อันตรายของการสูดดม Carbon Monoxide ในรถยนต์

ปรับแต่งรถยนต์ไม่ถูกต้อง ควันจากท่อไอเสียเข้ารถได้

คุณมีโอกาสที่จะเจอก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์เยอะมาก ๆ และที่มาก็คือควันรถนั่นแหละ ไม่ได้มาจากที่อื่นเลย ต่อให้ปลูกต้นไม้ให้กลายเป็นป่า ก็ไม่สามารถช่วยดูดกำจัดออกไปได้ทัน ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่ามีครอบครัวหมดสติอยู่ในรถยนต์ เพราะเกิดจากรถยนต์ปรับแต่งท่อจนมีก๊าซควันหลุดเข้าไปในห้องโดยสาร ขณะขับขี่จึงหมดสติอยู่ในรถ ทำให้ผู้ร่วมทางตกใจ

ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์คืออะไร?

เราจะคุ้นเคยกับ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า (เกิดจากการเผาไหม้ปกติ เช่น เผาขยะ เผาใบไหม้ ที่ได้รับออกซิเจนเข้าไปเป็นเชื้อไฟตอนเผา) ซึ่งตัวนั้นมันมีออกซิเจนอยู่ในโมเลกุล 2 ตัว แต่คาร์บอนมอนนอกไซด์ มีออกซิเจนอยู่ในโมเลกุลเพียงตัวเดียว

คาร์บอนมอนนอกไซด์ เกิดจากการเผาไหม้ ไม่สมบูรณ์ ซึ่งมักมาจากการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ เมื่อร่างกายเราได้รับก๊าซนี้เข้าไป ตัวโมเลกุลก๊าซจะรีบจับหาออกซิเจน ซึ่งในร่างกายของคนเราจะอยู่ในปอด กับเลือด เพราะฉะนั้น อันตรายของการได้รับ คาร์บอนมอนนอกไซด์ ขึ้นอยู่กับความเข้มข้น หากได้รับความเข้มข้นมาก ๆ ก็จะยิ่งเป็นอันตรายมาก สั้น ๆ ก็คือ ออกอาการเร็ว อาการที่ได้รับมีดังนี้

  • ความไวในการรับก๊าซของแต่ละคนไม่เท่ากัน
  • ได้รับเพียง 10 ppm. ก็มีผลต่อระบบประสาท
  • อาการมึนงง ตาพร่า และคลื่นไส้อาเจียน
  • ได้รับเกิน 30 นาที อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ผู้ที่มีความเสี่ยงได้รับอันตรายจากก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์มากกว่า คือใคร..?

  • หญิงตั้งครรภ์
  • เด็ก
  • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว

เพราะฉะนั้นจึงเป็นสาเหตุที่กรมขนส่งทางบก ต้องขอตรวจสภาพรถทุกปี เพื่อตรวจหาปริมาณก๊าซพิษ หรือที่เราเรียกกันว่าตรวจจับความดำของควันรถ แต่ความจริงเป็นการวัด คาร์บอนมอนนอกไซด์ ไปกลาย ๆ ด้วย โดยข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเรื่องนี้คือ

  • พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
  • พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535
  • พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522
  • พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535

รถยนต์รุ่นใหม่ที่ติดตั้งเครื่องยนต์เผาผลาญด้วยระบบเบนซินจะต้องติดตั้งเครื่องกำจัดมลพิษในท่อไอเสียรถยนต์ที่มีชื่อว่า Catalytic converter เจ้าอุปกรณ์นี้จะช่วยลดปริมาณ คาร์บอนมอนนอกไซด์ ที่รถยนต์ปล่อยสู่อากาศ

ในกรุงเทพฯ พื้นที่ที่เคยถูกตรวจสอบว่ามีปริมาณก๊าซนี้มาก ได้แก่ ถนนอิสรภาพ, ถนนจรัญสนิทวงศ์, ถนนหลานหลวง, ถนนพระสุเมรุ และ ถนนพระราม 1 (ในการตรวจสอบคุณภาพก๊าซเมื่อปี พ.ศ.2542) และมีโอกาสที่จะเพิ่มเติมสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นแล้ว นอกจากการหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังถนนดังกล่าวในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนแล้ว ทุกปีต้องตรวจสอบสภาพรถยนต์ตามที่กรมขนส่งกำหนดด้วย เครื่องยนต์ที่ไม่สมบูรณ์ที่ส่งผลต่อการขับขี่ก็มีผลต่อการต่อประกันรถยนต์ด้วย

ข้อมูลส่วนหนึ่งจากเรื่อง “คาร์บอนมอนอกไซด์ มหันตภัยที่มองไม่เห็น” เขียนโดย สรินทร ลิ่มปนาท เผยแพร่ที่เว็บไซต์ http://www.material.chula.ac.th/RADIO44/AUGUST/RADIO8-5.HTM

 Read More :