Home อื่นๆ สุขภาพ วิธีเลือกรองเท้าวิ่ง สำหรับผู้เริ่มต้นหัดวิ่ง (ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย)

วิธีเลือกรองเท้าวิ่ง สำหรับผู้เริ่มต้นหัดวิ่ง (ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย)

การวิ่งเปลี่ยนแปลงร่างกาย และสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างไร? 

เพราะทุกวันนี้กิจกรรม ทั้งการทำงาน และการใช้ชีวิตอาจจะทำให้เราไม่ได้ดูแลตัวเองเท่าที่ควร และการวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ปลอดภัย และออกไปวิ่งกันได้ทุกเพศทุกวัย และหากคุณเคยชมภาพยนตร์ Forest Gump ก็คงจะเห็นแล้วว่าพระเอกของเราได้สร้างแรงบันดาลใจไว้ให้แก่คนทั่วประเทศไว้ได้มากแค่ไหน ซึ่งคนไทยเราก็มีพี่ตูนนี่แหละที่พิสูจน์ให้คนไทยเห็นแล้วว่าสามารถวิ่งจากเหนือจรดใต้ได้จริง ๆ

แต่ของพี่ตูนนั้นเราแอบเห็นรองเท้าวิ่ง Nike ที่พี่ตูนใส่ ซึ่งไม่แน่ใจว่าพี่เขาเลือกเอง หรือมี Nike เป็นสปอนเซอร์ แต่หากคุณต้องการเลือกรองเท้าวิ่งคู่แรก ตาม SuperSports และร้านขายรองเท้ากีฬาทั่วไปก็มีรองเท้าวิ่งให้เลือกหลายแบบ มาดูกันว่าจะเลือกแบบไหนให้เหมาะกับเท้าของเราดีนะ?

1 เลือกรองเท้าวิ่งตามรูปแบบการวิ่งของคุณ

ก่อนซื้อรองเท้าวิ่ง ลองไปวิ่งตามสวนสาธารณะด้วยรองเท้าคู่เดิมของคุณ หรือวิ่งเท้าเปล่า สัก 500 เมตร หรือ 1 กิโลเมตร เพื่อสังเกตว่าเวลาวิ่งคุณลงน้ำหนักที่ส่วนไหนมากกว่ากัน และสังเกตว่ารูปเท้าของตัวเองเป็นแบบไหน? แต่ปกติแล้วการวิ่งของแต่ละคนก็ต่างกัน ผู้สูงอายุจะเลือกวิ่งจ็อกกิ้งที่ใช้ความเร็วไม่มาก และเลือกลงน้ำหนักเท้าให้กระจายทั่วเท้า ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการวิ่งเทรล หรือวิ่งมาราธอน ก็จะมีการลงน้ำหนักเท้าอีกแบบหนึ่ง สำหรับผู้เริ่มต้นเราแนะนำเป็น จ็อกกิ้งก่อน เพราะไม่เหนื่อยมาก ให้คุณลองวิ่งเบา ๆ แล้วดูว่าลักษณะการวางเท้าของคุณเป็นแบบใด และต้องการการ Support เท้าแบบใด

เวลาไปร้านขายรองเท้าจะได้บอกกับคนขายถูกว่า เราเป็นคนเท้ากว้าง หน้าเท้าแคบ หรือเท้าแบน ทางคนขายจะได้ช่วยเลือกถูก

2 เลือกจาก Design และ ราคา ได้หรือเปล่า?

การเลือกรองเท้าวิ่งควรเรื่องจาก คุณสมบัติ Support เท้ามากกว่าเลือกจากรูปทรงและ Design แต่หากคุณมีงบที่จำกัดก็สามารถเลือกรองเท้าตามงบได้ แต่ก็ต้องเป็นรองเท้าที่มีรูปลักษณ์รองรับการลงน้ำหนักเท้า เพื่อป้องกันการบาดเจ็บขณะวิ่ง โดยรองเท้าผ้าใบสำหรับวิ่งราคาเริ่มต้นเพียง 300 บาท เท่านั้น

3 ห้ามเลือกรองเท้าวิ่งที่ FIT พอดีเท้า

เนื่องจากการวิ่ง จะเกิดการกระแทกลงน้ำหนักของร่างกายทั้งหมดมาอยู่ที่เท้า หากรองเท้าแน่นหรือฟิตมากเกินไปจะทำให้ผู้วิ่งได้รับบาดเจ็บ แต่สามารถเลือกเป็นรองเท้าที่ใช้วัสดุผ้าใบยืดหยุ่นตามรูปทรงเท้าขณะวิ่งได้ แต่ไม่ควรเลือกรองเท้าที่แข็ง ผูกเชือกรองเท้าแน่น เพราะจะทำให้นิ้วเท้าเคลื่อนไหวไม่สะดวก เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายที่สุด

4ถุงเท้าก็สำคัญ เลือกถุงเท้าที่ไม่ทำให้แน่นเกินไป

ตอนเลือกรองเท้าจำเป็นต้องสวมถุงเท้าแบบเดียวกับที่คุณจะใส่วิ่งไว้ด้วย การใส่ถุงเท้าตอนวิ่งนั้นเป็นเรื่องเฉพาะส่วนบุคคล ขึ้นอยู่กับความสะดวก เพราะเดี๋ยวนี้ก็มีรองเท้าบางแบบที่ออกแบบมาโดยไม่ต้องสวมถุงเท้าด้วยก็ได้ แต่หากใครที่อยากรักษาสภาพรองเท้าให้ดี ใช้ได้หลายครั้ง ไม่เหม็นอับเหงื่อ ก็ควรสวมถุงเท้าด้วย โดยไม่เลือกถุงเท้าที่เพิ่มความอึดอัดให้กับตอนวิ่ง

5อยากใส่นาน ๆ ไม่ควรซื้อรองเท้าลดราคา

เพราะรองเท้า 1 คู่ มีอายุประมาณ 1-2 ปี นับจากวันที่ผลิต รองเท้าวิ่งที่ลดราคา 50-70% แสดงว่าอายุการใช้งานก็เหลือน้อยเต็มทีตามการผลิต หากต้องการใช้รองเท้าวิ่งนาน ๆ ก็เลือกส่วนลดที่ไม่มากนัก ดูสภาพรองเท้าว่ายังสมบูรณ์ โดยเฉพาะพื้นที่ต้องติดกาวแน่น ไม่แนะนำให้ซื้อรองเท้าที่ราคาถูกมาก ๆ เพราะนั่นหมายความว่าใส่ได้ไม่กี่เดือน ก็คงจะพัง

นอกจากการวิ่งเพื่อสุขภาพแล้ว การวิ่งในปัจจุบันนี้มีความสนุกมากขึ้น เนื่องจากเราสามารถวิ่งหลาย ๆ งาน เพื่อสะสมระยะทางวิ่ง เพื่อเก็บรอบไว้ลุ้นแลกของพิเศษเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ตัวเองได้รางวัล ทั้งเสื้อวิ่ง และ เหรียญ ที่ไม่จำเป็นต้องได้จากงานที่เราลงสมัครเพียงงานเดียว เก็บสะสมระยะทางจากหลายงานก็เอามาแลกของพรีเมี่ยมได้

ชัยชนะของการวิ่งอาจไม่ได้อยู่ที่ของรางวัลเสมอไป แต่หากวิ่งคนเดียว ลู่วิ่งฟิตเนส หรือ สวนสาธารณะก็จะทำให้เราเบื่อเกินไป จนหมดแรงบันดาลใจไปในที่สุด ลองดาวน์โหลดแอปนับก้าวต่าง ๆ มาเล่น เพื่อให้เก็บสถิติไว้แข็งขันกับตัวเองเหมือนเล่นเกม แล้วจะรู้ว่าการวิ่งไม่ทำให้ใครเบื่อแน่นอนค่ะ

เก็บสะสมระยะทางวิ่งเพื่อแลกของรางวัลได้ที่นี่

Exit mobile version