ads

เป็นจุดที่หลายคนทำพลาดตอนซื้อรถ

รถราคาเป็นหลักแสนหลักล้าน คงมีไม่เพียงไม่กี่คนที่จะซื้อรถด้วยเงินสด ดังนั้นอาจแปลว่าคนส่วนใหญ่ จะจัดไฟแนนซ์รถกัน แต่คำถามแรกๆ เวลาเราไปซื้อรถใหม่ที่โชว์รูม เราเคยได้อ่านสัญญา ไฟแนนซ์กันบ้างหรือเปล่า? เคยได้รู้หรือไม่ว่า มีค่าใช้จ่ายอะไรแอบแฝงหรือไม่? วันนี้เราจะได้รู้กันจากบทความนี้

มัน “ควร” ที่จะเหมือนกัน กับตอนที่เราศึกษาเกี่ยวกับรถคันนั้นๆ เช่นรถคันนั้นเครื่องขนาดเท่าใด? กินน้ำมันเยอะหรือเปล่า? อะไหล่แพงมั้ย? มีอะไรเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน หรือ Option รถมาบ้าง? เรามีแต่จะศึกษาเกี่ยวกับรถที่เราจะซื้อ แต่เราไม่ค่อยศึกษา เกี่ยวกับบริษัทไฟแนนซ์ต่างๆ ว่ามันมีดีอย่างไร? เราไม่ค่อยได้อ่านสัญญาเช่าซื้อ หรือ สัญญาเงินกู้แบบการจัดรถ ทำให้อาจเสียผลประโยชน์ และต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงกว่า จ่่ายค่าปรับแพงกว่า และต้องเสียอะไรหลายๆอย่างที่แพงกว่ากันมาก

ดังนั้นการซื้อรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือ จะเป็นพาหนะ อะไรก็ตามที่ต้องจัดไฟแนนซ์ เราควรที่จะต้องศึกษาให้ดีก่อน และ ควรอ่าน “Guide to Car Finance” ตามด้านล่างนี้ที่มีทั้งหมด 6 ข้อ

1มัวแต่ไปห่วง ค่างวดรายเดือน มากกว่า จำนวนเงินที่ต้องจ่ายจริง

สิ่งแรกที่ทุกคนห่วงมากคือ การจ่ายค่างวดรถรายเดือน จะทำให้เงินเดือนเหลือเท่าไหร่ต่อเดือน ส่วนใหญ่จะคิดเหมือนกันว่า จะต้องผ่อนให้น้อยที่สุดเพื่อที่จะเหลือเงินเยอะที่สุดใน 1 เดือน ซึ่ง แน่นอนว่า เมื่อเลือกตัวเลือกที่จะผ่อนรถน้อยที่สุด ท้ายที่สุดแล้ว เราจะต้องจ่ายค่าผ่อนตอนจบ แพงที่สุด 

บริษัทไฟแนนซ์ เค้าก็จะมี ตารางราคาผ่อน มาให้เราเลือกอยู่แล้ว และมันจะต้องมีตัวเลขซักตัวที่ตรงกับใจคนซื้ออยู่แล้ว แต่การเลือกตัวเลือกแบบนั้น มันจะเป็นตัวเลขที่ไม่ได้ทำให้เราจ่ายได้ถูกที่สุดนั่นเอง เหตุผลก็คือ มันอาจมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง หรือมีค่าบริการ

และการที่เราห่วงเรื่องค่างวดรายเดือน มากกว่า เงินที่จะต้องจ่ายคืนบริษัทไฟแนนซ์ ทั้งหมด นั่นแปลว่า เราจะต้องจ่ายแพงตอนจบสัญญา 100% แน่นอน และวิธีที่ถูกต้องที่สุดก็คือ ให้มี ตัวเลขในใจว่าอยากจะผ่อนจ่ายเท่าไหร่ต่อเดือน กับ ตัวเลขที่สามารถจ่ายได้ต่อเดือน

  • ตัวเลขที่อยากจะผ่อนต่อเดือนเช่น = 15,000 บาท 
  • แต่ตัวเลขที่สามารถจ่ายได้ โดยยังมีเงินเหลือ เช่น = 20,000 บาท

การจ่ายค่างวดรถ สูงขึ้นต่อเดือน จะทำให้รถหมดเร็ว และ ทำให้ประหยัดดอกเบี้ยไปเป็นแสนบาทแน่นอน

2

ใช้แต่ ไฟแนนซ์ จากโชว์รูมรถยนต์ แค่ที่เดียว

เราเห็นชื่อกันเป็นประจำ เช่น Toyota Leasing , Honda Leasing, และ มีสถาบันการเงินมากมายที่เชื่อมต่อกันกับ บริษัทรถยนต์ เพราะมันทำให้ง่ายกว่าในการซื้อรถ ตัดสินใจได้เลย และรวดเร็วกว่า ซึ่งแน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้คือข้อดี และ ทางโชว์รูม ก็จะมีโปรโมชั่นกับบริษัทไฟแนนซ์เหล่านี้ ดึงดูดใจมากๆ

แต่จริงๆแล้ว เราเคยเปรียบเทียบไฟแนนซ์ เจ้าอื่นๆ บ้างหรือเปล่า? เคยเปรียบเทียบราคาผ่อนจ่ายต่อเดือน เปรียบเทียบจำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องจ่ายตอนจบสัญญาบ้างหรือเปล่า? ซึ่งในอดีตมันมี เรื่องเหล่านี้ ที่คนที่จะซื้อรถไปใช้ไฟแนนซ์นอกโชว์รูม และประหยัดเงินได้มากกว่าจริงๆ

3

ดาวน์ต่ำ ตามโฆษณา แต่โดนค่าดอกเบี้ยเพียบบบบ

ตารางผ่อนรถยนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Toyota, Nissan, Honda, Mazda, และ จะเป็นรุ่นย่อยรุ่นไหนก็ตาม เค้ามีกำหนดมาให้หมดแล้ว เพื่อให้เราเลือกว่า อยากดาวน์เท่าไหร่? และคนที่มีทุนน้อยแทบทุกคนจะเลือกที่ ดาวน์ต่ำ (และหลายค่ายก็มีการโฆษณาว่าดาวน์ต่ำ ดาวน์ 0 บาท ออกรถได้เลย)

เงินดาวน์คืออะไร?

มาทำความเข้าใจในเรื่องดาวน์รถกันก่อน เงินดาวน์รถ เป็นเงินทุน 
ที่จะเอาไปตัดค่ารถตั้งแต่ตอนต้น เพื่อให้รถยนต์มีราคาที่ต้องผ่อนต่ำลง 
และท้ายที่สุดก็คือ เพื่อเอายอดที่เหลือจากการตัดดาวน์ 
ไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อผ่อนต่อ และเงินดาวน์ เป็นภาษาอังกฤษคือ down payment 
หรือ เงิน Deposit นั่นเอง

ดังนั้นการที่เราดาวน์ต่ำ หรือ ไม่มีเงินดาวน์เลย จะทำให้ บริษัทไฟแนนซ์ ได้รับดอกเบี้ยมากยิ่งขึ้น คือยิ่งเงินต้นสูงในการจัดไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยก็จะยิ่งทวีคูณ เนื่องจากมีเงินดาวน์ไม่เยอะไปตัดต้นนั่นเอง อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าเราจะต้องไปหากู้ยืมเงิน มาเพื่อดาวน์รถหนักๆ แต่ การดาวน์รถให้มีมูลค่าเหมาะสม และ จำนวนเงินที่ควรดาวน์รถ ควรอยู่ที่ 20% ขึ้นไป ของราคารถ และ อย่างน้อยที่สุดควรจะเป็น 10% ของราคารถ ตัวอย่างเช่น

  • รถราคา 1,000,000 บาท
  • เงินดาวน์แบบเหมาะสมควรอยู่ที่ 200,000 บาท
  • เงินดาวน์แบบต่ำที่สุดควรจะอยู่ที่ 100,000 บาท

ตัวอย่างการคำนวณเงินดาวน์ สามารถทำให้เราประหยัดได้เท่าไหร่กัน? สำหรับโจทย์นี้ รถยนต์มีราคา 1,000,000 บาท เท่าเดิม ด้วยดอกเบี้ย 5% ต่อปี และ ผ่อนจ่ายน 60 งวด (5 ปี)

  1. เงินดาวน์ 20% จะทำให้จ่ายต่อเดือนที่ 16,667 บาท และต้องจ่ายคืนใน 5 ปี ที่ 905,819 บาท
  2. เงินดาวน์ 10% จะทำให้จ่ายต่อเดือนที่ 18,750 บาท และต้องจ่ายคืนใน 5 ปี ที่ 1,125,000 บาท
  3. เงินดาวน์ 0% จะทำให้จ่ายต่อเดือนที่ 20,834 บาท และต้องจ่ายคืนใน 5 ปี ที่ 1,250,040 บาท

จะเห็นได้ว่า หากไม่มีการดาวน์รถ จะทำให้ต้องจ่ายดอกเบี้ย รวมเงินต้น แพงกว่าดาวน์ 20% หรือ 10% เป็นหลักแสนบาทเลยทีเดียว

4

ชอบผ่อนยาวๆ และ ทุกคนอยากยืดเวลาผ่อนให้นานที่สุด

ของชอบเลย ยืดระยะเวลาผ่อนไปซัก 72 เดือน หรือ 84 เดือน ได้ยิ่งดี เพราะยิ่งยาว จะยิ่งผ่อนน้อยลงต่อเดือน อันนี้ใครเห็นก็ต้องชอบ เพราะในระยะสั้นแล้วประหยัดเงินได้มาก แต่จริงๆแล้ว มันไม่ควรเป็นตัวเลือกทางการเงินเลยทีเดียว

เพราะจริงๆแล้ว การเลือกการผ่อนยาวเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นมากเท่านั้น ทำให้การซื้อรถใหม่ นั้นแพงกว่าที่ควรจะเป็น และนี่ยังไม่นับรวมเรื่องค่าเสื่อมและราคารถยนต์ ณ วันผ่อนหมดอีก ซึ่งโดยปกติแล้ว รถยนต์ใหม่ป้ายแดง จะมีค่าเสื่อม ที่ประมาณ 15% ต่อปี โดยที่จะเสื่อมมูลค่าลงทุกปี ทำให้รถมีมูลค่าน้อยลงตามไปด้วย ทำให้เกิดอาการขาดทุนสองต่อ ต่อแรกคือการขาดทุนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเยอะกว่าเดิม เมื่อจบสัญญา และ ขาดทุนตอนขายรถอีกต่อหนึ่ง (ยังไงๆ ก็ต้องขาดทุนอยู่แล้ว ในการขายรถใช้แล้ว) และการผ่อนที่อยู่ในเกณฑ์กำลังดี คือประมาณ 60 เดือน หรือ 5 ปี หากเกินกว่านี้ จะทำให้ต้องจ่ายแพงกว่าเดิมหลายเท่า

5

ไม่ศึกษารายละเอียดสัญญาไฟแนนซ์ ว่ามีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรือเปล่า?

ค่าใช้จ่ายแอบแฝง ในที่นี้อาจเป็น ค่าธรรมเนียม ค่าวงเงิน ค่าจัดการ ฯลฯ ซึ่งในบางครั้งมีค่าใช้จ่ายเป็นหลักหมื่นบาท ถึงแม้ว่า เราจะหาไฟแนนซ์เข้าไปเองก็ตาม ก็อาจจะยังมีค่าใช้จ่ายเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะทางค่ายรถอาจมีการเก็บค่าประกัน ฯลฯ เพราะเหตุที่ว่าเราเอาไฟแนนซ์เข้ามาเองก็เป็นไปได้

และสิ่งที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ก็คือคำเดียว “การต่อรอง” เราจำเป็นต้องต่อรองกับ Dealer หรือ บริษัทรถยนต์ โชว์รูมนั้นๆ และที่สำคัญที่สุดคือต้องอ่านรายละเอียดทุกอย่างทั้งหมดซะก่อน

6

ใช้รถไปวันๆ ไม่คำนวณ ไม่ยอมรีไฟแนนซ์

มันมีหลายเหตุผลที่ต้องรีไฟแนนซ์ เช่น การนำเงินออกมาใช้ การเปลี่ยนสัญญา การเปลี่ยนบุคคลค้ำประกัน ฯลฯ ซึ่งเราจะตัดเหตุผลเหล่านี้ออกให้หมด เหลือเหตุผลเดียวคือการรีไฟแนนซ์ เพื่อให้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

การรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ถูกวิธี ก็คือการเปรียบเทียบดอกเบี้ย การดู บริษัทรีไฟแนนซ์หลายๆแห่ง มาเปรียบเทียบกัน เช่นวงเงินอนุมัติ ปีของรถที่รับรีไฟแนนซ์ การหักค่าธรรมเนียม และรวมถึงการปิดบัญชีไฟแนนซ์ ก่อนกำหนด (ดูเรื่องค่าปรับ และ ค่าธรรมเนียม)

คำถามเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์ รถยนต์ ที่มีคำตอบ

อันที่จริงแล้ว บริษัทที่รับ รีไฟแนนซ์ รถยนต์ มีอยู่เยอะแยะมากมาย และนี่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น


โดยสรุป

รถ มีแต่ ลด อย่าเอาเงินไปทิ้งไว้เยอะ

คำว่า รถ อาจเป็นคำเปรียบเทียบของคำว่า “ลด” ก็ได้ เพราะการซื้อรถมาหนึ่งคัน นับวันมูลค่าก็จะลดลงไปเรื่อยๆ แล้วมันเรื่องอะไรที่เราควรต้องไปจ่ายให้กับสิ่งที่ ทุกวันมูลค่าลดลงอยู่แล้ว หากถามว่า มีหุ้นอยู่สองตัว ตัวหนึ่งกำลังเป็นขาขึ้น ตัวหนึ่งกำลังเป็นขาลง เราจะซื้อตัวไหน? หลายคนอาจตอบว่า ก็ต้องซื้อตัวทีราคาลงน่ะสิ แต่จริงๆแล้ว การที่ราคาหุ้นมันขึ้น เป็นเพราะว่าบริษัทนั้นมีกิจการที่ดี เราก็ควรถือหุ้นที่กิจการเค้าดี ไม่ใช่กิจการที่กำลังเป็นขาลง ใช่หรือไม่? เช่นเดียวกันรถยนต์ ในเมื่อราคามันลงอยู่ทุกวัน เราจะเอาเงินก้อนใหญ่ไปกองไว้อย่างนั้นน่ะหรือ? การซื้อรถยนต์ จริงๆแล้วก็เป็นเรื่องจำเป็น แต่ต้องรอบคอบในการจ่าย ในการเลือก เพียงเท่านี้ เราก็จะเหลือเงินเก็บมากขึ้นเป็นหลักแสนบาท หากทำทุกอย่างอย่างระมัดระวัง