Smart TV ยี่ห้อไหนดี? – 5 เทคนิคการเลือกสมาร์ททีวี + Android

ตอบโจทย์ความบันเทิงด้วยสมาร์ททีวี มีวิธีเลือกซื้ออย่างไร

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเราก็มักจะได้เห็นความล้ำสมัยของเทคโนโลยีมากมาย ทั้งในแง่ของการติดต่อสื่อสาร การเดินทาง การทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่สิ่งสร้างความบันเทิงของคนในครอบครัวอย่างโทรทัศน์หรือทีวี ก็ได้มีการพัฒนาไปตามกาลเวลาและจัดเต็มทุกความล้ำสมัย เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้อย่างเต็มที่เช่นกัน

ซึ่งนอกจากเรื่องความบางของหน้าจอและดีไซน์ที่สวยหรูแล้ว ทีวีสมัยใหม่ยังมาพร้อมกับความสามารถอันชาญฉลาดที่ไม่ได้มีดีแค่รับชมรายการโทรทัศน์ทั่วไปเท่านั้น อย่าง Smart TV และ Android TV ที่มองเผิน ๆ ทีวีทั้ง 2 แบบอาจมีความคล้ายคลึงกัน แต่ทว่าทีวี 2 แบบนี้ก็มีข้อจำกัดที่พอจะแยกได้อยู่บ้าง วันนี้ Promotions.co.th จะพาไปเจาะความแตกต่างของ Smart TV และ Android TV กัน เผื่อใครเล็งทีวีรุ่นไหนเอาไว้จะได้ช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

Smart TV และ Android TV แตกต่างกันอย่างไร?


Smart TV

เป็นทีวีสมัยใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ผ่านทางสาย LAN หรือใช้งานผ่าน Wi-Fi ได้ในบางรุ่น สามารถดูหนัง ฟังเพลง จากเว็บไซต์สตรีมมิ่งต่าง ๆ ได้ ซึ่ง Smart TV แต่ละยี่ห้อจะมีการใช้ระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน อาทิ สมาร์ททีวีจาก LG จะใช้ระบบปฏิบัติการ WebOS  เป็นต้น

  • ข้อดีของ Smart TV : เป็นรูปแบบทีวีอัจฉริยะที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องตั้งค่าอะไรให้ยุ่งยาก ในส่วนของแอปพลิเคชั่นที่ถูกออกแบบมากับสมาร์ททีวีรุ่นนั้น ๆ ก็สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด ทั้งยังสามารถแชร์หน้าจอมือถือไปบนหน้าจอทีวีได้ด้วย
  • ข้อจำกัดของ Smart TV : ผู้ใช้ไม่สามารถติดตั้งแอปพลิเคชั่นอื่น ๆ ได้ หรืออาจติดตั้งเพิ่มได้แค่บางแอปฯ เท่านั้น และบางระบบอาจไม่รองรับคีย์บอร์ดภาษาไทยสำหรับการค้นหาหนัง ละคร หรือภาพยนตร์ รวมไปถึงการอัปเดตแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ อาจไม่รวดเร็วเท่าไหร่

Android TV

ใช้งานด้วยระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) ทำให้สามารถใช้งานทีวีได้ราวกับสมาร์ทโฟน โดยผู้ใช้สามารถติดตั้งและดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเพิ่มเติมจาก Play Store ได้ตามต้องการ อีกทั้งระบบปฏิบัติการก็ยังมีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ ทำให้สามารถทำงานได้อย่างลื่นไหล

  • ข้อดีของ Android TV : มีระบบ Google Chomecast ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น สมาร์ทโฟน แท๊บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก เพื่อสตรีมบนทีวีได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด จอยสติ๊ก เพื่อใช้งานแทนคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ทีวีแอนดรอยด์บางรุ่นยังรองรับการสั่งงานด้วยเสียงอีกด้วย
  • ข้อจำกัดของ Android TV : ใช้งานค่อนข้างยุ่งยาก ต้องมีการตั้งค่าและดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเพิ่มเติม อีกทั้งใครที่ไม่เคยใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android มาก่อน ก็อาจเกิดความสับสนกับระบบปฏิบัติการบนทีวีได้

ซึ่งหากถามว่า Smart TV และ Android TV แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน คงต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวและงบประมาณในกระเป๋ามากกว่า เพราะความคุ้มค่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์หรือฟังก์ชั่นที่จัดเต็มเสมอไป แต่การที่คุณเลือกซื้อทีวีในรูปแบบที่ต้องการและสามารถใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชั่นต่างหาก ถึงจะเรียกว่าเลือกซื้อมาอย่างคุ้มค่าและตอบโจทย์

Smart TV และ Android TV อะไรดีกว่ากัน
Smart TV และ Android TV อะไรดีกว่ากัน

เทคนิคการเลือกสมาร์ททีวี + Android ให้ตอบโจทย์การใช้งาน


เลือกขนาดทีวีให้เหมาะสมกับการใช้งาน

การเลือกขนาดทีวีที่ดีจะต้องคำนึงถึงระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาหรือที่นั่งด้วย เพราะการเลือกระยะห่างที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณรับชมภาพ เสียงที่คมชัด และได้รับอรรถรสที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยระยะห่างและขนาดทีวีที่พอเหมาะสม มีตัวอย่างดังนี้

  • ระยะห่างไม่เกิน 1.5 เมตร : ทีวีขนาดต่ำกว่า 32 นิ้ว
  • ระยะห่าง 1.5 – 2 เมตร : ทีวีขนาด 32 – 39 นิ้ว
  • ระยะห่าง 2 – 2.5 เมตร : ทีวีขนาด 40 – 45 นิ้ว
  • ระยะห่าง 2.5 – 3 เมตร : ทีวีขนาด 46 – 55 นิ้ว
  • ระยะห่างมากกว่า 3 เมตร ขึ้นไป : ทีวีขนาด 56 นิ้วขึ้นไป

เลือกจากเทคโนโลยีจอภาพ

เมื่อเลือกขนาดและรูปแบบของทีวีได้แล้ว ส่วนต่อมาก็คือจอภาพ โดยสมาร์ททีวีแต่ละรุ่นจะมีเทคโนโลยีจอภาพที่แตกต่างกัน และยิ่งจอภาพมีคุณภาพสูงมากเท่าไหร่ ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นด้วยเช่นกัน จอภาพสมาร์ททีวีส่วนใหญ่ มีดังนี้

  • LED : สว่าง สีสันใสคมชัด แต่ไม่สามารถเปิดปิดแสงได้เอง ส่งผลให้จอที่เป็นสีดำจะแสดงผลสีดำได้ไม่ดำสนิท
  • OLED : มีความคมชัด สามารถกำหนดแสงได้เอง รับชมภาพได้แบบ 180 องศา ประหยัดพลังงาน และประมวลผลภาพได้เร็ว แต่ราคาค่อนข้างสูง
  • QLED : เทคโนโลยีจอภาพใหม่ล่าสุด สีสันสดใส และให้ความสว่างมากกว่าจอ 2 ประเภทแรก สามารถแสดงสีได้อย่างแม่นยำ ประสิทธิภาพสูง และราคาก็สูงมากเช่นกัน

เลือกจากความละเอียดของหน้าจอ

Full HD จะมีความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ที่ถือว่าเป็นความละเอียดมาตรฐาน แต่หากต้องการความละเอียดที่มากกว่าก็จะต้องเลือกความหนาแน่นของพิกเซลให้มากกว่า Full HD

  • Full HD: 1920 x 1080 พิกเซล
  • 4K (UltraHD): 3840 x 2160 พิกเซล (ได้รับความนิยม)
  • 8K: 7,680 x 4,320 พิกเซล

เลือกจากระบบเสียง

ลำโพงที่มาพร้อมกับทีวีถือเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา โดยระดับการเพิ่ม – ลดระดับเสียงต้องดี เสียงมีความชัดเจนทั้งเสียงพูด เสียงเบส รวมไปถึงเสียง Sound effect ต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมสำหรับการรับชมสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ

เลือกจากงบประมาณ

หากงบประมาณไม่สอดคล้องกับความชอบ ก็ดูจะเป็นเรื่องยากที่จะได้สมาร์ททีวีตามต้องการ ดังนั้นควรตั้งงบประมาณขั้นต่ำสุดไปจนถึงตัวเลขสูงสุดที่พอจะจ่ายไหว จากนั้นเปรียบเทียบช่วงราคาของสมาร์ททีวีแต่ละรุ่น ตัดช้อยส์ฟังก์ชั่นที่ไม่สำคัญออกไป ก็จะช่วยให้คุณได้รับสมาร์ททีวีคุณภาพดี ที่อยู่ในช่วงงบประมาณที่กำหนด สบายใจแถมยังสบายเงินในกระเป๋าด้วย


แนะนำสมาร์ททีวี – แอนดรอยด์ หน้าจอใหญ่ ภาพคมชัด ซื้อแล้วคุ้ม


LG UHD 4K Smart TV 43 นิ้ว รุ่น 43UP7750

LG UHD 4K Smart TV 43 นิ้ว รุ่น 43UP7750
LG UHD 4K Smart TV 43 นิ้ว รุ่น 43UP7750

LG เป็นแบรนด์สมาร์ททีวีที่ได้รับความนิยมมาตลอด ซึ่งตัว LG UHD 4K Smart TV 43 นิ้ว รุ่น 43UP7750 จะมีความโดดเด่นในเรื่องของระบบอัจฉริยะ LG AI ThinQ สั่งงานด้วยเสียง และเพิ่มรูปแบบการใช้งานผ่าน Magic Remote ที่ทำหน้าที่เสมือนเม้าส์คอมพิวเตอร์ ช่วยให้คุณใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น ในส่วนของระบบภาพก็ไม่ธรรมดา เพราะมอบความคมชัดถึงระดับ 4K พ่วงมาด้วย HDR 10 Pro และ HLG ที่ให้ความสมจริง เติมเต็มทุกอรรถรสในทุก ๆ คอนเท้นต์ ใช้งานผ่านระบบ webOS 6.0 ที่มีฟังก์ชั่นอัจฉริยะมากมาย ราคาอยู่ที่ประมาณ 15,990 บาท


TCL Smart TV 4K HDR 55 นิ้ว รุ่น 55LINETVPRO

TCL Smart TV 4K HDR 55 นิ้ว รุ่น 55LINETVPRO
TCL Smart TV 4K HDR 55 นิ้ว รุ่น 55LINETVPRO

สมาร์ททีวีจาก TCL ใช้งานผ่านระบบปฏิบัติการ Android TV เวอร์ชั่น 11 ซึ่งภาพและเสียงขับเคลื่อนด้วย AiPQ Engine ทำงานควบคู่กับ Dolby Vision และ Dolby Atmos ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหล ไม่ติดขัด สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่านทีวีโดยตรงด้วย Hands-Free Voice Control 2.0 ราคาประมาณ 19,990 บาท


SAMSUNG UHD 4K 55 นิ้ว รุ่น UA55RU7100KXXT

SAMSUNG UHD 4K 55 นิ้ว รุ่น UA55RU7100KXXT
SAMSUNG UHD 4K 55 นิ้ว รุ่น UA55RU7100KXXT

ภาพสวยคมชัดระดับ UHD ที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงและจดจำเสียงผ่านเทคโนโลยี Voice recognition ขอบจอบางเรียบหรู Volume Bazel ด้วยหน้าจอแบบ Ultra HD ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลและนุ่มนวล มาพร้อมกับขาตั้ง V-Type Center Low ช่วยให้สะดวกในการติดตั้งมากขึ้น ราคาอยู่ที่ประมาณ 20,990 บาท


SHARP Full HD Smart LED TV 40 นิ้ว รุ่น LC-40SA5500X

SHARP Full HD Smart LED TV 40 นิ้ว รุ่น LC-40SA5500X
SHARP Full HD Smart LED TV 40 นิ้ว รุ่น LC-40SA5500X

มีโหมด Super Eco Mode ระบบช่วยลดการใช้พลังงาน ความคมชัดระดับ Full HD ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล ระบบเสียงและคุณภาพลำโพงช่วยให้คุณสามารถรับชมความบันเทิงได้แบบเต็มอิ่ม ฟีเจอร์ทีวีดิจิทัลครบครัน ในราคาประมาณ 11,990 บาท


PANASONIC UHD LED 55 นิ้ว รุ่น TH-55HX720T

PANASONIC UHD LED 55 นิ้ว รุ่น TH-55HX720T
PANASONIC UHD LED 55 นิ้ว รุ่น TH-55HX720T

หน้าจอ 4K Colour Engine ช่วยปรับพื้นฉากสว่างและมืดให้เหมาะสมเพื่อนำเสนอให้สมจริงยิ่งขึ้น ยกระดับด้วย Hexa Chroma Drive ด้วยโทนสีที่เป็นธรรมชาติและเพิ่มความคมชัดให้รายละเอียดต่าง ๆ ดีไซน์ไร้ขอบ ลดขอบจอให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อเพิ่มความสมจริงและรับชมได้อย่างเต็มตา ราคาประมาณ 21,490 บาท

คลิกดูโปรโมชั่นเครื่องใช้ไฟฟ้า LG ได้ที่นี่ >>>

ใครกำลังตั้งคำถามว่า Smart TV ยี่ห้อไหนดี วันนี้ Promotions.co.th ก็ได้รวบรวมมาฝากคุณถึง 5 ยี่ห้อ ใครที่กำลังมีแผนจะเปลี่ยนทีวีใหม่อยู่ สมาร์ททีวีถือว่าเป็นตัวเลือกดี ๆ ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะทั้งคุ้มค่า ฟังก์ชั่นเยอะ ที่สำคัญยังมีตัวเลือกราคาที่จับต้องได้อีกด้วย

รวม เครื่องใช้ไฟฟ้า ลดราคาสูงสุด 90% ในงาน 11.11 >>

อ่านเพิ่มเติม :