และนี่คือเหตุผลที่คุณควรนั่งแท๊กซี่ / Grabcar มากกว่าที่จะซื้อรถขับเอง

ads

รถก็ติด ซ่อมก็แพง ใช้รถสาธารณะดีกว่ามั้ย?

ปัจจุบันการซื้อรถยนต์ส่วนบุคคลกลายเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องที่ง่ายมาก และเข้าถึงได้แม้แต่นักศึกษาจบใหม่ เพราะด้วยความดึงดูดใจของราคารถยนต์แบบ Eco Car โปรโมชั่นจัดไฟแนนซ์รถยนต์ หรือแม้แต่โปรโมชั่นดอกเบี้ย ผ่อน 0% ของแถม ฯลฯ ดังนั้น การที่จะมีรถยนต์ซักคันนึงนั้นเป็นเรื่องที่สุดง่าย แต่จริงๆแล้ว การมีรถซักคันนึงนั้น หากไม่นับเอาความสะดวกของหลายๆคนที่บ้านอยู่ลึกเกินกว่าจะมีรถมารับได้ หรือความจำเป็นอื่นๆ ในปัจจุบัน เรามีรถที่สามารถเรียกใช้บริการได้ผ่าน application หากไม่นับรวม UBER ที่ถูกซื้อกิจการไป เช่น Grab Taxi, GrabCar, All Thai Taxi, และอื่นๆ อีกมากมาย และหลายคนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า หากเราเรียกใช้บริการรถเหล่านี้ทุกๆวัน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายโดยรวมเดือนๆนึงนั้น มีราคาถูกกว่าการซื้อรถยนต์มาใช้เองเสียอีก

ในต่างประเทศเค้ามีการเก็บข้อมูลค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่าง ซื้อรถมาขับเอง กับการนั่ง Uber (ในบางประเทศ Uber ยังถูกกฎหมายและให้บริการอยู่) และในเคสนี้เป็นประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเค้าเก็บข้อมูลจาก New York, Chicago, DC, LA, และ Dallas มาเปรียบเทียบกันระหว่างการมีรถยนต์เอง กับการใช้บริการ Uber มาดูกันว่าค่าใช้จ่ายของแต่งละแห่งจะเป็นอย่างไรบ้าง? – ข้อมูลจาก Techcrunch.com

แผนภูมิแท่ง แสดงให้เห็นถึงค่าใช้จ่าย ระหว่างการมีรถยนต์ ขับรถไปทำงาน กับการเรียก Uber ในแต่ละรัฐโดยที่ ค่าใช้จ่ายของ รถยนต์ส่วนบุคคลเป็นสีเทา และ การเรียก uber เป็นสีน้ำเงิน

จะเห็นได้ว่า การเรียก UBER หรือการใช้รถยนต์สาธารณะ (หากเป็นในไทยก็คือ แท๊กซี่) ในอเมริกา นั้นทำให้มีรายจ่ายนต่อสัปดาห์ต่ำกว่าการมีรถยนต์ส่วนบุคคลมากๆ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณอยู่ในนิวยอร์ค ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกัน ประมาณ 2,000 กว่าบาท ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 53% เลยทีเดียว คือจะประหยัดกว่าหากเรียกใช้ UBER ในนิวยอร์ค และโดยส่วนใหญ่ก็จะประหยัดกว่ากันมาก ยกเว้นใน ดัลลัส ที่มีค่าใช้รถยนต์ ถูกมาก เมื่อเทียบกับการใช้บริการของ UBER

มันจะใช้ได้กับเมืองไทยหรือเปล่า?

การนั่งรถยนต์สาธารณะ ยังคงเป็นอะไรที่นิยมในประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้รับความสะดวกก็ตาม เรามาลองคำนวณกันดู ถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หากใช้รถยนต์ส่วนตัว กับ แท๊กซี่ แบบเร็วๆ คร่าวๆกัน หากคุณเป็นคนขับรถยนต์ คุณ “อาจมี” ค่าใช้จ่ายรถยนต์ส่วนตัว ต่อสัปดาห์ เช่น ค่าน้ำมัน 1,500 บาท ถ้าเจอรถติดหนักๆมากๆ ค่าที่จอดรถ ตีไปเลยว่าเดือนละ 2,000 หารด้วย 4 สัปดาห์ เหลือสัปดาห์ละ 500 บาท ถ้ารวมๆ กันแล้ว อาจเจอค่าเดินทาง ประมาณ 2,000 บาท ต่อ สัปดาห์ หรือประมาณ 8,000 บาท ต่อเดือนเลยทีเดียว และถ้าสมมติว่าเราต้องนั่งแท๊กซี่อย่างเดียว ไปกลับ ครั้งละ 150 วันละ 300 บาท ก็จะตกสัปดาห์ละประมาณ 1,500 – 2,000 บาท เช่นเดียวกันอยู่ดี

อย่างไรก็ดี การมีรถยนต์ส่วนตัวไม่ได้แปลว่า มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่านั้น เพราะต้องมี ค่าดูแลรักษา ค่าประกันรถยนต์ ค่าไฟแนนซ์รายเดือน ค่าตกแต่ง เปลี่ยนยาง ฯลฯ ซึ่งปีๆ นึงคาดว่าหลักหลายหมื่นบาทอยู่

ดังนั้น การที่จะซื้อรถยนต์ซักคันหนึ่ง บางครั้งมันอาจไม่ได้เป็นทรัพย์สินอย่างเดียว เสมอไป แต่มันอาจกลายเป็น หนี้ก้อนโต ที่หากลองมองย้อนดู ก็อาจจะรู้สึกเสียดายทีหลังก็ได้ว่า รู้งี้ไม่น่าซื้อเลย เราจึงอยากให้ข้อมูลจากในอเมริกาที่แสดงด้านบน เป็น อะไรที่ทำให้เรากลับมาฉุกคิดนิดนึงก่อนการซื้อรถมาใช้เท่านั้นเอง