกเสร็จ แผลแห้งเร็ว หลังปลูกสามารถรับรู้ถึงความหนาแน่นของเส้นผมแบบทันตาเห็น เทคนิคนี้เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผมบาง ปลูกบริเวณไรผม หรือเหมาะสำหรับคนที่ต้องการปลูกผม แต่ไม่อยากตัดผม สวย หล่อ ได้ในทันที

 

3. ปลูกผมด้วยเทคนิค Direct Hair Implantation (DHI)

ปลูกผม
ปลูกผมด้วยเทคนิค Direct Hair Implantation (DHI)

DHI คือ การปลูกผมโดยใช้เครื่องมือเฉพาะทางที่ชื่อว่า “DHI Implanter” ในการปักและปลูกภายในครั้งเดียว ด้วยความพิเศษของหัวเจาะที่มีขนาดเล็กมากเพียงแค่ 0.6 – 0.8 มล. จึงทำให้ปลูกผมได้ถี่แน่น และมีความละเอียดมากแพทย์สามารถควบคุมระดับความลึก องศาทิศทางของรากผมได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลเป็น เทคนิคนี้เหมาะสำหรับคนมีศีรษะล้านมาก ๆ

The Skin Clinic
นายแพทย์ ณัทธร นฤปเวศม์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผม

เทคนิคปลูกผมทั้ง 3 นี้ คือเทคนิคที่ The Skin Clinic คลินิกปลูกผมใช้กับคนไข้ภายใต้การบริการงานโดยนายแพทย์ ณัทธร นฤปเวศม์ (คุณหมอท็อป) ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผมที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ผ่านเคสปลูกผมมาแล้วมากกว่า 2,500 เคส คุณหมอท็อป จบหลักสูตรด้านศัลยกรรมความงามจากวิทยาลัยศัลยกรรมความงามเกาหลี, ได้รับประกาศนียบัตรด้านการปลูกย้ายเซลล์รากผมจาก London Hair Restoration Training ประเทศอังกฤษ

วุฒิบัตรด้านความงามจาก American Academy of Aesthetic Medicine และประกาศนียบัตรด้านผิวหนังจาก มหาวิทยาลัยเวลส์ ประเทศอังกฤษ นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกสมาคมปลูกผมนานาชาติ และเคยได้รับเกียรติถูกเชิญให้เป็นวิทยากรท่านเดียวในประเทศไทย ในงานประชุมสมาคมศัลยกรรมความงามในประเทศญี่ปุ่น (JSAS)

คงได้คำตอบกันแล้วว่า ปลูกผมมีกี่แบบ ? แบบไหนเหมาะสำหรับใครมากที่สุด สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน หัวเถิก ต้องการแก้ปัญหาดังกล่าวให้หมดไปเลือกสถานบริการที่มีแพทย์ผู้ชำนาญเป็นผู้ดำเนินการปลูกผม ก็จะช่วยให้การปลูกผมของคุณได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ The Skin Clinic ตอบโจทย์ที่สุด อีกทั้งยังจ่ายในราคาสบายกระเป๋าเพราะมีโปรโมชั่นปลูกผมผ่อนจ่าย 0% ไว้บริการลูกค้าอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม