เตือน 7 โรคที่มากับน้ำท่วมและหลังน้ำลด พร้อมแนะวิธีป้องกัน

ดูแลสุขภาพช่วงน้ำท่วม โรคที่เกิดจากอุทกภัยมีอะไรบ้าง

ในช่วงนี้ประเทศไทยนอกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงน่าเป็นห่วง ยังต้องเจอกับวิกฤติน้ำท่วมในหลายจังหวัด มีผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก สิ่งสำคัญจึงเป็นความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่ออพยพหนีน้ำท่วม รวมทั้งการให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บที่มากับน้ำท่วมด้วย บทความนี้จึงขอรวมโรคที่มากับน้ำท่วม เพื่อให้ทุกคนได้เฝ้าระวังและป้องกัน

1. โรคโควิด-19

การระบาดของโควิด-19 ยังคงมีอยู่แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งควรเฝ้าระวังอย่างยิ่ง เพราะขยะติดเชื้ออาจลอยมากับน้ำท่วม ทำให้มีความเสี่ยงติดเชื้อเข้าไปอีก จากที่เชื้อโควิด-19 สามารถติดต่อกันง่ายอยู่แล้ว รวมทั้งน้ำท่วมยังอาจทำให้ผู้คนไม่สามารถทำตามมาตรการป้องกันได้ วิธีป้องกันคือพยายามสวมใส่หน้ากากอนามัยให้ได้ตลอดเวลา ล้างมือให้สะอาด หากสามารถทำได้ และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ขยะติดเชื้อลอยมากับน้ำท่วม

2. โรคน้ำกัดเท้า

โรคน้ำกัดเท้าเป็นโรคที่มักจะพร้อมกับน้ำท่วมเสมอ เพราะผู้ประสบภัยน้ำท่วมต้องแช่น้ำสกปรกเป็นเวลานานหรือย่ำน้ำที่มีเชื้อโรค รวมทั้งความอับชื้นจากเสื้อผ้ารองเท้าที่เปียก ทำให้เชื้อราที่เท้าเจริญเติบโต โดยจะมีอาการคันตามซอกนิ้ว ผิวหนังลอกเป็นขุย เป็นผื่น วิธีป้องกันคือหลีกเลี่ยงแช่น้ำเป็นเวลานาน ควรใส่รองเท้าบู๊ทหากต้องเดินลุยน้ำ

3. โรคฉี่หนู

เป็นอีกหนึ่งโรคที่มากับน้ำท่วมเสมอคือโรคฉี่หนู โดยมีหนูเป็นสัตวน์พาหะนำโรค เชื้อโรคจะออกมากับฉี่ของหนูและปนเปื้อนในน้ำ เมื่อน้ำท่วมก็จะทำให้ผู้ประสบภัยได้รับเชื้อโรคผ่านทางผิวหนังหากสัมผัสน้ำ อาการที่สังเกตได้ คือ มีไข้สูงประมาณ 4-7 วัน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และอื่น ๆ วิธีป้องกันคือหลีกเลี่ยงการแช่น้ำ อาบน้ำหรือล้างตัวให้สะอาด

4. โรคไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่มักจะมีในช่วงหน้าฝน โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค อาการของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จะมีอาการไข้สูงตลอดทั้งวันประมาณ 2-7 วัน ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ มีจุดแดงเล็ก ๆ ตามตัว แขน ขา คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหาร และเมื่อไข้ลดลง อาจมีอาการชักได้ วิธีป้องกันคือระวังอย่าให้ยุงกัด ด้วยการนอนในมุ้ง ทายากันยุง เป็นต้น หากมีอาการควรพบแพทย์ทันที

ยุงลายเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก

5. โรคปอดบวม

เมื่อเกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วมหนัก ผู้ประสบภัยอาจจมน้ำหรือถูกน้ำพัดพาไป หลังจากช่วยขึ้นมาได้ ผู้ประสบภัยอาจสำลักน้ำ ซึ่งทำให้เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในปอดได้ ปอดเกิดอักเสบ จนเป็นโรคปอดบวม วิธีป้องกันคือหากสำลักน้ำให้รีบพบแพทย์ ไม่สวมใส่เสื้อผ้าเปียกชื้น ทำร่างกายให้อบอุ่น สวมใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

6. โรคอุจจาระร่วง

สถานการณ์น้ำท่วมทำให้ผู้ประสบภัยไม่ได้รับประทานอาหารถูกสุขอนามัย อาจมีสิ่งปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม อาหารที่ค้าคืนจะไม่ได้อุ่นอาหารก่อนรับประทาน ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง โดยมีอาการถ่ายเหลว ถ่ายเป็นน้ำ ถ่ายมีมูกหรือปนเลือด รวมทั้งอาจอาเจียน วิธีป้องกันคือเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทาน ไม่รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีสิ่งปนเปื้อน

7. โรคตาแดง

โรคตาแดงเป็นโรคไม่อันตรายรุนแรง แต่สามารถติดต่อกันได้ง่าย โดยเกิดจากเชื้อไวรัส อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นโรคตาแดงแล้ว ควรรักษาตั้งแต่มีอาการเริ่มต้น เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้มีอาการแทรกซ้อนหรือติดเชื้อเพิ่มได้ รวมทั้งเพื่อยับยั้งการติดต่อด้วย โรคตาแดงมีอาการระคายเคืองตา ปวดตา ตาบวม เยื่อบุตาขาวอักเสบแดง วิธีป้องกันคือไม่ควรขยี้ตา หากมีฝุ่นหรือละอองน้ำสกปรกเข้าตาให้ล้างด้วยน้ำสะอาดทันที ไม่ใช้ของใช้ร่วมกับผู้อื่น หมั่นล้างมือให้สะอาด

ทั้ง 7 โรคที่มากับน้ำท่วมเป็นโรคที่ผู้ประสบภัยควรระวังเป็นอย่างยิ่ง หรือแม้แต่พื้นที่ที่ยังไม่ประสบภัยก็ควรรู้ไว้ เพื่อใส่ใจดูแลสุขภาพและป้องกันอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ขอแนะนำให้เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วม เช่น ดาวน์โหลดติดตั้งแอปพลิเคชันน้ำท่วมไว้ ติดตามข่าวสารน้ำท่วมเสมอ

READ MORE>>>