ยาลดน้ำหนักที่ดีที่สุด 2021 เห็นผลจริงหรือไม่? ปลอดภัยหรือที่จะใช้

ในปี 2564 และตั้งแต่ปีที่ผ่านมา พวกเราอยู่บ้านกันซะเยอะ ทำให้หลายคนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งยากต่อการควบคุมเนื่องจากการทำงานกันอย่างหนักหน่วง รวมถึงเวลาที่ออกกำลังกายน้อยเกินไป และ ไม่ค่อยได้ขยับตัวออกไปไหนจึงมีหลายคนนึกถึง ยาลดน้ำหนักที่ดีที่สุด ในปี 2021 นี้

ที่ผ่านมาเราได้ทำบทความเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ภายใน 2 สัปดาห์ ไปแล้ว ซึ่งคำตอบยังคงยากที่จะทำได้ แม้แต่ผู้ที่ออกกำลังกายกันอยู่เป็นประจำ ก็ยังไม่สามารถที่จะลดน้ำหนักได้จึงต้องคอยหาตัวช่วย อย่างยาลดน้ำหนัก หรือ ยาประเภทดักจับไขมัน ลดไขมัน

ยาลดน้ำหนักมีกี่ประเภท?

เนื่องจากยาลดน้ำหนักมีอยู่หลากหลาย ในรูปแบบอาหารเสริม (supplementary) และแบบที่ต้องใช้ใบสั่งยาจากแพทย์ หรือ ที่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ โดยมี 2 ประเภทด้วยกันคือ

  • ยาที่ใช้สำหรับระยะสั้น
    • เช่น phendimetrazine (bontril)
    • diethylpropion (Tenuate)
    • benphetamine (Didrex)
    • phentermine (Adipex-P, Fastin)
  • ยาที่ใช้สำหรับระยะยาว
    • Orlistat (Xenical, Alli)
    • Phentermine/topiramate (Qsymia)
    • naltrexone/bupropion (Contrave)
    • Liraglutide (Saxenda)

ยาลดน้ำหนักหรือไขมันนั้น จะมีการทำงานหลากหลาย ซึ่งโดยมากแล้วจะเป็นการกดความรู้สึกหิว หรือ ยับยั้งการดูดซึมอาหารเข้าร่างกาย ซึ่งยาบางประเภทนั้นมีผลลัพธ์ข้างเคียงใช้ลดน้ำหนักได้เช่น ยาสำหรับคนเป็นโรคซึมเศร้า หรือ ยากันการชัก ยาเบาหวาน ฯลฯ

ล่าสุดมีการค้นพบอันยิ่งใหญ่ของการแพทย์ เกี่ยวกับ ยาลดน้ำหนัก ที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ โดยการใช้ ตัวยาระยะยาวอย่าง Liraglutide  ที่ สามารถทำให้ผู้ที่ใช้ไม่รู้สึกหิว หรือ อิ่มนาน หรือ กินแล้วอิ่มเร็วด้วย โดยตัวนี้เรียกว่า ปากกา ลดน้ำหนัก เพราะมาในรูปแบบของปากกาสำหรับฉีดนั่นเอง

สำหรับประเภทย่อยแบ่งออกตามการทำงานของ ยาลดน้ำหนักมีดังนี้
  1. ประเภทเร่งการเผาผลาญไขมัน – เป็นกลุ่มแอลคาร์เนทีน โดยมักใช้ร่วมกันกับการออกกำลังกาย เนื่องจาก ทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานกว่าเดิม พร้อมทั้งใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงาน ทำให้เผาผลาญได้
  2. Appetite Suppressants ทำให้ไม่หิว – จะมีการออกฤทธิ์ ในการทำให้ไม่หิว ไม่อยากอาหาร จึงทำให้กินอาหารได้น้อยลง น้ำหนักก็จะลดลงตาม โดยจะนำเอาไขมันส่วนเกินออกมาใช้แทน อาหารที่ไม่ได้กินเข้าไป ทำให้น้ำหนักลงได้
  3. บล็อคแป้ง ไขมัน (Carb Blocker) – อะไรก็ตามที่กินเข้าไปที่เป็นแป้ง ยาจะทำหน้าที่ ไม่ให้มีการดูดซึมหรือย่อยแป้ง ทำให้ไม่เกิดการย่อยเพื่อนำไปใช้ และน้ำหนักลดลงได้ในที่สุด
  4. เพื่อให้อิ่มเร็ว – ปัจจุบันมีการผสมผสานกันระหว่าง ยาลดน้ำหนักแบบ ทำให้อิ่มเร็ว กับ ทำให้ไม่หิวด้วย ซึ่งยาลดน้ำหนักประเภทนี้ อาจมาในรูปแบบ Fiber ที่ทำให้อิ่ม หรือ เป็นฮอร์โมนที่ทำให้อิ่มนานก็ได้เช่นกัน
  5. เพื่อการขับถ่าย – หรือ การ Detox จะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายขับถ่ายของเสียออกมาบ่อยขึ้น หรือ นำเอาไขมันออกมาด้วย

อ้างอิงประเภทการทำงานของยาลดน้ำหนัก Drugs.com

การลดน้ำหนักโดยการใช้ยา

การลดน้ำหนัก หรือ ลดไขมันในการใช้ยาเพื่อลด มีผลค้างเคียงค่อนข้างมาก และในอดีตมีการจับกุม และมีการปลดยาหลายประเภท เนื่องจากมีอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาที่ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาบางประเภทที่มีส่วนผสมระหว่าง Fenfluramine และ Phentermine (ที่เรียกกันว่า Fen-Phen)

ซึ่งทั้งสองตัวนั้นมีฤทธิ์ และผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลิ้นปิดเปิดของหัวใจ ซึ่งต่อมา Fen-Phen ได้ถูกถอดออกจากยาลดน้ำหนักในที่สุด

โดยประวัติของยาลดน้ำหนักที่ผ่านมา ทำให้เรารู้ว่า แพทย์ ไม่นิยมที่จะ ออกใบรับรองแพทย์ หรือ ใบสั่งจ่ายยาประเภทนี้ เนื่องจากมี Side Effect ที่ค่อนข้างเยอะ โดยไม่ใช่เฉพาะกับร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อารมณ์อีกด้วย และสิ่งที่ดีที่สุด คือการไม่ใช้ยา และ เข้าสู่ระบบการลดน้ำหนักโดยการคุมอาหาร ออกกำลังกายนั่นเอง

ยาลดน้ำหนักที่ดีที่สุด 6 ยี่ห้อ ที่ได้ผลจริง?

ในตลาดการลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย อาหาร และ ยา มีการโฆษณากันอยู่เต็มที่ไปหมด ซึ่ง แต่ละคนบอกว่าของตัวเองดีที่สุด ยาลดน้ำหนักแต่ละยี่ห้อก็มีการเคลมว่าตัวเองได้ผลดีที่สุดเช่นเดียวกัน ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว การใช้ยา หรือ อาหารเสริมตัวใดๆก็ตาม ควรที่จะต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสิ่งที่ดีที่สุดนั่นเอง

ด้านล่างนี้ เป็นยาลดน้ำหนักที่ถูกจัดอันดับโดย mensjournal.com ที่ มีการจัดอันดับ ยาลดน้ำหนักที่ดีที่สุด ในปี 2564 นี้ สำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง ที่อาจยังไม่ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย ต้องตรวจสอบกันอีกครั้ง

  1. PhenQ – จากรีวิวแจ้งว่าดีที่สุด ในหมู่ยาลดน้ำหนักทุกตัว
  2. LeanBean – ดีสำหรับผู้หญิง
  3. Instant Knockout – เป็นยาลดน้ำหนักจากสารธรรมชาติ (Thermogenic Weight Loss Pills)
  4. Clenbutrol – ดีสำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย เช่น นักกีฬายกน้ำหนัก
  5. Trimtone – เป็นยาธรรมชาติที่ ช่วยระงับความหิว
  6. Saxenda – เป็นยาที่ไม่ได้ใช้สำหรับกิน แต่ใช้ฉีด ได้รับ อย. ในไทย

PhenQ ดีที่สุด แต่ยังไม่ได้ขายในไทย 

เพนคิว เป็น supplement ที่มีชื่อเสียงดีที่สุด ที่ใช้สำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ และมีสารอาหารครบถ้วน สำหรับคนที่กินมังสวิรัติด้วย ซึ่งมีกาเคลมว่า ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงที่มีการกินยาคุมด้วย

ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการยอมรับของ GMP ซึ่งไม่ค่อยมีเจ้าไหนได้ หลักการทำงานของมันก็คือ การเผาผลาญไขมันมากกว่าเดิม ทำให้ลดน้ำหนักได้ ถูกใช้โดยคนที่มีช่วงอายุระหว่าง 20 ถึง 60 ปี โดยที่ยังไม่เคยมีผลข้างเคียงรายงาน

จุดเด่น

  • เผาผลาญไขมัน – ใช้ส่วนผสมของ Piperine และ คาเฟอีน ในการเพิ่มการเผาผลาญของร่างกาย และ Metabolism
  • หยุดการกักตัวของไขมัน – ช่วยให้การหยุดสะสมไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยไม่ให้หิว – โดยการใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่จะทำให้ไม่หิว
  • ทำให้มีแรง – เมื่อทำให้ไม่หิว และไม่กิน อาจจะทำให้หมดแรงได้ แต่ PhenQ มีการให้พลังงานเพิ่มทำให้ไม่หมดแรง
  • ทำให้สุขภาพจิตดี – อารมณ์เสียเป็นสิ่งที่ตามมาเมื่อมีการลดน้ำหนัก และ ยาตัวนี้จะไม่ทำให้อารมณ์ขึ้นๆลงๆ

ข้อดี

  • เป็นตัวทำลายไขมันที่ดีที่สุด
  • เป็นแบบ Vegan
  • ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ
  • ไม่มีผลข้างเคียง
  • ทำให้ถึงเป้าหมายน้ำหนักได้เร็ว
  • ทำให้มั่นใจมากขึ้น

ข้อเสีย

  • ไม่ได้มีจำหน่ายในไทย (ณ ปัจจุบัน)
  • คนอายุต่ำกว่า 18 ปี ห้ามใช้
  • หากเป็นพวกแพ้กาแฟ เช่นเมื่อดื่มแล้วนอนไม่หลับ เมื่อมีการกิน PhenQ อาจนอนไม่หลับได้

ส่วนผสม

  • Chromimum Picoloinate – มาจากธรรมชาติ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ที่พบใน ผักและเนื้อ
  • Caffeine – คาเฟอีนสำหรับการเผาผลาญไขมัน
  • Nopal – มีไฟเบอร์ เพื่อทำให้รู้สึกอิ่ม
  • L-Carnitine – ช่วยทำให้มีแรง และไม่เพลีย
  • Capsimax Powder – สารตัวเดียวกับที่พบใน พริก หรือ พริกไทแดง

การใช้งาน

1 ขวด จะมี PhenQ ทั้งสิ้น 60 เม็ด กิน 2 เม็ดต่อวัน เช้า และ กลางวัน ไม่แนะนำให้กินเวลาอาหารเย็น เนื่องจากอาจทำให้นอนไม่หลับได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีผลข้างเคียง แต่ก็ต้องระวังเรื่องความกระวนกระวาย ในระยะแรกๆที่เริ่มใช้งาน


LeanBean – เหมาะสำหรับผู้หญิง

เป็นตัวดังที่อยู่ใน Social Media และเป็นที่รู้จักค่อนข้างมาก โดยสร้างขึ้นมาสำหรับสาวๆ โดยเฉพาะ และเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้หญิงที่ต้องการลดน้ำหนัก

จากการอ่านคำโฆษณาของ LeanBean คือ เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีหน้าท้อง และไม่สามารถกำจัดไขมันหน้าท้องได้ รวมถึงผู้หญิงที่กำลังควบคุมอาหารอยู่ และเมื่อควบคุมอาหารแล้ว จะรู้สึกไม่ค่อยมีแรง โดยที่ LeanBean จะเข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้

  • เพิ่มอัตราการเผาผลาญ – ส่วนผสมของ LeanBean บางตัวเพิ่มอัตราการเผาผลาญ (Thermogenic) เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ร่างกายจะเพิ่มการเผาผลาญที่มากกว่าเดิม
  • ทำให้ไม่หิวกระหาย – ด้วย glucomannan ทำให้พฤติกรรมการกิน กินได้น้อยลง ไม่กินจุบจิบ โดยจะไม่รู้สึกอยากขนม
  • ทำให้มีแรง – ในส่วนผสมของตัวยาลดน้ำหนักนี้จะมีตัวเพิ่มพลังทำให้ไม่รู้สึกอ่อนเพลียด้วย

ข้อดี

  • ส่วนผสมชนิดเหมาะสมกับผู้หญิงโดยเฉพาะ
  • ส่วนผสมได้รับการรับรองจากงานวิจัย
  • มีคาเฟอีนน้อย
  • เหมาะสำหรับคนกินมังสวิรัติ และ ทั่วไป

ข้อเสีย

  • จำหน่ายผ่าน official website ของ leanbean เท่านั้น
  • ราคาสูงกว่ายาลดน้ำหนักทั่วไป
  • ส่วนผสมบางตัวถูกยืนยันจากงานวิจัย แต่ บางตัว ไม่ได้มีอยู่ในงานวิจัย

ส่วนผสมหลัก

  • Chromimum 3000mg – มาจากธรรมชาติ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ที่พบใน ผักและเนื้อ
  • Garcinia Cambogia – เป็นส่วนผสมจากผลไม้พื้นเมืองของอินเดีย ทำให้ไม่ค่อยอยากอาหาร
  • Choline – ทำให้การเผาผลาญเร็วขึ้น
  • Green Coffee Bean – ตัวลดน้ำหนัก
  • Turmeric – ทำให้มีแรงเพิ่มขึ้น
  • Chromium Picolinate – ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ

การใช้งาน

ในหนึ่งขวดมี 180 แคปซูล โดยต้องกินวันละ 6 แคปซูล ดังนั้นจะใช้ได้ราวๆ 30 วัน แต่อย่างไรก็ดี ควรอ่านการใช้งานอย่างละเอียดบนขวด ก่อนการกิน


Instant Knockout – เหมาะสำหรับผู้ชาย

เป็นยา และ อาหารเสริมลดน้ำหนักที่ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ มากไปกว่านั้น เหมาะสำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยจุดเริ่มต้นของยาตัวนี้ก็คือ ใช้ใน MMA Fighter หรือนักกีฬาประเภทมวย ซึ่งในปัจจุบันถูกใช้อย่างแพร่หลายสำหรับบุคคลทั่วไป

เป็นยาที่ถูกออกแบบมาโดยการใช้ส่วนผสมระหว่างวิตามิน แร่ธาตุ และ สารสกัดจากพืช โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงหรือมีน้อยที่สุด โดยมีการรายงานว่า เมื่อใช้แล้ว อาจนอนไม่หลับ ปวดหัว หรือ ท้องไส้ปั่นป่วน ยาตัวนี้ไม่เหมาะสำหรับคนกินมังสวิรัติ เนื่องจากมีส่วนผสมของเจลาติน

  • เพิ่มการเผาผลาญ – ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นโดยรวม
  • ทำให้ไม่อยากอาหาร – โดยการใช้ glucomannan
  • ทำให้มีแรงเหลือเฟือ – สามารถทำกิจวัตรประจำได้โดยไม่หมดแรง

ข้อดี

  • ผลิตจากธรรมชาติ
  • ผลข้างเคียงไม่มี หรือ มีน้อย
  • ไม่ทำให้รู้สึกหิว
  • สามารถเล่นกีฬาได้ยาวนาน
  • เหมาะสำหรับนักกีฬา

ข้อเสีย

  • ไม่มีขายที่อื่นนอกเหนือจาก official website
  • ไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ให้นมบุตร
  • มีส่วนผสมของคาเฟอีนเยอะ อาจทำให้ความดันสูง

ส่วนผสมหลัก

  • Glucomannan – ทำให้ไม่รู้สึกหิว
  • Green Tea – เผาผลาญไขมัน
  • Caffeine – ทำให้เผาผลาญมากยิ่งขึ้น
  • Cayenne Pepper – ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น กำจัดไขมันส่วนเกิน
  • Green Coffee Bean – อาจช่วยให้หัวใจแข็งแรงมากขึ้น และ เบิร์นไขมันได้ดี
  • Zinc – ช่วยการสร้างกล้ามเนื้อ
  • Piperine – ลดอาการอักเสบ
  • Vitamin B12 – เปลี่ยนไขมันในร่างกายให้เป็นพลังงาน
  • Vitamin B6 – ทำให้ metbolic rate สูงขึ้น เผาผลาญได้เร็วกว่าเดิม
  • Chromium – ควบคุมระดับน้ำตาล

การใช้งาน

ในหนึ่งกระปุกมี 120 เม็ด กินวันละ 4 เม็ด โดยกินช่วงเช้า ก่อนอาหารกลางวัน ตอนกลางวัน และ ก่อนอาหารเย็น ในการกินควรกินให้ครบโดส เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียง


Clenbutrol  Crazybulk – เหมาะสำหรับนักกีฬา ทั้งชายและหญิง

เป็นอีกตัวที่ได้รีวิวดี โดยที่ไม่มีผลข้างเคียงสำหรับการลดน้ำหนัก และเหมาะสำหรับนักกีฬาเท่านั้น โดยตัวอาหารเสริมลดน้ำหนักหรือยาตัวนี้ เป็นแบบ Thermogenic เช่นกัน นั่นก็คือ สามารถที่จะเพิ่มอุณหภูมิเพื่อการเผาผลาญ

การใช้ตัวนี้ อย่างที่บอกไปว่าสำหรับนักกีฬาที่ต้องการลดปริมาณ Fat % ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นจากการวิ่ง การปั่นจักรยาน เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ รวมถึงจะทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานกว่าเดิมอีกด้วย โดยการกินมักจะต้องเป็นก่อนการออกกำลังกาย

ข้อดี

  • ส่วนผสมปลอดภัย และ ถูกกฎหมาย
  • ไม่มีผลข้างเคียง
  • ทำให้กล้ามเนื้อได้สัดส่วน
  • แรงเยอะขึ้นและความอึดมากขึ้น
  • ได้ผลเร็ว สำหรับนักกีฬา

ข้อเสีย

  • มีขายเฉพาะบางเว็บไซด์เท่านั้น
  • ราคาสูง
  • มีคาเฟอีนสูง อาจทำให้นอนไม่หลับ
  • ไม่เหมาะสำหรับคนกินมังสวิรัติ

ส่วนผสมหลัก

  • Citrus Aurantium Peel – เปลือกส้มสกัดเข้มข้น คือตัวช่วยในการเบิร์นไขมัน
  • Garcinia Cambogia – ผลไม้ธรรมชาติทำให้อำนวยการให้เกิดการขจัดไขมัน
  • Guarana Extract – พืชจากแอฟริกาใต้ ซึ่งมีคาเฟอีนมากกว่ากาแฟ 4 เท่า ทำให้เผาผลาญไขมันได้ดี
  • Nicotinamide Vitamin B

การใช้งาน

จากการรีวิวผ่าน Website ตัวแทนจำหน่าย พบว่ามีหลายคนที่ลดน้ำหนักได้จากการใช้ยาตัวนี้ และหลายคนบอกว่าลดน้ำหนักได้เร็วที่สุด (หากเป็นนักกีฬา) โดยลดได้ภายใน 30 วัน แต่อย่างไรก็ดี ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ร่วมกับการคุมอาหาร และ การออกกำลังกาย


Trimtone ทำให้ไม่หิว (hunger supression)

เป็นตัวสุดท้ายในรูปแบบการกินอาหารเสริมและยา โดยตัวนี้มาจาก Swiss ใช้หลักการ Thermogenic เช่นเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้หญิง และ ผู้ที่อยากลดน้ำหนัก แต่ไม่อยากออกกำลังกาย โดยใช้ ส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ โดยจะทำให้ไม่อยากอาหาร และสามารถลดน้ำหนักได้ในที่สุด

หลักการทำงานของ Trimtone จะคล้ายคลึงกันกับตัวอื่น ก็คือ ทำให้ไม่หิว หรือไม่อยากอาหาร และสามารถรู้สึกได้หลังจากการกินไม่กี่นาทีเท่านั้น เพิ่มการเผาผลาญ และ มีพลังงานตลอดทั้งวัน

ข้อดี

  • 100% เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ
  • ไม่มีผลข้างเคียง
  • ทำให้สุขภาพดี
  • ผลลัพธ์เร็ว

ข้อเสีย

  • ขายเฉพาะบนเว็บไซด์ตัวเองเท่านั้น ไม่มีขายในไทย
  • ไม่เหมาะสำหรับผู้ตั้งครรภ์ และ ผู้ให้นมบุตร
  • ราคาสูงมากๆ

ส่วนผสมหลัก

  • Caffeine – ทำให้เผาผลาญและมีพลังงาน
  • Glucomannan – เป็นไฟเบอร์ที่ทำให้รู้สึกอิ่ม
  • Green Coffee – เผาผลาญเพิ่ม
  • Green Tea – คล้ายกันกับตัวอื่นๆ
  • Grains of Paradise – (Aframomum melegueta) ช่วยลดน้ำหนักเพิ่มเติม

การใช้งาน

1 ขวดมี 30 เม็ด กินวันละ 1 เม็ด และดื่มน้ำตามมากๆ การกิน ควรกินก่อนอาหารเช้า และ ดื่มน้ำตามมากๆเช่นเดียวกัน


ปากกาลดน้ำหนัก Saxenda เหมาะสำหรับทุกวัย (ตามแพทย์สั่ง)

ตัวนี้ไม่ได้ใช้กิน แต่เป็นมาเป็นรูปแบบปากกา ที่ได้รับความนิยมสูงในต่างประเทศ และเริ่มได้รับความนิยมในประเทศไทย ซึ่งแบรนด์หลักคือ Saxenda ที่หลายคลินิกนำมาตีเป็นแบรนด์ของตัวเองเพื่อให้จำง่าย ยกตัวอย่างเช่น Beauty Meal เป็นต้น

ปากกา ลดน้ำหนัก ได้รับการรีวิว ว่าใช้งานได้ดี โดยมีสาร Liraglutide เพื่อกระตุ้นฮอร์โมนในร่างกายมนุษย์ ทำให้รู้สึกอิ่ม ไม่หิว และ อิ่มนาน โดยอาจมีผลข้างเคียงเช่น เวียนหัว อาเจียร ถ่ายเหลว ไม่สบายท้องได้ แต่อย่างไรก็ดี มีการสถิติการลดน้ำหนักจากปากกา Diet Pen มาแล้วนับไม่ถ้วน โดยส่วนใหญ่ลดน้ำหนักได้ตามนี้

  1. 3 ใน 5 คน ลดน้ำหนักได้ 5% โดยเฉลี่ยที่ 12 ปอนด์ หรือ ประมาณ 5 กิโลกรัม
  2. 1 ใน 3 คน ( 33% ) ลดน้ำหนักได้มากถึง 10% เฉลี่ยที่ 23 ปอนด์ หรือประมาณ 10 กิโลกรัม
  3. ประมาณ 6% ของผู้ใช้ ลดน้ำหนักได้มากถึง 20% ของน้ำหนักตัว หรือราวๆ 21 กิโลกรัม
การใช้ปากกาลดน้ำหนัก จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์สั่งจ่าย ไม่มีขายตามร้านขายยาทั่วๆไป และไม่สามารถสั่งซื้อได้โดยไม่มีแพทย์เป็นผู้สั่ง

รีวิวลดความอ้วน ด้วยปากกาลดน้ำหนัก 

การลดน้ำหนัก โดยการใช้ ปากกา แบบ Diet Pen เป็นตัวช่วยชั้นดีสำหรับผู้ที่ ไม่สามารถหยุดกินอาหาร แบบ จุกจิกได้ โดยการใช้ 1 ครั้งต่อวัน ในปริมาณต่างๆ กัน ตามแพทย์สั่ง โดยจะมีการคำนวณจาก BMI ของผู้ ใช้งานเอง จากการรีวิวผู้ที่ใช้งานมาแล้ว สามารถลดได้ ตั้งแต่ 5 กิโลกรัม ถึง 8.6 กิโลกรัม ในระยะเวลาเพียงไม่ถึง 1 เดือน เท่านั้น


คำถามเกี่ยวกับ ยาลดน้ำหนัก

Q: ยาลดน้ำหนัก มีหลักการทำงานยังไง?

A: ยาหลายตัวมีหลักการทำงานที่แตกต่างกันออกไป 
บางตัวมีส่วนผสมของ คาเฟอีน ทำให้เพิ่มพลังงาน 
และเพิ่มการเผาผลาญไขมัน รวมถึง ช่วยในการเผาผลาญของร่างกายให้ดีขึ้น 
และบางชนิดออกฤทธิ์ยับยั้งความหิว หรือ ทำให้อิ่ม หรือ 
ทำให้มีประโยชน์ในด้านอื่นๆ

Q: ยาลดน้ำหนัก เป็นการโกหกกันหรือไม่ หรือหลวงหรือไม่ได้ผลจริงหรือเปล่า?

A: หลายยี่ห้อในตลาด ที่ไม่ได้ถูกสั่งจ่ายจากแพทย์ 
เป็นยาที่โกหกและหลอกลวง ซึ่งการเลือกใช้จำเป็นต้องมีการเช็คกับแพทย์ 
โดยรับคำปรึกษา หรือ ต้องมีการตรวจสอบใบ อย ก่อนการซื้อมาใช้ 
อย่าหลงเชื่อโฆษณาเกินความเป็นจริง

Q: จริงหรือ ที่กินยาลดความอ้วนแล้วไม่ต้อง คุมอาหาร หรือ ออกกำลังกาย

A: การลดน้ำหนักโดยการใช้ยา ขึ้นอยู่กับคุณภาพของยาด้วย 
ที่จะทำให้ลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย แต่อย่างไรก็ดี 
การใช้ยาลดน้ำหนัก ควบคู่กับการออกกำลังกายจะได้ผลที่ดีกว่าเสมอ

Q: ยาลดน้ำหนักจะช่วยรักษาเบาหวานได้หรือไม่?

A: ยาลดน้ำหนัก ลดไขมันหลายตัว ชอบโฆษณาว่าจะทำให้ไม่เป็นเบาหวาน 
และยาบางตัวออกมาบอกว่าสำหรับคนเป็นเบาหวานโดยเฉพาะ ณ ปัจจุบัน 
ไม่มีหลักฐานชี้ชัดจากงานวิจัยไหน ที่สามารถรักษาโรคเบาหวานได้ 
อ้างอิง Webmd.com

Q: ยาลดน้ำหนักส่วนใหญ่แล้ว ราคาเท่าไหร่?

A: ราคาของยานั้นจะอยู่ที่ราวๆ ประมาณ 600 บาท ต่อกระปุก 
หากซื้อออนไลน์ แต่ยาที่ได้รับการอนุญาตมักจะมีราคาอยู่ที่หลักพันบาท 
ไปจนถึง 2,000 บาท สำหรับ การใช้งาน 1 เดือน 
แต่ยาเฉพาะที่แพทย์สั่งนั้นจะมีราคาแตกต่างกันออกไปมาก

ใครได้ประโยชน์จากการใช้ยาลดน้ำหนัก?

การลดน้ำหนักโดยการใช้ยา ไม่ได้ใช้สำหรับผู้ที่อยากสวย หุ่นดี แต่ ใช้สำหรับผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน และเป็นโรคประจำตัวอย่าง เช่น เบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจ ผู้มีปัญหาในการนอน ผู้มีปัญหาในเรื่องการเผาผลาญ และอื่นๆ รวมถึงผู้ที่มีค่า BMI ไม่ปกติ จึงอาจต้องมีการปรึกษาแพทย์ เพื่อใช้ยา

  • ผู้ที่มีค่า BMI เกิน 30 (สูตรการคำนวณ BMI จาก รพ.บางปะกอก)
  • ค่า BMI เกิน 27 รวมถึงมีปัญหาเรื่องสุขภาพ

แต่อย่างไรก็ดี การใช้ยาลดน้ำหนัก จากแพทย์สั่ง ไม่ใช่สำหรับทุกคน แม้ว่าจะมีค่า BMI เกินมาตรฐานก็ตาม โดยการเริ่มต้นลดน้ำหนักอย่างง่ายๆคือการคุมอาหาร พร้อมกันกับการออกกำลังกาย ซึ่งจะทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น โดยไม่ต้องใช้ยา และหากออกกำลังกายเพียงพอก็อาจทำให้ปัญหาการนอนหลับดีขึ้นได้


สรุป ไม่มียาลดน้ำหนักไหนดีที่สุด

หากใครกำลังหา ยาลดน้ำหนักที่ดีที่สุด ผู้ผลิตแต่ละเจ้าก็จะบอกว่า ของเค้าดีที่สุด แต่จริงๆแล้ว มันเหมาะกับประเภทของบุคคล ที่อาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เป้าหมาย และ การดำรงชีวิต รวมถึงประเภทของยา และ ลักษณะกิจกรรมที่ทำ งานที่ทำ รวมถึง เรื่องของแพทย์ด้วย

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ผู้อ่านมีความรู้ว่า ไม่มียาลดน้ำหนักไหนที่ดีที่สุด แม้จะเป็นปีก่อนหน้า หรือปี 2021 ก็ตามที การเลือกที่จะลดน้ำหนัก ควรเริ่มต้นที่ตัวเอง จากการคุมอาหาร กินของที่ให้ประโยชน์กับร่างกาย หลีกเลี่ยงขนม รวมถึงเริ่มต้นออกกำลังกายจริงจัง

อ่านต่อเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก