ล้างรถทีไร ฝนตกทุกที กับ 5 ค่าใช้จ่ายที่งอกขึ้นมาเมื่อฝนตกรถติด

ads

 

ฝนตกกรุงเทพเมื่อไหร่ น้ำขังจนต้องขนรถหนีน้ำ

เปียกฝนกันอยู่หรือเปล่า? วันนี้มีใครรอรถนาน ประสบภาวะรถติดหนักๆ กันมาบ้าง? เข้างานกันทันไหมคะ หวังว่าคงจะไม่ลางานกันให้หัวหน้าเคือง .. หัวหน้าเอง ก็อาจจะเปียกปอนมาเหมือนกัน  ฝนมาทีไร คนกรุงเทพฯ ปาดเหงื่อกันถ้วนหน้า  วันนี้เรามี 5 ค่าใช้จ่าย งอกเงย ที่เกิดขึ้นมาระหว่างที่รอรถ หรือ ต้องเรียกรถใหม่ ฝนตกแบบนี้ พี่วินฟาดเรียบ !! อย่าลืมพกยาแก้ไข้ และเสื้อกันฝน นะคะ

1. ค่าเรียกวินมอเตอร์ไซค์ (10 – 100%)

บางวินก็ชาร์จ บางวินก็ไม่ชาร์จ ภาพที่เกิดขึ้นนี้เป็นการรอรถมอเตอร์ไซค์วิน จากแอร์พอร์ตลิ้งค์ สถานีหนึ่ง ซึ่งปกติแล้ว แถวรอคิวจะไม่ยาวขนาดนี้ และจะมีพี่วินรอให้บริการเพียบ แต่วันนี้ฝนตกหนักมาก จนปริมาณรถไม่พอกับจำนวนผู้โดยสาร  ต้องขอขอบคุณ พี่ตัวแทนวิน ที่คอยโบกเรียกวินจร ให้รับผู้โดยสารได้ ไม่ต้องกลัวการเขม่นแย่งผู้โดยสารกัน  เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนที่ต้องรีบไปทำงาน – ไปเรียน ฯลฯ มีน้ำใจกันแบบนี้ ไม่มีบวกเพิ่ม

 

2. ค่าเรียกแท็กซี่ (30 – 200%)

ท่านที่ของเยอะและต้องเรียกรถไปสนามบินในวันที่ฝนตกนี้จะน่าสงสารหน่อย เพราะว่าค่าโดยสาร จากมิเตอร์ ที่โดดเด้งขึ้นเนื่องจากรถติดตอนฝนตก อาจจะเพิ่มมากกว่า 2 เท่า แล้ว ยังอาจจะตกเครื่องไปไม่ทัน เพราะการจราจรผ่านเส้นทางน้ำขัง มันพังมาก แท็กซี่ที่ไม่ชำนาญเส้นทางอาจจะไม่เอารถออกวิ่ง เพราะกลัวรถเสีย และจะต้องแย่งกันขึ้นรถแท็กซี่ แม้ว่าจะเรียกผ่าน Application เอง ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ขึ้นรถแน่ ๆ ต้องรอและแย่งกันไปอีก

3. ค่าล้างรถ (100 – 500 บาท)

แม้ว่าค่าล้างรถจะไม่จัดเป็นค่าเดินทาง แต่มันก็เชื่อมโยงกันอย่างปฏิเสธไม่ได้ หากวันนั้นต้องเป็นวันนัดลูกค้า หรือ หากคุณขับ Grab / ขับ Uber แล้วส่งคนเสร็จ รถเขรอะสุดๆ หลังจากฝนตกแล้ว ร้านรับล้างรถจะมีรายได้เพิ่มเป็นพิเศษ เพราะรถยนต์จะมีคราบน้ำ และคราบฝุ่น ติดกระจกเต็มไปหมด  ทำให้ฝ้ามัว มองเห็นทางไม่ชัด และคนที่รักรถมาก ๆ ก็อยากให้รถสะอาดอยู่เสมอ สำหรับคนที่ไม่ได้วางแผนว่าจะล้างรถในสัปดาห์นี้ ก็ต้องเอารถไปเข้า Car Care มีค่าใช้จ่ายสำหรับการล้างรถเพิ่มเติมขึ้นมาอีก .. เอาหน่า! ถ้าไม่อยากเสียเงินก็ลงมือล้างเองเลยจ้า (แต่ล้างรถทีไร ฝนตกทุกที! ให้ตายเถอะ)

4. ค่าซ่อมรถ (5-100%)

บางท่านจอดรถไว้ในซอย  แล้วลืมดูสภาพอากาศว่าภายนอกอาคารตอนนี้ น้ำฝนท่วมขังถึงไหนแล้ว เกิดน้ำขังขึ้นมาถึงกระจกมองข้างยิ่งทำให้รถเสียไปกันใหญ่ เสียมาก เสียน้อย นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าจอดรถไว้ที่ไหน โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับซอยที่ต่ำกว่าพื้นถนน หรือ การจอดรถที่ลานจอดรถใต้ดินของอาคาร ที่พัก เมื่อย้ายรถไม่ทัน ก็ทำให้น้ำเข้าท่อไอเสีย ทิ้งไว้หลายชั่วโมง รถพังแน่นอน ต้องเรียกช่างมาลาก.. อาการจะหนักมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับดวงการหาที่จอดรถของคุณ  (ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ช่วยคุณได้)

สายพ่วงแบตรถยนต์ – มีวิธีเลือกซื้ออย่างไ

5. ซื้อรองเท้าใหม่ (50 – 200 บาท)

อย่าว่าแต่นักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ใครก็ตามที่ไม่ทันได้ตั้งตัวว่าวันนี้ฝนจะตก แล้วดันใส่รองเท้าดี ๆ รองเท้าคัทชู หรือ หนังกลับ ขืนเกิดลุยน้ำขึ้นมา รองเท้าเหม็นอับและพังแน่นอน บางท่านถึงกับยอมถอดรองเท้าและวิ่งลุยน้ำ เสีี่ยงตะปูตาม ๆ กันไป  รองเท้าบางคู่ ราคามากกว่า 2,000 บาท ถ้ามีรองเท้าแตะขายระหว่างทางก็ยินดีจะซื้อ  เสียเงินซื้อรองเท้าแตะคู่ใหม่ ดีกว่าเสียมูลค่ารองเท้าสวย ๆ ที่ซ่อมไม่ได้ .. ภาพที่นำมาแสดงนี้คือ ภาพจากนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่โหนรั้ว เข้ามหาวิทยาลัย .. ใครที่ต้องเดินทางลักษณะนี้ ระวังดูความแข็งแรงของรั้วด้วยนะจ้ะ เดี๋ยวจะตกมาได้รับบาดเจ็บกันฟรี ๆ

ภาพจาก https://pantip.com/topic/34258743

เห็นไหมล่ะว่า เกิดมาอยู่กรุงเทพฯ นั้นลำบากแท้  ถ้าอยู่โซนไม่ใช่เมือง ยังจะพอมีที่หลบ พักพิง แต่เมื่อคนกรุงเทพ เลือกที่จะเดินทางออกจากบ้านมาทำงานแล้ว  ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่าย กับการเดินทาง ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยจริง ๆ  ดังนั้นหากตื่นนอนขึ้นมาแล้วท้องฟ้าสีแปลก ๆ ก็ต้องเตรียมตัวกันหน่อย ! ขอให้วันนี้เป็นวันโชคดีของทุกท่านนะคะ ♥

Read More :

  1. รวม 10 ประกัน คุ้มครองรถน้ำท่วม 2017  2018 ชั้น 2+, 3+
  2. ทำประกันภัยรถยนต์ กับ  รู้ใจ ผ่อน 0% นาน 10 เดือน
  3. Grab Rewards ยกระดับสมาชิกผู้ใช้แกร๊บแท็กซี่
  4. เช็คด่วน! 30 ที่เที่ยววันเด็ก 2561 ในกรุงเทพฯ มีที่ไหนบ้าง ?
  5. บัตรแรบบิท WIZARD CLUB ที่เหล่ามักเกิ้ลไม่ควรพลาด!