ฟังวิธีลัด ..ใช้ “สินเชื่อรถแลกเงิน” ต่าง ๆ มาปิดหนี้บัตรเครดิต

ads

ควรจะขอสินเชื่อรถยนต์ไปปิดหนี้บัตรเครดิตดีไหม??

ปัจจุบันนี้มีลูกค้าบัตรเครดิตที่มียอดค้างชำระใกล้เต็มวงเงิน หรือไม่สามารถปิดชำระได้เต็มจำนวนในเวลาที่สรุปยอดบัตรเครดิต ซึ่งอาจจะสูงหลักแสนบาท โดยหลายท่านเริ่มที่จะมองหาสินเชื่อส่วนบุคคล, สินเชื่อโอนหนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่ออื่น ๆ เพื่อมาปิดบัตร มี 2 สินเชื่อที่ให้วงเงินสูง 200,000 บาท เป็นต้นไป โดยไม่ต้องใช้เอกสารอะไรมากมาย ได้แก่

1) สินเชื่อรถแลกเงิน
2) สินเชื่อบ้านแลกเงิน

 

ซึ่งหากใครจะใช้ “สินเชื่อบ้านแลกเงิน” มาปิดหนี้บัตรเครดิตอาจจะถูกมองว่าเป็นทางตันมาก ๆ (ทั้งที่จริงดอกเบี้ยถูกกว่าสินเชื่อประเภทอื่น) แต่ก็มีหลายความคิดเห็นที่มองว่าการใช้บ้านมาคำเงินสดเพื่อปิดหนี้บัตรเครดิตจะไม่คุ้ม ควรเอาไปใช้เป็นการใช้จ่ายอื่น ๆ อย่างต่อยอดธุรกิจจึงจะเหมาะสมกว่า เพราะการเอาบ้านไปจำนำนั้นจะได้วงเงินออกมาสูง และตามมาด้วยค่าธรรมเนียมอื่น ๆ อีกเพียบ ซึ่งวงเงินจากการเอาบ้านไปค้ำอาจจะได้ 700,000 – 1,000,000 บาทขึ้นไป แต่ขณะที่ปิดบัตรต้องการใช้วงเงินเพียง 100,000 – 200,000 บาท

อีกกรณีหนึ่งก็คือ คนที่มีบ้านอย่างมั่นคงแล้ว (ไม่มีภาระหนี้ต้องจ่ายค่างวด) มักจะมีประวัติการเงินที่ดี ไม่มีหนี้เยอะ ต่อให้มีวงเงินค้างชำระบัตรเครดิตก็มีวินัย มีรายได้เพียงพอที่จะจ่าย ส่วนคำว่า “หนี้บัตรเครดิต” (แบบเข้าใจง่ายๆ) นี่ต้องหมายถึงคนที่มีจ่ายแค่ขั้นต่ำต่อเดือน โดยรายได้แต่ละเดือนไม่เพียงพอเป็นความสามารถชำระหนี้คืนได้ 

เพื่อเป็นการปลดล็อคให้กับชีวิต..
คนที่มีรถ อยากปลดหนี้บัตรเครดิต จึงมองหา >> “สินเชื่อรถแลกเงิน” ไว้เป็นทางออกกันมากกว่า

ทีนี้เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา มาฟังขั้นตอนกันเลยว่า “รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตด้วยสินเชื่อรถยนต์” ควรทำอย่างไร?

1 แยกประเภทของหนี้ก่อน 

เริ่มต้นโดยคุณต้องแยกหนี้ก่อนระหว่าง “หนี้บัตรเครดิต” “บัตรกดเงินสด” และ “สินเชื่อส่วนบุคคล” ซึ่งจะมีดอกเบี้ยที่แตกต่างกันตามข้อมูลด้านล่างนี้ เพราะฉะนั้นสินเชื่อรถยนต์ที่จะนำมาขอสินเชื่อปิดบัตร จะต้องเป็นดอกเบี้ยที่น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยของยอดหนี้พวกหนี้ เพราะหากมีโปรแกรมดอกเบี้ยมากกว่าก็จะทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกมาก

บัตรเครดิต

บัตรกดเงินสด

สินเชื่อส่วนบุคคล

ดอกเบี้ย 18% 18-28% 9-28%
ยอดหนี้ ???? ???? ????

 

ยกตัวอย่าง สมมติว่าคุณแยกยอดหนี้บัตรเครดิตกับสินเชื่ออื่น ๆ รวม 250,000 บาท แล้วมีรายการดังนี้ ..ในลำดับต่อไปจะเปลี่ยนวงเงินยอดหนี้ด้วยสินเชื่อรถแลกเงินได้อย่างไร? มาติดตามกันค่ะ

 ตัวอย่างที่ 1 วงเงินยอดหนี้บัตรและสินเชื่อต่าง ๆ
ไม่เกินดอกเบี้ยสินเชื่อรถแลกเงิน 

บัตรเครดิต

บัตรกดเงินสด

สินเชื่อส่วนบุคคล

ดอกเบี้ย 18% 18-28% 9%
ยอดหนี้ 97,000 บาท 53,000 บาท 100,000 บาท

 

2 หาสินเชื่อรถแลกเงินดอกเบี้ยน้อยกว่าบัตรต่าง ๆ

หลังจากแยกหนี้ “บัตรเครดิต” กับสินเชื่ออื่น ๆ ได้แล้ว ก็มาเปรียบเทียบหาสินเชื่อรถแลกเงินที่ดอกเบี้ยน้อยกว่าถึงจะคุ้ม อย่างดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลหากมีวงเงิน และดอกเบี้ยที่น้อยกว่าสินเชื่อรถแลกเงิน ก็ใช้สินเชื่อรถแลกเงินได้ไม่คุ้ม ในกรณีที่กล่าวมาในข้อ 1 รวมวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสมจะใช้สินเชื่อรถแลกเงินได้คือ 150,000 บาท

ภาพจากบทความ : 10 สินเชื่อรถแลกเงินที่ไหนดี ข้อมูลอัพเดทปี 2562

จากตัวอย่างที่กล่าวมาจากวงเงินยอดหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดรวม 150,000 บาท จะต้องใช้รถยนต์ที่มีมูลค่าประเมินสูงสุดไม่เกิน 150,000 บาท ซึ่งอาจจะเป็นรถยนต์ที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป เพราะการขอสินเชื่อรถแลกเงินมักนิยมรับวงเงินสูงสุดของวงเงินประเมิน ซึ่งหากใช้รถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่ได้วงเงินเกิน 150,000 บาท (จากตัวอย่าง) ก็จะไม่คุ้ม เพราะคุณจะต้องผ่อนจ่ายดอกเบี้ยที่เกินจากวงเงินที่ต้องการ

 ตัวอย่างที่ 2 วงเงินยอดหนี้บัตรและสินเชื่อต่าง ๆ
เกินดอกเบี้ยสินเชื่อรถแลกเงิน 

บัตรเครดิต

บัตรกดเงินสด

สินเชื่อส่วนบุคคล

ดอกเบี้ย 18% 18-28% 21%
ยอดหนี้ 97,000 บาท 53,000 บาท 100,000 บาท

แต่ในทางกลับกัน หากสินเชื่อทุกอย่างมีดอกเบี้ยเกิน 18% ขึ้นไป จากตัวอย่าง จะทำให้ยอดหนี้รวมกันเป็น 250,000 บาท หากคุณมีรถยนต์ที่ราคาประเมินอยู่ระหว่าง 240,000 – 270,000 บาท หรือราว ๆ นี้ ก็ต้องคำนวณแล้วว่าการขอวงเงินคุ้มค่าหรือไม่? กับดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายไป? เพราะคุณต้องการใช้เงินเพียง 250,000 บาท แต่อาจจะได้วงเงินจากราคาประเมินรถเกินมา

3 ผ่อนชำระ “สินเชื่อรถแลกเงิน” อย่างไร?

ยกตัวอย่างการชำระสินเชื่อรถแลกเงิน ขอยก “ธนชาต Cash Your Car” ซึ่งธนาคารธนชาตได้แยกอัตราดอกเบี้ยมาอย่างชัดเจน มองเห็นได้ชัดว่า ดอกเบี้ยจะไม่เกิน 20% ต่อปี (หากเป็นหนี้บัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อบุคคล ก็จะคุ้มค่า) วิธีการเลือกสินเชื่อรถแลกเงิน ลองเปรียบเทียบวงเงินประเมินดังนี้

  1. ดอกเบี้ยของสินเชื่อรถแลกเงินนั้น น้อยกว่าสินเชื่อ “บัตรเครดิต” / “บัตรกดเงินสด” และ “สินเชื่อส่วนบุคคล” เดิมที่มีหรือเปล่า?
  2. ระยะเวลาผ่อนชำระของสินเชื่อรถแลกเงิน ที่ขอมาใหม่นี้เป็นเท่าไหร่?
  3. ผ่อน (ข้อ 2) ต่อเดือนไหวหรือเปล่า?

และหลังจากกู้ผ่านแล้วจะต้องไม่ใช้บัตรเครดิตอีกเลย เพื่อไม่สร้างหนี้เพิ่ม (ถ้ารู้ตัวว่าควบคุมตัวเองให้กันเงินสดไว้จ่ายเต็มไม่ได้ ให้หักบัตรทิ้งเลยจ้า)

นอกจากเทคนิคการใช้สินเชื่อรถแลกเงินมาปิดบัตรเครดิตดังที่ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างกล่าวมาในข้างต้นนี้แล้ว ยังมีวิธีพิชิตหนี้บัตรเครดิตด้วยวิธีการจ่ายเงินขั้นต่ำ และการจ่ายด้วยยอดต่าง ๆ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้แนะนำไว้ใน “เทคนิคพิชิตหนี้บัตรเครดิต” ไว้ดังนี้

หากจ่ายหนี้บัตรเครดิตเพียงขั้นต่ำไม่เต็มจำนวนในแต่ละเดือน ก็จะมียอดดอกเบี้ยที่เดินไปทุกวัน ๆ หากจะชำระหนี้บัตรเครดิตให้ไวที่สุด ต้องใช้ 4 หลักการ

  1. หยุดใช้บัตรเครดิตทันทีที่รู้ตัวว่าเป็นหนี้เยอะอยู่แล้ว
  2. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย จะได้รู้ว่าจ่ายอะไรได้บ้าง?
  3. ทยอยใช้หนี้ให้มากที่สุด เริ่มจากสินเชื่อที่ดอกเบี้ยสูง
  4. เจรจากับเจ้าหนี้ โดยโทรติดต่อพูดคุยกับธนาคารเพื่อทยอยใช้หนี้

อย่างไรก็ดีทีมงาน Promotions.co.th ขอเป็นกำลังใจให้กับลูกหนี้ทุกคนให้หมดหนี้บัตรเครดิตโดยไว โดยเฉพาะน้อง ๆ First Jobber ที่ควรจะมีหนี้กับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น อย่างหนี้การศึกษา หรือหนี้ค่ารักษาพยาบาลต่าง ๆ ดีกว่าเป็นหนี้กับสินค้าฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น เพื่อการเงินในอนาคตจะได้มั่นคงค่ะ ♥

ที่มา : เทคนิคพิชิตหนี้บัตรเครดิต ฉบับมนุษย์เงินเดือน จาก www.set.or.th

ดูข้อมูล “สินเชื่อรถยนต์” ที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่ : 

คลิกสมัครสินเชื่อรถยนต์ทุกธนาคารได้ที่นี่