ปลูกผมเจ็บไหม? ระหว่าง FUT และ FUE ปวดกี่วัน?

หลายคนยืนยันว่าการปลูกผมช่วยแก้ปัญหาเส้นผมได้ตรงจุดจริง แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีคนไม่น้อยที่ตั้งคำถามและกังวลเรื่องการปลูกผม บ้างก็กลัวจะไม่ได้ผล บ้างก็ว่าแพงไปไม่คุ้มค่า แต่ข้อสงสัยที่ดูเหมือนจะเยอะที่สุดคือ ‘ปลูกผมเจ็บหรือไม่’ วันนี้ Promotions.co.th มีคำตอบ

คำถามยอดฮิต ปลูกผมเจ็บหรือไม่ ช่วงเวลาไหนเจ็บสุด


การแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง หัวล้าน หัวเถิก มีหลายวิธีเริ่มตั้งแต่วิธีเบสิคอย่างการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม น้ำยาปลูกผม ฉีดวิตามิน ไปจนถึงขั้นแอดวานซ์อย่างการปลูกผม ซึ่งแน่นอนว่าวิธีที่ที่ได้รับการยอมรับและหลายคนก็ยืนยันว่าได้ผลจริง ได้ผลเร็ว คุ้มค่ากับการลงทุน นั่นคือการปลูกผม โดยการปลูกผม (Hair Transplantation) เป็นวิธีการศัลยกรรมผิวหนังที่ช่วยแก้ไขปัญหาผมบางและหัวล้านได้อย่างตรงจุด สำหรับรูปแบบการปลูกผมจะแบ่งออกเป็น 2 เทคนิคใหญ่ ได้แก่ ปลูกผมแบบตัดหนังศีรษะ และปลูกผมแบบไม่ผ่าตัด

ซึ่งแน่นอนว่าหากขึ้นชื่อว่าเป็นการ ‘ศัลยกรรม’ ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใด ความเจ็บปวดก็ย่อมเป็นสิ่งที่มาควบคู่กันอยู่แล้ว ถ้าจะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ใช่แต่หากถามว่าเจ็บมากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของคนแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่เข้ารับการปลูกผมถาวรจริง ๆ ต่างบอกว่าระดับความเจ็บในการปลูกผมจะอยู่ที่ประมาณระดับ 2 – 3 เท่านั้น เป็นระดับความเจ็บปวดที่รับได้ เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนการทำฟัน หรือการหัตถการผิวพรรณ เช่น การฉีดโบท็อกซ์ หรือการฉีดฟิลเลอร์ เพียงแต่การปลูกผมจะใช้เวลานานกว่าแค่นั้นเอง และคนไข้จะรู้สึกเจ็บที่สุดก็เพียงแค่ตอนฉีดยาชาเท่านั้น แต่ระหว่างการผ่าตัด ตลอดจนหลังการผ่าตัดเสร็จ คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บแล้ว หรือมีบ้างเล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล)

ปลูกผมให้ได้ผล ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
ปลูกผมให้ได้ผล ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

เลือกวิธีปลูกผมแบบไหนเจ็บตัวน้อยที่สุด ?


ซึ่งอาการเจ็บปวดหลังจากการปลูกผมส่วนใหญ่อาการเจ็บมักอยู่ไม่เกิน 7 วัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคการปลูกผมของคลินิกที่คุณเลือกใช้ด้วย โดยการปลูกผมจะแบ่งออกเป็น 2 เทคนิคใหญ่ ได้แก่ การปลูกผมแบบตัดหนังศีรษะ (FUT) และการปลูกผมแบบไม่ผ่าตัด (FUE)

  • การปลูกผมแบบ FUT : เป็นการตัดเอาหนังศีรษะด้านหลังที่มีรากผมแข็งแรง นำมาปลูกตรงบริเวณที่มีปัญหา ซึ่งการผ่าตัดนี้ส่วนใหญ่จะไม่ใช้ยาสลบแต่จะใช้เพียงแค่ยาชาฉีดเฉพาะบริเวณที่ทำการปลูกผมเพื่อย้ายเซลล์รากผมเท่านั้น สำหรับระยะเวลาในการผ่าตัดขึ้นอยู่กับจำนวนรากผมที่ปลูกของแต่ละบุคคล แต่ข้อเสียของการปลูกผมแบบ FUT คือจะทิ้งรอยแผลเป็นลักษณะแนวยาว 15 – 30 เซนติเมตร และจะต้องไว้ผมยาวไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตรขึ้นไป จึงจะสามารถปิดรอยแผลได้ และหลังทำจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลางประมาณ 3 – 5 วัน
  • การปลูกผมแบบ FUE : ใช้เทคนิคการเจาะเพื่อดึงเอาเซลล์รากผมที่มีความแข็งแรง ส่วนใหญ่มักใช้ผมบริเวณท้ายทอย จากนั้นนำมาปักลงตรงจุดที่ต้องการแก้ไข เป็นเทคนิคการปลูกผมที่ไม่ต้องใช้การผ่าตัด ไม่ต้องตัดผมสั้น ไม่ทิ้งรอยแผล และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลย หลังการทำจะรู้สึกเจ็บในระดับเล็กน้อยประมาณ 1 – 2 วัน

ซึ่งการปลูกผมแบบ FUT และการปลูกผมแบบ FUE มักให้ผลลัพธ์หลังการทำที่เหมือนกัน แต่จะต่างกันแค่เพียงวิธีการดำเนินการปลูกผม ซึ่งขั้นตอนการทำที่ไม่เหมือนกันนี้ก็จะส่งผลถึงระดับความเจ็บปวด แผลผ่าตัด การดูแลตัวเองหลังการปลูกผม และการพักฟื้นนั่นเอง

The Skin Clinic ให้บริการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ไม่ต้องพักฟื้น


และแน่นอนว่าการปลูกผมไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือแค่คนที่มีปัญหาหัวล้านแบบแก้ไม่หายเท่านั้น แต่การปลูกผมยังเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผมบาง คนที่ต้องการแก้แนวผม แก้เคสศัลยกรรมเพื่อปกปิดรอยแผลเป็น คนหัวเถิกที่ต้องการปรับโครงหน้า คนที่ต้องการเพิ่มความแน่นให้กับผม หรือแม้แต่คนที่ต้องการแก้ปัญหาคิ้วบาง หนวดเคราบางก็สามารถดำเนินการปลูกได้เช่นกัน

รูปรีวิวปลูกผม ที่ The Skin Clinic
รูปรีวิวปลูกผม ที่ The Skin Clinic

ซึ่งหากคุณกำลังมองหาคลินิกปลูกผมคุณภาพดี ที่ช่วยแก้ปัญหากวนใจของคุณอยู่ เราขอแนะนำที่ TSC The Skin Clinic ที่ดำเนินงานโดย นายแพทย์ ณัทธร นฤปเวศม์ หรือ คุณหมอท็อป ผู้เชี่ยวชาญทางด้ายการย้ายเซลล์รากผมด้วยวิธี FUE ผ่านการดำเนินงานมามากกว่า 10 ปี และดำเนินการปลูกผมให้กับคนไข้มากกว่า 5,000 เคส โดยที่นี่จะมีความโดดเด่นในเรื่องของการปลูกผมแบบไม่ต้องตัดผม หรือ Long Hair FUE ไร้รอยแผล ที่ช่วยให้ลูกค้าสะดวก ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นกวนใจ

The Skin Clinic จะใช้เครื่องมือหัวเจาะขนาดเล็กที่ได้มาตรฐานในการดำเนินการปลูกผม ด้วยเทคนิค Celebrity hair transpant หรือการปลูกผมขณะที่ผมยาว สามารถสร้างแนวผมใหม่ได้ตามต้องการ ในส่วนของราคาจะเริ่มต้นตั้งแต่ 60,000 บาท (ราคาและบริการแตกต่างกันตามแพ็กเกจ) แต่หากต้องการความคุ้มค่าตอนนี้ทางคลินิกก็กำลังจัดโปรโมชั่นปลูกผมราคา 99,000 บาท จากราคาปกติ 150,000 บาท ที่มาพร้อมกับการดูแลหลังการทำตลอด 1 ปี เพื่อซ่อมแซมแก้ไขทรงผมด้วยเทคนิค Long Hair FUE แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ที่สำคัญที่ The Skin Clinic ยังมีโปรโมชั่นปลูกผมผ่อนจ่าย 0% ไว้บริการลูกค้าอีกด้วย หรือหากใครที่มีปัญหาเส้นผมในระยะเริ่มต้น ผมร่วง ผมบาง ผมหงอก ที่ The Skin Clinic ก็มีอีกตัวเลือกดี ๆ อย่าง Dr.Story ผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาเส้นผม ในราคาคุ้มค่าให้คุณได้ตัดสินใจลองใช้ด้วยเช่นกัน


หากคุณเลือกสถานบริการที่มีแพทย์ผู้ชำนาญเป็นผู้ดำเนินการปลูกผม ก็จะช่วยให้การปลูกผมของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ดังนั้นหากคุณมีปัญหาเรื่องเส้นผม ใช้วิธีไหนก็ไม่เห็นผลสักที ลองเปิดใจให้กับการปลูกผมดูสักครั้ง รับรองว่าคุ้มค่าและไม่เจ็บปวดแบบที่คิดแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม :