ลำดับรุ่น Nike Air MAX พร้อมชี้เป้าไปซื้อ + ส่วนลด

11 รุ่นดังไนกี้แอร์แม๊กซ์ ในตำนาน

หากจะพูดถึง NIKE Air Max รู้หรือไม่ว่า รองเท้าไนกี้รุ่นนี้เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 1987 ซึ่งเป็นหลายสิบปีแล้ว และเพราะคุณภาพที่ดีของรองเท้ารุ่นนี้ (หรือ series นี้) ทำให้ NIKE Brand ตัดสินใจผลิตออกมาหลายรุ่นจนถึงปัจจุบัน เพราะมีคุณสมบัติ เหมาะสมสำหรับการใส่สบายทุกวัน เพราะมีนวัตกรรมกันกระแทก มี design ที่สวยเท่ห์ ไม่เหมือนใคร สามารถใส่เล่นเกีฬาก็ได้ ใส่เที่ยวก็ดี ใส่อยู่บ้านยังได้เลย (เฉพาะต่างประเทศที่ชอบใส่รองเท้าเข้าบ้านกัน)รองเท้ารุ่นนี้จึงได้รับความนิยม เสมอมา โดยมากแล้ว ทางไนกี้ จะใช้เลขรุ่นตามปีที่รองเท้ารุ่นนั้นๆ ออก และในวันนี้เราจะมาดูกันว่ามีกี่รุ่นกัน (ซึ่งหลายคน หา รีวิว Pantip กันอยู่) และหลังจากนี้จะบอกว่า ลูกค้าทั่วไปสามารถสั่งซื้อ ไนกี้ แอร์ แม็กซ์ รุ่นล่าสุดได้ที่ไหน พร้อมทางไปช้อป + ส่วนลดพิเศษ


 

รุ่นต่างๆของ NIKE AIR MAX (1987-2016)

AIR MAX 1
NIKE AIR MAX 1 รุ่นแรก

AIR MAX 1 – เป็นรุ่นแรกตั้งแต่ปลายปี 1987 มีคุณสมบัติกันกระแทกรุ่นแรกและ ได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบของ Pompidou Centre จากฝรั่งเศส


 

AIR MAX 90
AIR MAX 90

AIR MAX 90 – ชื่อรุ่นตามปีที่ออกคือปี 1990 ในสมัยนั้น ไนกี้ได้ทดลองนำก๊าซเฉื่อยมาใส่ใน Air Max ทำให้ลดการกระแทกได้ดี เหมาะกับการใช้ในการออกกำลังกายในทุกประเภท และใช้เฉดสีที่ดูเด่นมากขึ้น เช่นสีแดง


 

air max 180

AIR MAX 180 – ในรุ่นนี้ จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง เพราะสามารถมองเห็น Air (พื้นรองเท้าที่เป็นตัวกันกระแทก) ได้ถึง 180 องศา เพราะทาง ไนกี้ ตัดเอาพื้นรองเท้าโฟมแบบทึบออกไป และออกมาในปี 1991

ซื้อ NIKE ที่ WearYouWant ลดเพิ่ม 40% วันนี้


 

AIR MAX 93
AIR MAX 93 ในปี 1993

AIR MAX 93 – รุ่นนี้เพิ่มองศาในการมองเห็น AIR ถึง 270 องศา และผลิตขึ้นในปี 1993 ซึ่งเป็นชื่อรุ่นนั่นเอง


 

AIR MAX 95
เป็นรุ่นแรกของ NIKE ที่มี Air ด้านหน้าด้วย

AIR MAX 95 – รุ่นก่อนๆหน้านี้ เราจะเห็น AIR แค่ตรงส้นเท้าของรองเท้า แต่ด้วยนวัตกรรมใหม่ ทำให้ NIKE เพิ่ม AIR ในด้านหน้าของรองเท้าด้วย และถูกออกแบบโดย “Sergio Lozano” และผลิตขึ้นในปี 1995


 

AIR MAX 97
AIR MAX 97

AIR MAX 97 – ผลิตขึ้นในปี 1997 และเป็นครั้งแรของ air sole ที่ จะสามารถเห็น air ได้เต็มพื้นเท้าเมื่อมองจากด้านล่างและด้านข้าง ซึ่งต้องบอกว่ารุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก รถไฟความเร็วสูงจากประเทศญี่ปุ่นที่พื้นรถไฟไม่ติดรางนั่นเอง


 

AIR MAX 2003
รูปแบบเหมือนรองเท้ากอล์ฟมาก ช่วงปี 2003 กีฬากอล์ฟกำลังดัง แต่ก็ดูสวยไปอีกแบบ

AIR MAX 2003 – ห่างไปถึง 6 ปี กับรุ่นก่อนหน้าและรุ่นนี้ ทาง NIKE เปลี่ยนมาใช้วัสดุ TEIJIN ซึ่งมีน้ำหนักเบา และเป็นรองเท้ารุ่นแรกของ ไนกี้ที่เรียกได้ว่ามีน้ำหนักเบาที่สุด


 

AIR MAX 360
เป็นรุ่นเท่ๆ อีกรุ่นหนึ่ง ที่สามารถเห็น air ได้ จากทุกมุมมอง

AIR MAX 360 – ทางผู้ผลิตเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Caged Air หรือการกักอากาศให้อยู่ที่เดียว ทำให้พื้นรองเท้าเป็นแบบโปร่ง และมี Air อยู่ข้างใต้ ที่สามารถมองเห็นได้ทุกองศาเลยทีเดียว และเปิดตัวเมื่อปี 2006


 

AIR MAX 2015
AIR MAX 2015 ดุดันฉูดฉาด แต่ใส่ได้เฉพาะบางงาน

AIR MAX 2015 – รองเท้ารุ่น 360 ขายดิบขายดี จนไม่มีการเปลี่ยนหรือพัฒนาเพิ่ม จนมาถึงปี 2015 ที่ ทาง NIKE ตัดสินใจ ใส่สีรองเท้าให้ฉูดฉาดขึ้น และพัฒนาระบบรับแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้นมาก สีที่ถูกเติมลงไปบนรองเท้าแสดงให้เห็นถึงความเร็วและความคล่องตัวสูง


 

AIR MAX ZERO
AIR MAX ZERO อาจเรียกได้ว่าน้ำหนักเบาที่สุดใน series นี้เลยทีเดียว

AIR MAX ZERO – ดูเหมือนว่ารุ่นนี้จะกลับมาเหมือนเมื่อยุคต้นๆ ของ NIKE AIR MAX กันเลยทีเดียว เพราะไม่สามารถเห็น air ของ nike ตรงพื้นรองเท้าได้เต็มเหมือนรุ่นก่อนหน้านี้ แต่เจ้าตัวนี้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ทำให้เหมาะกับการวิ่งทางไกล ใส่แบบ casual หรือเล่นกีฬาต่าง ๆ ซึ่งสีจะถูกลดความดุดันลงมา ทำให้ใส่ได้ทุกสถานการณ์


 

AIR MAX BW ULTRA
สีนี้สวยมาก รุ่นล่าสุดในปี 2016 AIR MAX BIG WINDOW ULTRA

AIR MAX BW ULTRA – พึ่งออกมาในปี 2016 นี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก NIKE รุ่นก่อนหน้า ในปี 1991 ซึ่งจะถูกเรียกว่า “Air Max Classic” ซึ่งคำว่า BW ย่อมากจาก Big Window ซึ่งหมายถึงตัว Air Sole ตรงส้นรองเท้านั่นเอง

NIKE AIR MAX BW หรือรุ่นล่าสุดซื้อที่ไหนได้หล่ะ?

ปัจจุบัน เมื่อการสั่งซื้อออนไลน์เริ่มบูม ทาง NIKE จึงปล่อยสินค้าให้ร้านค้าบางร้านจำหน่าย และ แน่นอนว่า ร้านค้าแฟชั่น ร้านแรกๆ ก็คือ Zalora Thailand ซึ่งมีรองเท้าแฟชั่น และรองเท้า NIKE รุ่นต่างๆ มากมายนับไม่ถ้วน วันนี้ Zalora จำหน่ายน BW ULTRA เจ้าเดียวในไทย (ช่องทางออนไลน์) ลูกค้าสามาถรถหาซื้อได้ พร้อม ใช้ คูปอง Zalora ลดเพิ่มได้สูงสุด 15%