Home อื่นๆ รถยนต์ Honda City 2020 Turbo RS ดีไหม? เหมาะกับคนประเภทใด?

Honda City 2020 Turbo RS ดีไหม? เหมาะกับคนประเภทใด?

ข่าวดีสำหรับคนที่ชอบเล่นรถขนาดเล็ก เครื่องเล็กๆ และยังคงรอ การเปิดตัวใหม่ของ Honda City 2020 ซึ่งวันนี้ ผู้ผลิตรถยนต์ ฮอนด้า ซิตี้ ออกมาให้รายละเอียดเกี่ยวกับ รถยนต์ขนาด Sub-Compact Sedan ด้วยเครื่องยนต์ ขนาด 1 ลิตร แบบ 3 สูบ พ่วงเทอร์โบ ซึ่งเปิดตัววันนี้ในประเทศไทย 25 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งในครั้งนี้ มีเปิดตัว สีขาว และ สีแดง เป็นเรือธงเลยทีเดียว สามารถเข้าชมคันจริงได้ที่ Centara Grand ชั้น 22 ตั้งแต่ 1 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม ของวันที่ 25 พฤศจิกายน แต่หากใครพลาดสามารถไปเจอกันได้ที่งาน Motor Expo ซึ่งหากทำการจองภายในเดือน ธันวาคม 2562 จะได้ แถม Fitbit Chrage 3 มูลค่า 6,490 บาท รับรถภายใน 31 มกราคม 2563

รุ่น RS มีสีใหม่ และเป็นสี Limited Edition Ignite Metallic ภายใน เบาะดำ ด้ายแดง ควบคุมระบบด้วยเสียง

ข้อดีข้อเสีย ของ Honda City VTEC Turbo RS เจน 5

หากใครยังไม่ทราบ การที่มีเครื่องยนต์ เทอร์โบ นั้น การทำหน้าที่ของเทอร์โบก็คือ การนำเอา ไอเสีย มาปั่นใบเทอร์โบ ทำให้ ฝั่งไอดี มีการอัดอาการเข้าไปในเครื่องยนต์ได้มากขึ้น ตามรอบที่กำหนดไว้ หากจะอธิบายง่ายๆก็คือ เอาลมหายใจที่ออกมา ไปเพิ่มกำลังให้กับลมหายใจที่กำลังเข้าไป ซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์ แรงมากขึ้น มีประสิทธิภาพดีขึ้น เร่งแซง ได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น  และ Honda City Turbo ตัวนี้นั้น จะใช้เครื่องยนต์ แค่ 1,000 cc (เล็กเท่าๆกันกับ เครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ Bigbike ขนาดใหญ่) ก็จะมีการพ่วงเทอร์โบด้วย ทำให้ไม่ต้องใช้ เครื่องยนต์ขนาดใหญ่ แต่จริงๆแล้ว เคยมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า จะมี Honda City Hybrid ให้ใช้ด้วย แต่อย่างไรก็ดี เรามีแยกข้อดีข้อเสียให้ดังนี้

วิธีการทำงานของเครื่องยนต์เทอร์โบ : การทำงานของ Turbo จะนำเอา ไอเสียของรถยนต์มาปั่นใบเทอร์โบให้หมุน ซึ่งจะทำให้ ใบเทอร์โบ ฝั่งไอดี หมุนตามไปด้วย แต่จะมีการผ่าน Intercooler เพื่อทำให้อากาศเย็นลงเสียก่อน ที่จะถูกอัดลงไปในเครื่องยนต์

ข้อดีของ Honda City Turbo 

  1. ราคาต่ำกว่า Sub-Compact Car ทั่วๆไป เพราะมีภาษีเครื่องยนต์ ที่ต่ำกว่า (1 ลิตร)
  2. ความแรงเทียบเท่า เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร
  3. เสียภาษีต่อปีต่ำกว่า เพราะใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก
  4. มีพละกำลัง เทียบเท่า เครื่องยนต์ 1,600 – 2,000 cc
  5. จังหวะเร่งแซง เร้าใจกว่า ทำได้ดีกว่า รถยนต์ที่ไม่มีระบบเทอร์โบ หากเทียบรถรุ่นที่มี cc เท่ากัน
  6. อาจสามารถ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ได้ในอนาคต
  7. ทาง Honda เคลมว่า ประหยัดขึ้น 33% และแรงกว่าเดิม 
  8. มีการนำเอาเครื่อง VTEC ระบบวาว์ล แปรผัน มาใช้กับ Turbo ทำให้มีสมรรถนะ ดีกว่าเดิมมาก

ข้อเสียของ Honda City Turbo 

  1. ค่าเสื่อมสูงกว่า เพราเป็นเครื่อง Turbo เพราะทำให้เกิดความร้อนสูงกว่า
  2. ค่าบำรุงรักษามีเพิ่ม ค่า maintenance turbo เข้ามาด้วย (เมื่อเทียบกับรถที่ไม่มี เช่น รถยนต์ที่ใช้เครื่องแบบ Naturally Aspirated)
  3. หากขับในรูปแบบที่มีการใช้เทอร์โบ บ่อยๆ อาจมีการใช้เชื้อเพลิงสูงกว่า เมื่อเทียบกับรถที่ไม่มีเทอร์โบ
  4. หากระบบช่วงล่างเป็นแบบรถยนต์ ปกติ ก็มีความปลอดภัยน้อยกว่า
  5. น้ำมันเครื่อง จะต้องเป็นเกรดสูงกว่า รถยนต์ทั่วไป

รถรุ่นนี้เหมาะกับใคร?

หากจะเป็นในชื่อของ Honda City แน่นอนว่า เหมาะสำหรับคนที่ใช้ขับในเมืองเป็นประจำ เช่นที่ทำงานอยู่ในเมือง หรือ บ้านอยู่ในเมือง แต่ด้วย เครื่องยนต์ขนาด 1 ลิตรนั้น การขับในต่างจังหวัด ที่ต้องมีระยะทางไกลๆ เครื่องยนต์ขนาดเล็กแม้ไม่มีเทอร์โบ ก็อาจมีประสิทธิภาพที่ด้อยกว่า ดังนั้น  Honda City Turbo จึงเหมาะกับการขับใช้ในเมือง และแถบชานเมือง ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการขับต่างจังหวัดบ่อยๆ หากเน้นในเรื่องของพละกำลัง 

Honda City Turbo เหมาะกับ ผู้ที่ชอบรถยนต์เครื่องเล็กๆ ที่อยากได้ความเร้าใจเวลา Turbo ทำงาน ในการเร่งแซง ในระยะสั้นๆได้ เหมาะกับผู้หญิงที่ขับรถในเมือง และ เหมาะกับผู้ที่ชอบขับรถธรรมดาๆ ไม่ได้เร่งรีบ รวมถึง ผู้ที่ชอบรถประหยัดน้ำมัน เพราะมีเครื่องยนต์ขนาดเล็ก แต่มีความน่าสนใจตรงที่มีเทอร์โบ เข้ามาพ่วงด้วย

Honda City Vtec Turbo Spec

เครื่องยนต์ 1.0L 3 สูบ 12V เทอร์โบ 122 แรงม้า

23.8 กิโลเมตร ต่อ ลิตร

Intercooler

จ่ายน้ำมันด้วยระบบ Direct Injection 

ระบบ Vtec (VTC)

เวสเกต ระบบ ไฟฟ้า 

เกียร์ CVT แบบสายพานโลหะ 7 paddle shift

Noise and Vibration Control พร้อมชนวนกันเสียง

ตัวถังหนามากขึ้น ลดแรงสั่นสะเทือน

ระบบ Honda Connect สั่งการทำงานผ่าน Honda Application 

ประวัติของ Honda City ในประเทศไทย

Honda City 1st Generation in Thailand

ฮอนด้า ซิตี้ เป็นรถในฝันของวัยทำงาน และ คนที่ไม่ได้ชอบขับรถใหญ่ ซึ่ง เปิดตัวในครั้งแรก 1st Generation หรือ เจนแรก ตั้งแต่ปี 1996 ซึ่งปัจจุบันนี้ ยังคงเห็นวิ่งอยู่บนท้องถนน

ต่อมาในปี 2002 Honda City เปิดตัวรุ่นใหม่ ซึ่งยังคงเป็นรุ่นยอดนิยม และ มียอดขายถล่มทลาย เนื่องจาก รุ่นแรกทำออกมาได้ดี ถึง ดีมากที่สุด

ต่อมา Generation ที่ 3 ก็ยังคงเป็นอะไรที่ Hot อยู่ ตั้งแต่ปี 2008 รวมถึง การใช้เครื่อง i-DSI ที่ประหยัดน้ำมันมากกว่าเดิม และเป็นที่พูดถึงอยู่ทุกวันนี้ โดยมียอดขายมากกว่า 1.5 ล้านคัน ใน 40 ประเทศเลยทีเดียว ซึ่งในตอนนั้น มีการเปิดตัว Honda City CNG ออกมาด้วย 

Honda City 4th generation ตั้งแต่ 2014 เป็นรถ Sub-Compact Car ที่มียอดขายเยอะที่สุดในไทย จนถึงปัจจุบัน โดยที่ยังคงครองแชมป์ อยู่ แม้ว่จะผ่านมามากถึง 5 ปีแล้วก็ตาม

Honda City Turbo 1.0L คือ Generation 5

จะเห็นได้ว่า นับตั้งแต่ Generation แรก ถึง Gen 4 เราจะเห็นเครื่องยนต์ 1.5 มาตลอด โดยที่มีการเปลี่ยนน้อยมาก ซึ่งในครั้งนี้กับ 5th generation ฮอนด้า ซิตี้ เปิดแคมเปญ Reimagine โดยการสร้างประสบการณ์ครั้งใหม่ โดยการใช้เครื่องยนต์ Turbo

โดยสรุปแล้ว รถรุ่นนี้ แม้ยังไม่ได้ทดลองขับ แต่ก็เชื่อว่า Honda City คงทำได้ดีกว่าเดิม และน่าจะมีผู้สนใจล้นหลาม เพราะด้วยตัวเครื่องยนต์เอง และในเรื่องของราคา สำหรับเครื่องยนต์ขนาดเล็ก คงไม่เกิน 600,00-700,000 บาท ซึ่งคงต้องมารอดูว่าทาง Honda จะตั้งราคา ออกมาเป็นเท่าใด

https://promotions.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c/%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b2.html

Exit mobile version