Khan Academy ทำงานยังไง? เปรียบเทียบกับที่อื่นดีกว่าไหม?

ads

ในช่วงเวลาที่จะต้องใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอน ผู้ปกครอง นักเรียน และครู ก็จะต้องหาวิธีในการเปิดห้องเรียนออไลน์ ซึ่งโรงเรียนต่างๆก็หา platform มาช่วยในเรื่องนี้ ซึ่งที่ผ่านมานั้น มักจะหา platform เรียนฟรี ที่สามารถตั้ง “online classroom” ได้เลย และ Khan Academy ก็มีหลายสถาบันการศึกษา รวมถึงนักเรียนเป็นตัวเลือกในการสอนออนไลน์

Khan Academy คือใคร? ทำอะไรได้บ้าง?

สำหรับ Khan Academy (คาน อะคาเดมี่) ถูกพัฒนาขึ้นโดย Salman Khan ตั้งแต่ปี 2008 คือเป็น 10 ปีแล้ว และตั้งใจจัดตั้ง platform ตัวนี้ในรูปแบบ Non-Profit หรือไม่จำเป็นต้องเสียเงิน โดยที่ใน Platform ของ Khan Academy จะมี คอร์สสั้นๆ ในรูปแบบของ video หรือ clip วีดีโอ รวมถึง มีเอกสาร และ แบบทดสอบให้กับนักเรียนนักศึกษาด้วย โดยมีคอร์สหลักๆ เช่น

  1. คณิตศาสตร์
  2. บทเรียนสำหรับเด็กอายุ 2-7 ปี
  3. วิทยาศาสตร์ และ วิศวกรรม
  4. คอมพิวเตอร์
  5. ศิลปะ และ มนุษยศาสตร์
  6. เศรษฐกิจ และ การเงิน
  7. รวมถึง แบบทดสอบเพื่อเตรียมตัวสอบด้วย

สามารถสมัครเรียนได้ สมัครสอนได้ มีวิธีการดังนี้

ใน Khan Academy จะมีบทเรียน และ แบบทดสอบสำหรับตั้งแต่อนุบาล ไปจนถึง มหาวิทยาลัยเลยทีเดียว

Khan Academy เปิดให้เรียนได้ทั้ง เด็กและผู้ใหญ่ รวมถึง ถ้าเป็นอาจารย์หล่ะก็ ก็สามารถสมัครสอนได้ด้วย ตามแนววิชาที่เลือก โดยที่ นักเรียนจะสามารถสมัครได้ตั้งแต่ระดับ Kindergarten หรืออนุบาล ไปจนถึง มหาวิทยาลัยปี 4 และ มี Adult Learner หรือ การศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ด้วย

สำหรับการเรียนการสอน นักเรียนก็สามารถดูวีดีโอ ที่มี Subtitle ด้วย ซึ่งจะใช้ Youtube มาฝังอยู่ในระบบหลังบ้านของ Khan Academy เอง ด้านบนคือตัวอย่างวีดีโอที่สอนอยู่ใน Platform นี้ โดยที่นักเรียน จะสามารถทำแบบทดสอบหลังจากดูวีดีโอแล้วได้ด้วย

ด้านบนเป็นตัวอย่าง แบบทดสอบสั้นๆ เพียงไม่กี่ข้อสำหรับคนที่ ตอบถูกก็จะได้ Energy Points เพื่อที่จะปลดล๊อค Avatar ตัวละครต่างๆใน platform ได้ ซึ่งหลายคนก็พยายามหา Energy Points พวกนี้ แบบ Hack (โกงนิดหน่อย) เพื่อที่จะมาปลดล๊อคความสามารถพิเศษใน platform

จุดสำคัญของ Khan Academy “ยังไม่มีภาษาไทย”

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการใช้ platform ใดๆก็ตาม แม้ว่าเราจะต้องไปเรียนภาษาอังกฤษ ก็คือ ควรต้องมีภาษาไทย ซึ่งในปัจจุบัน Khan Academy มีภาษาที่รองรับหลายสิบภาษา แต่ยังคงไม่มีภาษาไทย ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ยังมีคนไทยจำนวนน้อยที่มาเข้าเรียนใน platform นี้ และหากว่า มีจำนวนคนไทยมากเพียงพอ เค้าก็อาจมีการทำภาษาไทยให้ได้ด้วย

เปรียบเทียบ Khan Academy กับ Google Classroom

ต้องบอกว่ามันเป็นคนละแนวกัน Google Classroom ถูกพัฒนาขึ้นสำหรับ โรงเรียนเพื่อให้มาใช้งาน โดยการอำนวยความสะดวกในการสร้างห้องเรียนแบบ Virtual และการส่งเอกสารในการเรียนการสอนผ่าน platform นี้ ซึ่ง Google Classroom ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา และสามารถใช้ได้ฟรี สำหรับทุกคน ดังนั้นจะไม่เหมือนกันกับ Kham Academy ที่จะมี Course ออนไลน์อยู่แล้ว รอให้คนเข้าไปเรียนเก็บคะแนน ในขณะที่ Google Classroom เป็นเครื่องมือในการสื่อสารระหว่างนักเรียนและครูเท่านั้น

แล้ว Khan Academy กับ Tueetor แตกต่างกันอย่างไร?

สำหรับ platform เกิดใหม่อย่าง Tueetor จะเป็นตัวกลางระหว่างผู้ที่อยากหารายได้ อย่างอาจารย์สอนพิเศษ ครู และบุคคลที่มีความรู้ รวมถึงสถาบันการศึกษาทั่วๆไป ที่อยากจะมาลงโฆษณา Online Course หรือ Offline Course ซึ่ง สามารถมาลงทะเบียนสมัครเพื่อสอนในรูปแบบ Live Stream, การเรียนผ่าน Recorded Video, การเรียนแบบตัวต่อตัว, และการขายคอร์สเรียนที่สถาบันได้ โดยที่ จะเป็นแบบ FULL COMMERCIAL ซึ่งจะไม่เหมือนกันกับ Khan Academy แต่จุดที่น่าจะเหมือนกันที่สุดก็คือ การมี Online Course ให้เข้าเรียนฟรีเป็นบางคอร์ส

Khan Academy เหมือนกันกับ MOOC

คอร์สออนไลน์แบบ MOOC หรือ Massive Open Online Course จะมีการเปิดให้บริการฟรี สำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งจะมีความน่าสนใจตรงที่มีหลายคอร์สออนไลน์ ที่สามารถเรียนได้ แต่ไม่ได้จำกัดตามอายุ แต่จุดด้อยของ MOOC ในปัจจุบันในประเทศไทยก็คือ ยังไม่ค่อยมีผู้ใช้งานเยอะ เป็นผลให้ผู้สอนก็ยังไม่ได้สนใจที่จะเข้าเรียนมาก ซึ่งจะไม่เหมือนกันกับ Khan Academy ที่มีผู้เรียนหลักร้อยล้านคนขึ้นไปแล้ว