ads

ไม่ต้องถึงมือช่าง ผู้หญิงก็แก้อาการนี้ได้

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แอดมิน ได้มีโอกาสเอารถเข้าอู่ เพื่อซ่อมจุกจิกหลายรายการ ซึ่งหนึ่งในการซ่อมรถครั้งนี้ ต้องมีการยกแบตเตอรี่รถยนต์ออกด้วย พอหลังจากช่างซ่อมรถเสร็จ ก็ส่งมอบกันตามปกติ แต่สิ่งที่เจอก็คือ รอบรถยนต์ตกฮวบฮาบ เหมือนเครื่องจะดับ อาการเหมือนจะขับไม่ได้ เปิดเแอร์ รอบขึ้นมานิดหน่อย แต่แอร์ไม่ค่อยเย็น (เพราะเมื่อรอบเครื่องต่ำ คอมแอร์จะไม่ทำงาน) ทุกคนที่เจออาการนี้ อย่างแรกเลยก็คือ “โทษช่าง ช่างทำเครื่องพัง!” แต่จริงๆแล้ว ลองอ่านดูก่อนว่า การซ่อมรถแบบต้องถอดแบตออก หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแบตรถยนต์ มันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรในรอบเครื่องยนต์

เกิดอะไรขึ้นเมื่อไม่มีไฟจากแบตเตอรี่ ไปเลี้ยงกล่องสมองรถยนต์ (ECU) ที่เกิดจากการเปลี่ยนแบต หรือ ถอดแบตเพื่อซ่อมรถ?

ปัญหานี้เกิดขึ้นเมื่อทำการเปลี่ยนแบตรถยนต์ หรือมีการยกแบตรถยนต์ออกมาโดยที่ไม่ได้มีไฟเลี้ยง กล่อง ECU ที่ย่อมาจาก Electronic Control Unit ซึ่งเป็นกล่องสมองสั่งการเกี่ยวกับการจ่ายน้ำมัน จ่ายไฟ เลี้ยงรถยนต์ จะไม่มีไฟฟ้าไปเลี้ยง ทำให้ไม่สามารถจำค่าเดิมได้ ดังนั้นจึงเกิดอาการที่เค้าเรียกว่า ECU Failure คือ รอบเครื่องรวน เหตุจากการที่กล่องสมอง จำค่าเดิมไม่ได้ ทำให้ทำงานผิดพลาด รวมถึง สมรรถนะการขับขี่ลดลงด้วย นั่นทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้

  1. เครื่องสั่นปานกลาง ถึง สั่นแรงมาก
  2. รอบเครื่องสวิง หรือ ไม่นิ่ง
  3. แอร์รถยนต์ไม่เย็น เนื่องจาก คอมแอร์ตัดการทำงาน เมื่อรอบต่ำ
  4. รอบต่ำจนรถเกือบดับ
  5. อัตราเร่งผิดปกติ
  6. เหม็นกลิ่นน้ำมัน เนื่องจากอัตราการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

และสิ่งที่ทุกคนตกอกตกใจกันมาก ก็คือ การที่รอบเครื่องต่ำ จนเกือบดับ เรียกได้ว่า ต้องเบิ้ลเครื่อง กดคันเร่งเลี้ยงกันไว้ แทบจะตลอดเวลาเกือบทุกคน แต่วันนี้ เรามีวิธีการแก้ปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับรถยนต์ยี่ห้อ Toyota และ Lexus ทุกรุ่น ที่มีกล่อง ECU (เครื่องหัวฉีด) ที่มีอาการตาม 6 ข้อด้านบน หลังจากการเปลี่ยนแบตรถยนต์ หรือ หลังซ่อมรถที่ต้องมีการถอดแบต และทำตามวิธีนี้ ปัญหาจะหมดไปอย่างสิ้นเชิงภายใน 5 นาที

5 ขั้นตอน – Idle Reset ให้ ECU รถยนต์ เรียนรู้ ใหม่ แก้ อาการรอบตก

ECU หรือกล่องสมองรถยนต์ ก็ต้องมีการเรียนรู้ ทั้งลักษณะนิสัยการขับ การเบรค การทรงตัวรถยนต์ (ยิ่งรุ่นใหม่ๆ พวก Lexus, Toyota พวกนี้ จะเรียนรู้ถึงการขับได้ฉลาดมากกว่าเดิม) และเมื่อไม่มีไฟฟ้าเลี้ยงกล่องสมอง จะทำให้ ECU ไม่จำค่าใดๆทั้งนั้น อารมณ์เช่นเดียวกันกับ เงินไม่มา ผ้าไม่หลุด นั่นแหละ และการแก้ปัญหาจะมีวิธีดังนี้ และแนะนำให้ทำตามขั้นตอนแบบ เป๊ะๆ ห้ามพลาดแม้แต่ขั้นตอนเดียว

ใช้เวลาทั้งหมด 5 นาที ในการแก้ไขปัญหา รอบตก เมื่อเปลี่ยนแบตมา

1 ขั้นตอนแรก วอร์มเครื่องให้อุ่นก่อนเป็นอันดับแรก

หากรถยนต์จอดเฉยๆ ให้ warm เครื่อง โดยการ start รถยนต์ทิ้งไว้ ซัก 5 นาที ก่อน แล้วค่อยกลับมาใหม่ อันนี้สำหรับ รถที่จอดไว้ และยังมีอาการรอบเครื่องตกเท่านั้น

2 กดเบรคมือ หรือเหยียบเบรคมือให้แน่นที่สุด

อ่านมาถึงตอนนี้ อาจจะคิดว่าทำไมมันดูแปลกๆ แต่เชื่อเถอะว่าทำตามขั้นตอนนี้ หายแน่นอน การใช้เบรคมือจะเกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัย และจะเกี่ยวเนื่องกับข้อถัดๆไป หากเป็น Toyota รุ่นที่ไม่ใช่รุ่นใหญ่อย่าง Camry เบรคมือก็รู้กันอยู่แล้วว่าอยู่ตรงไหน แต่สำหรับ Camry, Lexus หรือรุ่นใหญ่ จะเป็นการเหยียบเบรคมือที่ติดๆกันกับเบรคนั่นเอง

3 บิดกุญแจรถยนต์ 3 Step (ขั้นตอนนี้สำคัญมาก)

เมื่อทำการกดเบรคมือ หรือ ดึงเบรคมือเรียบร้อย เราจะทำขั้นตอนนี้ต่อไป โดยการบิดกุญแจ 3 ครั้ง ย้ำว่า 3 ครั้ง โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. เสียบกุญแจ ลงไปในช่องกุญแจ
  2. บิดไปที่ ACC
  3. บิดไปที่ ON
  4. บิดกลับมาที่ แรก
ครั้งที่ 1 เสียบกุญแจ --> บิดกุญแจไปที่ช่องแรก --> ช่องสอง --> บิดกลับมา
ครั้งที่ 2 เสียบกุญแจ --> บิดกุญแจไปที่ช่องแรก --> ช่องสอง --> บิดกลับมา
ครั้งที่ 3 เสียบกุญแจ --> บิดกุญแจไปที่ช่องแรก --> ช่องสอง --> Start เครื่องยนต์

ทำซ้ำสองครั้ง และ ครั้งที่สามทำเหมือนกัน แต่ Start เลย (รวมเป็น 3 ครั้งทั้งหมด)

+++ หากเป็นรถที่ใช้ Push Start ให้ กด Push Start โดยที่ไม่ต้องเหรียบเบรครถ นั่นแปลว่า ถ้าเราไม่เหยียบเบรครถ รถยนต์จะไม่ Start และจะถือเป็น 3 Step เหมือนกัน

วิธีการ Push Start ที่ทำเหมือนมีกุญแจเสียบอยู่ ไม่ต้องเหยียบเบรค

ครั้งที่ 1 กดปุ่มสตาร์ท --> กดครั้งที่สอง --> กดครั้งที่สาม (ไฟจะดับหมด)
ครั้งที่ 2 กดปุ่มสตาร์ท --> กดครั้งที่สอง --> กดครั้งที่สาม (ไฟจะดับหมด)
ครั้งที่ 3 กดปุ่มสตาร์ท --> กดครั้งที่สอง --> เหยียบเบรค กดครั้งที่ 3 --> Start เครื่องยนต์

4 เข้าเกียร์ D และนั่งรอ 4 นาที (อาจเร็วกว่านั้น)

หลังจาก Start รถในขั้นตอนที่แล้ว ให้มั่นใจว่าเราได้ดึงเบรคมือเรียบร้อย (หรือเหยียบเบรคมือ) หลังจากนั้น ให้เข้าเกียร์ D (เกียร์ Drive) เหมือนเราจะขับรถนั่นแหละ และปล่อยมันไปอย่างนั้น รถจะไม่เคลื่อนที่ แต่มันอยู่เกียร์ D มันจะมีอาการหน่วงๆหน่อย ในช่วงนี้ รอบเครื่องจะยัง Swing หรือ ตกอยู่ ไม่ต้องห่วง รอไปเรื่อยๆ

เพิ่มเติม : ควรปิดระบบทุกอย่าง ห้ามเปิดแอร์ ห้ามเปิดอุปกรณ์ อิเลคทรอนิกส์ต่างๆ (กล้องติดรถยนต์เปิดได้) ถ้าเปิดอยู่เช่นแอร์ หรือ ระบบไหลเวียนอากาศให้ปิดให้หมดทุกอย่าง

5 สังเกตได้ว่า รอบเครื่องค่อยๆกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

รอบเครื่อง Toyota, Lexus และทั่วๆไป โดยปกติจะอยู่ที่ 600-1000 เมื่อรถนิ่งอยู่กับที่ อ้างอิง wikipedia

ในระยะเวลา 3-5 นาที หรือเร็วกว่านั้น จะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่า รอบเครื่องที่ Swing หนักๆ ตกหนักๆ จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง และนี่คือการแก้ปัญหา รอบเครื่องสวิง หลังจากการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์

โดยสรุปรวมๆวิธีแก้ปัญหา รอบตก หลังเปลี่ยนแบต/ถอดแบตคือ

  1. วอร์มเครื่องยนต์
  2. เข้าเบรคมือให้แน่นๆ
  3. บิดกุญแจตาม Step ด้านบนที่อธิบายไว้ (Push Start ก็เช่นเดียวกัน)
  4. เข้าเกียร์ D และปิดอุปกรณ์ที่ใช้ไฟทั้งหมดในรถ เช่นแอร์ ไฟหน้า ที่ปัดน้ำฝน
  5. รอ 3-5 นาที รอบเครื่องจะกลับมาเป็นปกติ

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการ แก้ไขปัญหารอบตก – ห้ามทำ!!

พอเจอปัญหา แบบไม่รู้ทางแก้ หลังจากเปลี่ยนแบตมา หรือถอดแบตมาใส่ใหม่ รอบตกๆ รอบเหวี่ยงๆ แบบนี้ หลายคนก็จะคิดกันไม่กี่อย่างคือ อะไรเสียแน่นอน และโดยมากช่างที่ไม่รู้เทคนิคนี้ ก็จะแนะนำให้ทำตามนี้ ซึ่งต้องยืนยันว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ผิดถนัด!

  1. ให้เบิ้ลเครื่อง หลายๆครั้งนานๆ เป็นชั่วโมง — ผิด!
  2. ให้ขับรถเร็วๆ เร่งรอบสูงๆ เพื่อให้เครื่องมันจำ — ผิด!
  3. ให้ถอดลิ้นปีกผีเสื้อมาล้าง เพราะอาจสกปรก ทั้งๆที่ก่อนเปลี่ยนแบตไม่เป็น — ผิด!
  4. ให้เปลี่ยนท่ออากาศ Intake ใหม่ เพราะอาจรั่ว หรือ ต้องล้าง ออกซิเจนเซนเซอร์  — ผิด!!
  5. ให้สตาร์ทรถทิ้งไว้ เป็นชั่วโมงๆ — ผิด!

การทำ 5 ข้อผิดๆนี้ นอกจากอันตรายแล้ว ยังเสียเงินโดยใช่เหตุ และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ รวมถึงเครื่องยนต์สึกหรอเพิ่มเติม โดยไม่จำเป็น ซ้ำยังเปลืองน้ำมันอีกด้วย

หากคิดว่าบทความนี้ มีประโยชน์ และสามารถนำไปแก้ปัญหาได้ ก็สามารถแชร์กันได้เลยครับ ไม่ได้หวงแต่อย่างใด