อาการไข้เลือดออกในเด็กรุนแรงกว่าในผู้ใหญ่หรือไม่ อย่างไร ?

โรคไข้เลือดออกมีวิธีป้องกันอย่างไร เป็นแล้วมียารักษาหรือไม่ ?

ไข้เลือดออก คือ โรคที่เกิดจากยุงลายตัวเมียเป็นพาหะซึ่งจะนำเชื้อไวรัสชื่อว่า เดงกี่ (Dengue) เข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย ทำให้เกิดอาการมีไข้สูงรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา โรคไข้เลือดออกพบมากในประเทศเขตร้อนในทวีปเอเชีย แอฟริกา อเมริกาใต้ อเมริกากลาง ตอนเหนือของออสเตรเลีย รวมถึงหมู่เกาะมหาสมุทรแปซิฟิก

ด้าน องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง สำหรับประเทศไทยพบผู้ป่วยไข้เลือดออกอยู่ในเขตพื้นที่ภาคใต้และภาคกลางโดยเฉพาะกรุงเทพฯ มากที่สุดตามลำดับ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัย 10-24 ปี และเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องมา 5 ปีแล้ว

อาการของโรคไข้เลือดออก และการวินิจฉัยเบื้องต้นด้วยตนเอง

1. มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดหัวมาก กินยาแล้วไข้ไม่ลด
2. อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั่วตัว
3. เบื่ออาหาร อาเจียนหรืออุจจาระเป็นเลือด
4. มีจุดเลือดออกตามเนื้อตัว
5. ไตวาย เกล็ดเลือดต่ำ มีอาการรั่วของพลาสมา

ข้อสังเกต : ไข้เลือดออกในเด็กเกิดขึ้นได้มากที่สุดเพราะเด็กยังไม่รู้จักป้องกันตนเอง นอกจากนี้พาหะนำโรคอย่างยุงลายนั้นหากินเวลากลางวันซึ่งเป็นเวลาที่เด็กๆมักอยู่ที่โรงเรียนทำให้เสี่ยงต่อการถูกยุงลายกัดได้ง่าย พ่อแม่ผู้ปกครองต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้สำหรับผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคไข้เลือดออกแล้วอาจกลับมาเป็นได้ใหม่หากได้รับเชื้อต่างชนิดกัน ปัจจุบันมี 4 สายพันธุ์ DEN1 – DEN2 – DEN3 – DEN4

การรักษาโรคไข้เลือดออก

ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาแต่อย่างใด ทำได้เพียงรักษาไปตามอาการเท่านั้น ผู้ป่วยที่มีไข้สูงจะได้รับยาระงับอาการ ได้แก่ Acetaminophen หรือพาราเซตามอล ซึ่งเป็นยาแก้ปวดและลดไข้ ห้ามใช้ยา แอสไพริน เพราะมีผลต่อเซลล์เม็ดเลือด อาจทำให้เลือดออกและอาการแย่ลง ทั้งนี้แพทย์จะให้น้ำเกลือเพื่อชดเชยการขาดน้ำในร่างกาย และคอยสังเกตภาวะแทรกซ้อนซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการโคมา

การป้องกันไข้เลือดออก

1. ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง กำจัดภาชนะที่มีน้ำขังบริเวณบ้าน เช่น ยางรถยนต์ กระถาง ขัน อ่างบัว
2. ใช้สารเคมี ทรายอะเบท ใส่ลงในบ่อน้ำ ใช้สารเคมีพ่นตามบ้านและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
3. สวมใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และทายากันยุง
4. ฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกจำนวน 3 เข็ม ห่างกันเข็มละ 6 เดือน (สามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ 5-6 ปี)

วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก

ในปัจจุบันมีวัคซีนสำหรับป้องกันโรคไข้เลือดออกทุกสายพันธุ์ (แต่ไม่ถึง 100%) ทั้งนี้ประโยชน์ของวัคซีนก็คือช่วยลดอัตราการป่วยที่มีภาวะเลือดออกรุนแรงได้, ลดการนอนโรงพยาบาลได้

ใครที่ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก

ผู้ที่มีอายุระหว่าง 9-45 ปี และอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้เลือดออก หรือใกล้แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย อาทิ ท้องนา ท้องไร่ คลอง บึง ลำห้วย ต่างๆ

ข้อห้ามใช้
  • ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีไข้

เมื่อพูดถึงวิธีป้องกันยุงที่เรานิยมใช้กันเรามักใช้ไม้ตียุง เครื่องดักยุง รวมถึงสเปรย์กันยุง เป็นหลักซึ่งในส่วนของสเปรย์กันยุงถือเป็นอะไรที่ง่ายและได้ผลดีที่สุด และในวันนี้เราจะมาแนะนำสุดยอดสเปรย์ป้องกันยุงยอดฮิตเอาไว้ฉีดพ่นไล่ยุงสำหรับสมาชิกในบ้านรวมถึงลูกน้อยของคุณ

ชี้เป้า 4 สเปรย์ไล่ยุงที่วางจำหน่ายในร้านค้าออนไลน์

LAZADA

 อภัยภูเบศร์ สเปรย์ตะไคร้หอมกันยุง

  • น้ำมันตะไคร้หอม สารสกัดจากธรรมชาติ
  • ฉีดพ่นบริเวณผิวหนังได้
  • ป้องกันยุงนาน 3 ชั่วโมง
  • ขนาดบรรจุ 120 มิลลิลิตร

SHOPEE

พรมจันทร์ สเปรย์กันยุง ไม่อันตรายต่อคนและสัตว์

  • มีทั้งสเปรย์ตะไคร้หอม, เปลือกส้ม, กระเพราแดง และสมุนไพรหลายชนิด
  • ไล่ยุงได้ผลดี มีกลิ่นหอม
  • ไม่อันตรายต่อคนและสัตว์

ShopAt24

แปดเจ ยูกาล่า สมุนไพรไล่ยุง

  • ปลอดภัยสำหรับเด็ก
  • ไล่ยุง แมลง กำจัดไรฝุ่น ฆ่าทาก ไล่เหา
  • ฆ่าเชื้อโรคฝารองนั่งชักโครก มือจับประตู คีย์บอร์ด
  • ทาผิวบรรเทาอาการคัน แมลงสัตว์กัดต่อย
  • ปลอดสารดีทที่ซึมเข้าระบบประสาท

JD Central

Kindee (คินดี้) – สเปรย์กันยุง organic กลิ่น Lavender (เด็ก 1 ปี ขึ้นไป)

  • ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ 100% ที่มีคุณสมบัติไล่ยุง
  • ปกป้องได้ยาวนานสูงสุด 4ชั่วโมง
  • ผ่านการทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในห้องทดลองที่มียุง 250 ตัว
  • ปราศจากน้ำหอม
  • ปลอดสารพาราเบน
  • ปลอดสาร DEET

ไข้เลือดออก ภัยร้ายที่หากปล่อยไว้อาจคร่าชีวิตคุณและคนที่คนรัก หมั่นดูแลสุขภาพด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันตามระยะเวลาที่กำหนด ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ใช้สเปรย์ป้องกันยุงโดยเฉพาะในเด็กที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้ เพียงแค่นี้คุณก็จะห่างไกลจากโรคไข้เลือดออกได้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม :