ต่อภาษีรถยนต์ ใช้อะไรบ้าง ?

ads

ต่อทะเบียนรถ มีกี่วิธี ทำอย่างไรบ้าง?

การต่อภาษีรถยนต์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าต่อทะเบียนนั้นถือเป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของรถควรให้ความสำคัญ หากขาดต่อแล้วนำรถไปวิ่งมีโทษเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 2,000 บาท นอกจากนี้การต่อภาษีรถยนต์ล่าช้าทางกรมการขนส่งทางบกสามารถเรียกเก็บเบี้ยปรับเพิ่มเติม ร้อยละ 1% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่ายแต่ละปี ที่สำคัญหากขาดต่อภาษีเกิน 3 ปี จะถูกระงับการใช้ทะเบียนอีกด้วย

นอกจากนี้การจะต่อภาษีรถยนต์ได้นั้น ท่านเจ้าของรถจะต้องทำหรือต่อ พ.ร.บ. เสียก่อน พ.ร.บ. ที่ว่านี้คือ “พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ” หรือเรียกสั้นๆว่า พ.ร.บ. ภาคบังคับนั่นเอง ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากไม่เช่นนั้นคงไม่บังคับเจ้าของรถทุกคนให้ทำอย่างแน่นอน ถามว่าสำคัญอย่างไร กล่าวคือ พ.ร.บ. ภาคบังคับนี้จะเข้ามาเยียวยาผู้เสียหายอันเกิดจากกรณีคนชนไม่มีกำลังทรัพย์ในการดูแลค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าปลงศพ เป็นต้น

เงื่อนไขและประเภทรถที่สามารถต่อภาษีได้

สำหรับรถที่ต้องต่อภาษีได้แก่ รถยนต์ส่วนบุคคล รถนิติบุคคล รวมถึงมอเตอไซค์ นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขอื่นอีกเล็กน้อยว่าหากเป็นรถที่มีอายุการใช้งานถึงเกณฑ์ต้องตรวจสภาพรถประจำปีเสียก่อนถึงสามารถนำไปต่อ พ.ร.บ. ได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นรถยนต์อายุการใช้งานเกิน 7 ปี แต่ถ้าเป็นรถจักรยานยนต์อายุการใช้งานเกิน 5 ปี ซึ่งสถานที่ตรวจสภาพรถสามารถตรวจเช็คสภาพได้ที่ ตรอ. หรือศูนย์ตรวจสอบสภาพรถที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกนั่นเอง

เอกสารที่ต้องใช้ในการต่อภาษีรถยนต์

1 สำเนาทะเบียนรถใบเดียวกับที่ทางสถาบันการเงินส่งมาให้ (กรณีอยู่ในช่วงเช่าซื้อ)
2 ใบตรวจสภาพถ้าเป็นรถยนต์อายุเกิน 7 ปี ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์อายุเกิน 5 ปี จะต้องไปตรวจสภาพรถที่สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) แต่ถ้าเป็นรถที่มีการดัดแปลงไปจากคู่มือรถ ต้องไปตรวจสภาพรถยนต์ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเท่านั้น เพื่อขอใบรับรอง ส่วนรถที่ไม่เกินกำหนดอายุการใช้งานข้างต้นข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย
3 เอกสารการรับรองติดตั้งแก๊ส ซึ่งจะต้องมีใบรับรองการติดตั้งจากวิศวกรแนบไปด้วยซึ่งถ้าติดตั้งระบบ LPG สามารถอยู่ได้ 5 ปีต่อการตรวจสภาพ 1 ครั้ง แต่ถ้าเป็นระบบ CNG จำเป็นต้องตรวจสภาพทุกปี
4 กฎหมายบังคับว่าต้องทำ พ.ร.บ. หรือ ต่อ พ.ร.บ. ภาคบังคับเสียก่อน (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) ถ้าไม่ต่อ พ.ร.บ. ก็จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้

และนี่ก็คือทั้งหมดกับข้อถามที่ว่าต่อภาษีรถยนต์นั้นใช้เอกสารหลักฐานอะไรบ้าง ที่สำคัญในปัจจุบันนี้เราสามารถต่อภาษีรถยนต์ผ่านทางระบบออนไลน์ได้แล้วผ่านทาง https://eservice.dlt.go.th/esvapp/login.jsf ซึ่งต้องทำการสมัครสมาชิกเพื่อขอรหัสผ่านเสียก่อน ถึงจะสามารถดำเนินการต่อทะเบียนและชำระภาษีออนไลน์ได้ ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วไม่ต้องเสียเวลาไปเข้าคิวที่ขนส่งเหมือนเมื่อก่อน

เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับข้อมูลที่นำมาฝากกันในบทความนี้ น่าจะช่วยตอบข้อสงสัยสำหรับท่านเจ้าของรถได้ไม่มากก็น้อยว่าเวลาจะไปต่อภาษีหรือทะเบียนรถยนต์นั้นต้องใช้เอกสารหลักฐานอะไรบ้าง ในฐานะผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเรา ๆ ต้องหมั่นตรวจสอบความเรียบร้อยของหลักฐานเอกสารดังกล่าวให้ดีด้วยไม่ใช่ดูแลแต่ตัวรถอย่างเดียว เพราะการนำรถที่ขาดต่อภาษีก็ดี ขาดต่อ พ.ร.บ. ก็ดี ไปวิ่งบนท้องถนนมีความผิดตามกฎหมายทั้งยังต้องเสียค่าปรับเสียเงินโดยใช่เหตุ

การปฎิบัติตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ถือเป็นเรื่องที่อุ่นใจกว่าเยอะเพราะจะว่าไปแล้วไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรเลย นอกจากนี้ก่อนการเดินทางทุกครั้งควรตรวจสอบอีกอย่างให้แน่ใจก็คือ “ประกันภัยรถยนต์” ของท่านเองยังมีความคุ้มครองหรือไม่ ประกันหมดหรือยัง เพราะนี่ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จะเป็นการดีกว่าหากภัยที่ไม่คาดคิดมาถึงตัวคุณ คุณจะมีความพร้อมที่จะรับมือกับมันแต่เนิ่น ๆ โดยที่ตัวเองไม่ต้องแบกภาระหลายสิ่งหลายอย่างเพิ่มมากขึ้น

คิดถึงประกันภัยรถยนต์ คิดถึง TQM ประกันภัย หนึ่งในโบรคเกอร์ประกันภัยจากบริษัทประกันชั้นนำกว่า 40 บริษัท มีรูปแบบประกันที่หลากหลายที่คุณสามารถเลือกให้เหมาะกับความต้องการของคุณ ทั้งยังสามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันได้ด้วยตัวเองอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม :

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์