สรุป! ผมหน้าม้า ผิดกฎกระทรวงศึกษาธิการหรือเปล่า?

ads

#Saveผมหน้าม้า ถกเถียงกันมากว่า 10 ปี สรุปว่ากฎหมายให้ทำได้ไหม?

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2562 แฟนเพจ “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” ได้โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพเกี่ยวกับประเด็นที่โรงเรียนสตรีแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรีได้ออกจดหมาย “สัญญาของนักเรียนเป็นกรณีพิเศษ” เรื่องเกี่ยวกับห้ามนักเรียนหญิงตัดผมหน้าม้า โดยผู้ปกครองจะต้องมารับเอกสารนี้ในวันประชุมที่โรงเรียนกำหนด หากมีหนังสือ 3 ฉบับแล้วผู้ปกครองไม่มาเซ็นรับทราบ ก็จะมีการดำเนินการสูงสุดคือเชิญนักเรียนออกได้

เรื่องราวดังกล่าวจึงกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอีกครั้งเกี่ยวข้องกับการไว้ทรงผมของเด็กนักเรียนหญิง เพราะปัจจุบันก็มีข้อห้ามจากทางโรงเรียนมากมาย ทั้งเรื่อง ห้ามทำสีผม ห้ามซอยผม ห้ามติดกิ๊ฟเยอะ เป็นต้น รวมถึงเด็กนักเรียนชายที่ห้ามไว้หนวดเครา ซึ่งทั้งหมดนี้ยังถูกกำหนดอยู่ใน “กฎกระทรวงฯ พ.ศ.2518” แต่ของฉบับที่เป็นร่างพระราชบัญญัติปี พ.ศ. 2556 ยังอยู่ในระหว่างการทำประชาพิจารณ์

ตัวอย่าง
โพสต์เกี่ยวกับกรณีห้ามนักเรียนหญิงไว้ผมหน้าม้า

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการไว้ทรงผมของเด็กนักเรียน

  • กฎกระทรวงฯ พ.ศ.2518
  • พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
  • ร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติ การแต่งกาย และแบบทรงผมของนักเรียนนักศึกษา พ.ศ. 2556 (อยู่ระหว่างการทำประชาพิจารณ์)
  • ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับ ๑๓๒

เมื่อตรวจสอบถึงเรื่อง “ทรงผมนักเรียน” ตามที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ของกระทรวงศึกษาธิการ ปี พ.ศ. 2556 ซึ่งยังคงเป็นลักษณะร่างกฎหมาย ยังไม่มีผลบังคับใช้ ก็พบว่าได้ระบุเรื่องแบบทรงผมของนักเรียนนักศึกษา สรุปความได้ดังนี้

  1. นักเรียนชายไว้ผมด้านข้าง และ ด้านหลังได้ โดยไม่เลยตีนผม
  2. นักเรียนชายไว้ผมรองทรงได้ แต่ความยาวด้านหลังต้องไม่เลยตีนผม
  3. นักเรียนหญิงไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ แต่ต้องรวบให้เรียบร้อย
  4. นักเรียนชายซอยผมได้
  5. นักเรียนหญิงซอยผมได้
  6. หากนักเรียนต้องไว้ทรงผมที่แตกต่างจากกฎกระทรวงศึกษาธิการ เพราะต้องปฎิบัติให้ถูกหลักศาสนา ประเพณี หรืออื่น ๆ ก็ต้องให้สถานศึกษานั้นเป็นผู้พิจารณา
  7. โรงเรียนไม่มีสิทธิไปกำหนดลักษณะอย่างอื่นเพิ่มเติม เช่น ห้ามนักเรียนหญิงไว้ผมยาวเกินกี่นิ้ว? ให้นักเรียนหญิงทำผมทรงใดทรงหนึ่งเพียงอย่างเดียว
  8. นักเรียน กศน. (การศึกษานอกระบบ) ไม่ต้องถูกกำหนดบังคับใช้เหมือนนักเรียนในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา

โดยหากร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้รับอนุมัติจากสภาฯ ก็จะประกาศใช้ภายใน 90 วันหลังจากระบุอยู่ในประกาศพระราชกิจจานุเบกษา โดยมีข้อมูลว่าสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษา โดยสำนักนิติการ ได้ดำเนินการรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแบบทรงผม และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไปแล้วเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม – 15 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ในรูปแบบการฟังประชาพิจารณ์ เพื่อให้ระเบียบของโรงเรียนต่าง ๆ เป็นไปตามสภาวการณ์ในปัจจุบัน

ร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติ การแต่งกาย และแบบทรงผมของนักเรียนนักศึกษา พ.ศ. 2556
ร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติ การแต่งกาย และแบบทรงผมของนักเรียนนักศึกษา พ.ศ. 2556

และเมื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่บังคับใช้เกี่ยวกับการบังคับใช้ระเบียบทรงผมของเด็กนักเรียน พบว่าล่าสุดยังยึดตามฉบับ พ.ศ. 2518 อยู่ ซึ่งตามโรงเรียนต่าง ๆ ก็ยังต้องยึดหลักกฎกระทรวงฉบับนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงต่อไป

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับ ๑๓๒ ลงวันที่ 22 เมษายน พงศ. 2515 ที่มีสถานะเทียบเท่ากับ กฎหมายพระราชบัญญัติ ได้ระบุเกี่ยวกับระเบียบการแต่งกายของเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ไว้ดังนี้

สรุปคือในกรณีนี้ หากผู้ปกครองเจอปัญหาเกี่ยวกับระเบียบทรงผม หรือการแต่งกายอื่น ๆ ที่ต้องเชิญนักเรียนออก ก็ต้องลองเจรจากับทางโรงเรียนดูก่อน เพราะกฎกระทรวงที่บังคับใช้อยู่นั้นยังเป็นฉบับ พ.ศ. 2518 และบางโรงเรียนก็ยังไม่ได้ปฏิบัติตาม ประกาศคณะปฏิวัติฉบับ ๑๓๒ จึงยังคงไว้ให้ปฏิบัติตามบทเฉพาะกาล มาตรา 88 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ไว้ดังนี้

ในขณะที่โรงเรียนในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการยังพูดถึงระเบียบการแต่งกายและทรงผมของเด็กนักเรียนในสังกัดอยู่นี้ ก็มีข้อสังเกตว่า นักเรียนนักศึกษาในระบบการศึกษานอกโรงเรียน หรือ นักเรียนในโรงเรียนนานาชาติต่าง ๆ ก็มีอิสระในการไว้ทรงผมและการแต่งกาย และสำเร็จการศึกษาในระดับสูง จบออกมาเป็นทรัพยากรมนุษย์ในตลาดแรงงานที่มีคุณภาพ และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมากมาย ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะต้องสรุปข้อกฎหมายดังกล่าวเสียที เพื่อจะได้ส่งเสริมกิจกรรมด้านอื่น ๆ ของนักเรียนนักศึกษาต่อไป

ที่มาจาก : เพจ “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท”, ทรงผมนักเรียน จากเว็บไซต์ กระทรวงศึกษาธิการ

Read More :