เจ้าของ Tesco Lotus กำลังจะเปลี่ยนมือในปี 2563 จริงหรือเปล่า?

เทสโก้ โลตัส เจ้าของเปลี่ยนมือ ?

เส้นทางธุรกิจค้าปลีกในไทย กำลังเกิดการเปลี่ยนครั้งใหม่ เมื่อสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า มี 3 กลุ่มทุนใหญ่ที่สนใจเข้าซื้อกิจการเทสโก้ โลตัส หลัง “เทสโก้ โลตัส” บริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ อันดับ 1 ของอังกฤษ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมขายกิจการในประเทศไทยและมาเลเซีย เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการมุ่งให้ความสำคัญกับธุรกิจในอังกฤษเป็นหลัก โดยหากทำข้อตกลงซื้อขายกิจการเสร็จสิ้น ก็ถือว่า เทสโก้ โลตัส ได้ถอนตัวออกจากตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่มั่นสุดท้าย นอกเหนือจากภูมิภาคยุโรปของเทสโก้

และก่อนที่จะรู้บทสรุปว่า กลุ่มทุนใดกันแน่ ที่จะได้ Tesco Lotus ที่ดำเนินกิจการในไทยไปครอบครอง วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับหนึ่งในห้างค้าปลีกสีเขียวที่อยู่คู่กับคนไทยมานานหลายปี อย่าง Tesco Lotus ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และมีกลุ่มทุนไหนบ้างที่เล็งซื้อกิจการ


Tesco Lotus เริ่มดำเนินกิจการในไทย เมื่อไหร่ ? 


เทสโก้ โลตัส (Tesco Lotus) เป็นกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทย ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2537 แต่เดิมใช้ชื่อว่า “โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์” (Lotus Supercenter) โดยการเข้ามาของ “เทสโก้ โลตัส” เกิดจากความต้องการขยายรูปแบบร้านค้าปลีกของเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือกลุ่มซีพี

การเปิดให้บริการครั้งแรกของเทสโก้ โลตัส เป็นการทดลองรูปแบบสาขาแรกที่ซีคอนสแควร์ กระทั่งเมื่อปี 2540 ได้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยจนกลายเป็นวิกฤตการณ์การเงิน ทำให้ในปี 2541 กลุ่มซีพีตัดสินใจขายหุ้นส่วนใหญ่ของ โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ให้กับกลุ่มเทสโก้ จากประเทศอังกฤษ และได้เปลี่ยนแปลงชื่อมาเป็น “เทสโก้ โลตัส” ในปัจจุบัน

เมื่อเป็นแบบนี้ ก็สามารถบอกได้เต็มภาคภูมิเลยว่า “โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์” เป็นร้านค้าปลีกที่เกิดจากกลุ่มทุนเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือกลุ่มซีพี แต่เมื่อเกิดวิกฤตทางการเงิน ทำให้กลุ่มซีพีต้องยอมปล่อยมือในกิจการตัวนี้ให้กับกลุ่มเทสโก้ จากประเทศอังกฤษ ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงชื่อมาเป็น “เทสโก้ โลตัส” ดังเช่นในปัจจุบัน


3 ตัวเต็งซื้อกิจการ เทสโก้ โลตัส ในไทย มีใครบ้าง ?


สำหรับกลุ่มทุนที่ให้ความสนใจเข้าซื้อกิจการ “เทสโก้ โลตัส” มีทั้งหมด 3 รายด้วยกัน ประกอบด้วย

(1) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือเครือเจริญโภคภัณฑ์ ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์

จุดแข็ง :

  • เป็นเจ้าของซีพีออลล์ (เซเว่นอีเลฟเว่น) / สยามแม็คโคร
  • มีฐานทุนขนาดใหญ่
  • มีที่ปรึกษาทางการเงินที่เชี่ยวชาญ
(2) บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่มทีซีซี ของตระกูลสิริวัฒนภักดี

จุดแข็ง :

  • มีหุ้นในบิ๊กซี 97%
  • มีฐานทุนขนาดใหญ่
  • มีที่ปรึกษาทางการเงินที่เชี่ยวชาญ
(3) บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่มเซ็นทรัล ของตระกูลจิราธิวัฒน์

จุดแข็ง :

  • มีฐานทุนขนาดใหญ่
  • เป็นเจ้าของตลาดค้าปลีก

พอเห็นจุดแข็งของทั้ง 3 กลุ่มทุน บอกเลยว่า ศึกชิงดำตลาดค้าปลีกครั้งนี้ ต้องลุกเป็นไฟ !


ทำไม TCC GROUP ของเจ้าสัวเจริญ ต้องอยากได้ Tesco Lotus


หลังจากกลุ่มเทสโก้ (Tesco PLC) ยอมรับว่า กำลังพิจารณาที่จะ “ขาย” กิจการเทสโก้ โลตัส ในประเทศไทยจริง ทำเอาแวดวงค้าปลีกไทยถึงกับนั่งกันไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว ยิ่ง 3 บิ๊ก จาก 3 ตระกูลเจ้าสัวเมืองไทย ประกาศพร้อมลงสนามชิง “กิจการเทสโก้ โลตัส” กันด้วย เรียกว่า ศึกครั้งนี้ ระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดของไทยเสียอีก

และกลุ่มทุนที่หลาย ๆ ฝ่ายจับตามองมากที่สุด คือ “บีเจซี” จากกลุ่มทุนค่ายไทยเบฟ ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทในเครือ TCC Group ของ “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” โดย “อัศวิน เตชะเจริญวิกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี ระบุว่า บิ๊กซีสนใจที่ซื้อกิจการเทสโก้ โลตัสในไทยจริง โดยหวังเพื่อต่อยอดธุรกิจค้าปลีก ทั้งได้ยื่นเจตจำนงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม้ว่าตอนนี้ ยังไม่อาจบอกได้ว่าสุดท้ายกิจการ “เทสโก้ โลตัส” จะตกไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนไหน แต่ที่แน่ ๆ หากกลุ่มทุนที่ปิดดีลครั้งนี้สำเร็จ คือ “บิ๊กซี” จะทำให้วงการค้าปลีกไทยม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน เพราะจะทำให้ “บิ๊กซี” จะกลายเป็นเจ้าของห้างค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในทันที และนี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากบิ๊กซีสามารถปิดดีลได้จริง

1. จำนวนร้านค้าปลีกของ “บิ๊กซี” เมื่อรวมกับเทสโก้ โลตัส จะเพิ่มจาก 1,379 สาขา เป็น 3,346 สาขา

2. เมื่อบิ๊กซีมีสาขาจำนวนมาก ย่อมหมายความว่า บิ๊กซี จะมีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์สินค้ามากขึ้น

3. จะมีการ synergies ในการดําเนินงาน เนื่องจากมีธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน

4. เมื่อควบรวมกิจการสำเร็จ BJC จะทําให้รายได้และกําไรเพิ่มขึ้น 50% เป็น 3.6 แสนล้านบาท กําไร 1.45 หมื่นล้านบาท

แค่เห็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อเทสโก้ โลตัส ตกอยู่ในมือ “บิ๊กซี” ก็ไม่แปลกที่บิ๊กซี จะขอลงสนามแย่งชิงห้างค้าปลีกกับอีก 2 บิ๊กใหญ่ด้วย ก็นะ… มูลค่ากับอำนาจต่อรองที่ได้กลับมา มันมากกว่าเงินที่บิ๊กซีจ่ายออกไปเสียอีก


ผลประกอบการ และสาขา ของ Tesco Lotus


ปัจจุบัน Tesco มีกิจการในประเทศไทยคือ เทสโก้ โลตัส อยู่ที่ 1,967 สาขา และจากข้อมูล “กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” ระบุว่า ในปี 2562 เทสโก้ โลตัส ในไทยมีรายได้รวม 1.89 แสนล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,800 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าที่มีรายได้อยู่ที่ 1.98 แสนล้านบาท มีกำไรสุทธิ 9,600 ล้านบาท

ทั้งนี้ ได้มีการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ของบริษัทเทสโก้ในประเทศไทย ว่าอยู่ที่ 10,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 300,000 ล้านบาท


Tesco Lotus กับเส้นทางธุรกิจในโลกดิจิทัล


ในแต่ละปีนั้น ตลาดค้าปลีกของไทยเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ทำรายได้หลายล้านล้านบาทต่อปี แต่รู้หรือไม่ ? ว่า รายได้/กำไร ที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ใช่แค่การรอให้ผู้บริโภคเดินเข้ามาเลือกซื้อสินค้าภายในห้างเทสโก้ โลตัส เท่านั้น ด้วยทสโก้ โลตัส เล็งเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ขยับสู่โลกออนไลน์มากขึ้น ทำให้ เทสโก้ โลตัส เปลี่ยนจากตลาดค้าปลีกแบบออฟไลน์เพียงอย่างเดียว เข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ด้วย เพื่อเสริมศักยภาพทางธุรกิจทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ อย่างการเปลี่ยนขายสินค้าภายในเทสโก้ โลตัส ผ่านเว็บไซต์ https://shoponline.tescolotus.com/ โดยตรง พร้อมกันนี้ เทสโก้ โลตัส ยังจับมือกับ Lazada เว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง เพื่อเปิดช่องทางให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้า Tesco Lotus Online ได้ที่ Lazada 

ยังไม่หมดเท่านี้ เทสโก้ โลตัส ผนึกกำลังกับธนาคารกรุงศรี ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินเช่นบัตรเครดิต ที่ช่วยให้การชำระค่าสินค้าของคุณเป็นเรื่องง่ายขึ้น แถมยังได้รับสิทธิพิเศษคืนกลับมาอีกเพียบ อาทิ รับคูปองเงินสดคลับการ์ด 3.5% หรือผ่อน 0% ทุกชิ้น เป็นต้น

สำหรับบัตรเครดิตกรุงศรีเทสโก้โลตัส ที่น่าสนใจ มีดังนี้

  • บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส แพลทินัม บียอนด์
  • บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส แพลทินัม รีวอร์ด
  • บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส อีเพย์
  • บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า
  • บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า

และสุดท้ายนี้ คงต้องรอดูกันต่อไปว่า Tesco Lotus จะเปลี่ยนมือในปี 2563 จริงหรือไม่ ? แล้วผู้ชนะในสงครามค้าปลีกครั้งนี้คือใคร 


READ MORE :