Home สำรวจตลาด จะซื้อรองเท้าวิ่งผู้หญิง มือสอง มาใส่ ต้องดูอะไรบ้าง?

จะซื้อรองเท้าวิ่งผู้หญิง มือสอง มาใส่ ต้องดูอะไรบ้าง?

เคล็ด (ไม่) ลับ เลือกซื้อรองเท้ามือสอง ยังไงให้ได้ของดี !!!

เมื่อเทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง หลังทุกคนเริ่มตระหนักแล้วว่า ความเจ็บป่วยพร้อมมาเยือนเราได้ตลอดเวลา และ “การวิ่ง” ก็เป็นการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ด้วยเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องลงทุนเยอะมาก แค่มีรองเท้าวิ่งดี ๆ สักคู่ก็พอแล้ว แถมตอนวิ่งคุณยังได้บริหารกล้ามเนื้อควบคุมไปกับการบริหารหัวใจอีกด้วย

ในปัจจุบันมี “รองเท้าวิ่ง” วางขายอยู่หลากหลายแบรนด์ อาทิ Adidas, Nike, Reebok, Asics หรือ Hoka One One เป็นต้น แต่อย่างไรก็ดี การเลือกซื้อรองเท้าวิ่ง เพื่อนคู่หูของสายวิ่งทั้งหน้าใหม่ หน้าเก่า ไม่ได้จำกัด อยู่รองเท้าวิ่งมือหนึ่ง เพราะ “รองเท้าวิ่งมือสอง” ก็กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับนักวิ่งที่อยากประหยัดงบ และวันนี้เรามีทริคในการเลือกซื้อรองเท้าวิ่งมือสองออนไลน์ ที่ช่วยให้คุณประหยัดงบ แถมได้รองเท้าวิ่งดี ๆ มาใช้งาน ส่วนทริคที่ว่ามีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูเลย


ซื้อรองเท้าวิ่งผู้หญิง มือสอง ต้องดูอะไรบ้าง ?


เช็คขนาดเท้าตัวเอง

อย่างแรกวัดขนาดเท้าเพื่อหา size รองเท้า ทั้งความยาวและความกว้าง เพื่อใช้ในการเลือกรองเท้าวิ่งให้พอดีกับเท้าของคุณ ที่สำคัญ ดูให้ดีว่าลักษณะเท้าคุณเป็นแบบไหน

ดูสภาพรองเท้า

ขึ้นชื่อว่า “รองเท้าวิ่งมือสอง” สภาพย่อมไม่ดีเต็ม 100% อย่างแน่นอน ดังนั้น ถ้าจะซื้อรองเท้าวิ่งมือสอง ควรเช็คสภาพรองเท้าวิ่ง ตามจุดนี้

(1) ดูพื้นรองเท้า : พลิกดูพื้นรองเท้าเลยค่ะ ว่าพื้นสึกหรือไม่ มีปาดพื้นหรือเปล่า สามารถใช้เล่นต่อไปได้หรือไม่ ? อันนี้ ถ้าผู้ขายไม่โชว์ภาพพื้นรองเท้าไว้ แนะนำให้ Inbox ไปขอภาพเลยค่ะ

(2) สภาพโดยรอบรองเท้า : เช็คเลยว่า สภาพรองเท้าเป็นยังไงบ้าง หนังยังดีอยู่ไหม

(3) หลอดแอร์ : ให้ดูสีของหลอดแอร์ ถ้าเป็นสีขุ่น ๆ ออกเหลือง ๆ สบายใจได้เลย แต่ถ้าซื้อรองเท้าวิ่งมือสอง ดันเจอหลอดแอร์แบบใสปิ๊ง ระวังเจอกับแอร์สายยางได้เลย

ป้าย โลโก้

อยากรู้ว่า รองเท้ามือสองที่คุณเตรียมกดสั่งซื้อนั้น เป็นของแท้ หรือไม่แท้ ต้องสังเกตป้ายเป็นอันดับแรก ว่าผลิตจากประเทศไหน ตัวอักษรบนป้ายผิดเพี้ยนหรือไม่ ?

ประวัติของผู้ขาย

เพื่อป้องกันการโดนหลอกลวง แนะนำให้ดูจากประวัติของผู้ขาย อาทิ ไล่ดูคอมเม้นท์ของลูกค้าที่เข้ามารีวิว หรือนำประวัติไปเสิร์ชในกูเกิ้ล

การรับประกันหลังการขาย

การรับประกันหลังการขายของรองเท้ามือสอง แน่นอนมันจะแตกต่างจากรองเท้ามือ 1 พอสมควร แต่อย่างน้อยต้องมีบ้าง เช่น ตำนิที่แจ้งไม่ครบ ลูกค้าที่ซื้อไปควรส่งคืนได้


10 รองเท้าวิ่งผู้หญิง มือสอง ใส่ซ้อม ใส่ลงแข่งได้หมด


1. Nike Air Zoom Pegasus 35

เป็นรองเท้าวิ่งอีกหนึ่งซีรีย์หนึ่งของตระกูลเพกาซัส (Pegasus)ที่มีการปรับดีไซน์ใหม่ เพื่อความว่องไวและให้ถ่ายน้ำหนักได้นุ่มนวลรวดเร็ว มาพร้อมส่วน Zoom Air และส้นแบบลาดเอียงที่จะทำงานร่วมกันเพื่อประสิทธิภาพการตอบสนองขั้นสุด ขณะที่ส่วนบนจากตาข่ายตามหลักวิศวกรรมและเชือก Flywire ล็อคกระชับเพื่อความเร็ว และความพิเศษอีกอย่าง คือ สำหรับสุภาพสตรีรองเท้าวิ่งไนกี้รุ่นนี้ จะใช้โฟมคุชลอนที่นุ่มเป็นพิเศษ ซึ่งสอดรับกับเท้าของสุภาพสตรีโดยเฉพาะ

2. Nike Free RN Flyknit 3.0

เป็นรองเท้าวิ่งที่ใกล้เคียงกับเท้าเปล่าที่สุดในรอบ 15 ปี ด้วยมีอัปเปอร์ทำจากเส้นใย Flyknit ที่ให้การซัพพอร์ตรูปเท้าเหมือนคุณกำลังวิ่งด้วยเท้าเปล่า มาพร้อมดีไซน์แบบไร้เชือกในทรงสลิปออนที่ใส่สะดวกสบายเข้ากับเสื้อผ้าในแต่ละวันให้เป็นรองเท้าวิ่งที่มากกว่ารองเท้าวิ่ง

3. Nike Zoom Pegasus Turbo 2

รองเท้าวิ่ง Nike รุ่นนี้ ถูกพัฒนาให้ Upper มีน้ำหนักเบามากขึ้นด้วยผ้า Mesh ที่ระบายอากาศได้ดี ทำให้คุณวิ่งและเดินได้เสมือนอยู่บนปุยเมฆ มาพร้อมคุชชั่นโฟม ZoomX รองรับแรงกระแทก และเด้งเสริมกำลังได้เป็นอย่างดี เหมาะกับการวิ่งช้า ๆ ระยะไกล วิ่งฝึกต่อเนื่อง หรือแม้แต่การวิ่งมาราธอน

4. Nike Zoom Fly 3

Nike Zoom Fly รุ่นที่ 3 มีการเสริมแผ่นรองคาร์บอนไฟเบอร์ในพื้นรองเท้าชั้นกลางที่สามารถหดหรือขยายจำนวนของชั้นไฟเบอร์ได้ ขณะที่ตัวพื้นรองเท้าจะมีความหนา มากกว่าตัวอื่น ๆ และมีพื้นรองชั้นกลางที่มีความยาวตลอดแนวรองเท้า ให้ความสมดุลและลดแรงกระแทกเวลาวิ่ง

5. Nike Free RN 5.0

หากคุณมองหารองเท้าวิ่งระยะสั้น ขอแนะนำว่า Nike Free RN 5.0 เป็นรุ่นที่เหมาะที่สุดสำหรับการวิ่งระยะทางไม่เกิน 5 กิโลเมตร ด้วยตัวพื้นรองเท้าเป็นแบบยางมีร่องแบบใหม่ และมีตัวชั้นโฟมที่พื้นรองเท้าชั้นกลางช่วยให้ความยืดหยุ่นที่มากกว่าเดิม เวลาสวมใส่รองเท้าจะให้ความรู้สึกเหมือนกับวิ่งแบบเท้าเปล่า

6. Nike Air Zoom Pegasus 36

กลับมาอีกครั้ง กับรุ่น Pegasus ที่มาพร้อมการเพิ่มจำนวนรูระบายอากาศเสริมความเย็น และมีส่วนบนจากตาข่ายที่ให้การระบายอากาศได้อย่างตรงจุดตลอดบริเวณที่มีความร้อนสูง อีกทั้งยังมีส่วนหุ้มข้อที่ส้นและลิ้นรองเท้าที่บางขึ้นซึ่งช่วยลดความเทอะทะ ขณะที่เชือกแบบเปลือยก็ให้ความแนบกระชับเมื่อวิ่งเร็วขึ้น

7. Nike Joyride Run Flyknit

รองเท้าวิ่ง NIKE Joyride Run Flyknit ออกแบบมาเพื่อรูปเท้าของผู้ใส่โดยเฉพาะ ให้สามารถวิ่งได้สบายขึ้น และง่ายขึ้น โดยมีเม็ดโฟมขนาดเล็กใต้ฝ่าเท้า ที่จะช่วยโอบรับตามรูปเท้าของนักวิ่ง เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและดูดซับแรงกระแทกเวลาวิ่ง อีกทั้งตัวเม็ดโฟมนี่เองจะช่วยกระชับเท้ากับรองเท้าเข้าด้วยกัน ทำให้มีความรู้สึกที่มั่นคงเวลาวิ่ง ส่งผลให้วิ่งได้เร็วและไกลขึ้นโดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้า

8. Nike ZoomX Vaporfly Next%

ต้องบอกว่า รองเท้าวิ่งไนกี้รุ่นนี้ ถือเป็นรองเท้าวิ่งระดับท็อปที่จะช่วยให้นักวิ่งนั้นสามารถวิ่งได้เร็วขึ้นจริงๆ เพราะตัวโฟม ZoomX และแผ่นคาร์บอนที่มีแรงส่งคืนทำให้เราไม่ต้องออกแรงเองทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นรองเท้าวิ่งที่มีความนุ่ม ไม่แข็งกระด้างอีกด้วย ใครที่อยากจะหารองเท้าวิ่งไว้ทำความเร็วตอนลงงานแข่งขัน รองเท้าวิ่งคู่นี้ไม่ผิดหวังแน่นอน

9. Nike LunarEpic Low Flyknit 2

หากคุณกำลังมองหารองเท้าวิ่ง ที่มีการระบายอากาศที่ปลายเท้า ต้องรองเท้ารุ่น Nike LunarEpic Low Flyknit 2 จะช่วยส่งเสริมการระบายอากาศให้คุณได้เป็นอย่างดี โดยที่คุณไม่จำเป็นเผชิญปัญหากลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากการสวมใส่รองเท้าเป็นเวลานาน นอกจากนี้แล้วก็ยังสามารถลดการกระแทกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

10. Nike Renew Run

สำหรับรองเท้าวิ่ง Nike Renew Run ช่วยให้คุณเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่องด้วยโฟมที่นุ่มกว่าเดิมเพื่อความรู้สึกถึงการลดแรงกระแทก ตัวรองเท้าดีไซน์มาโดยคำนึงถึงนักวิ่งทั่วไปเป็นหลัก ให้การรองรับที่มั่นคงและการยึดเกาะที่ทนทานเพื่อความสบายตลอดระยะทาง

และนี่คือรองเท้าวิ่งที่สาว ๆ น่าตามไปสอยมาไว้ซ้อมวิ่ง หรือร่วมงานวิ่ง รับรองว่า ช่วยให้การวิ่งของคุณดีขึ้น ทั้งช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ส่วนแหล่งช้อปปิ้งมีทั้งที่ Central Online / Supersport / Robinson สะดวกช้อปที่ไหน ก็คลิกสั่งซื้อมาไว้เตรียมลงสนามแข่งกันได้เลยค่ะ


READ MORE :