ปฏิทินจีนน่ำเอี๊ยง คืออะไร? หาซื้อได้ที่ไหนถูกสุด ๆ !

ปฏิทินจีน 2563 แจ้งผลิตพิมพ์วันจันทรคติเคลื่อนไป 7 เดือน

ปีเก่าไป ปีใหม่มา ใครที่มีแผนว่าปีหน้าจะออกรถ ออกบ้าน ก็ต้องหยิบปฏิทินมาเปิดดูวันฤกษ์งามยามดีจะออกรถ ออกบ้าน ก็ต้องหยิบปฏิทินมาเปิดดูวันฤกษ์งามยามดี ซึ่งที่เรารู้จักกันในชื่อ “ปฏิทินจีน”​ อันเป็นสิ่งมงคลที่ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างซื้อฝากกันเป็นของขวัญปีใหม่ แจกเพื่อนบ้าน หรือผู้ใหญ่ที่นับถือ แต่ปี 2563 นี้ถือเป็นปีแรกที่น่ำเอี๊ยงพิมพ์วันแรมจันทรคติผิดไปครึ่งเล่ม แต่ได้ออกใบแทรกชี้แจงมาด้วยแล้ว ดังนี้

 

“ปฏิทินน่ำเอี๊ยง” คืออะไร?

ศาสตร์ด้านการดุดวง ทำนายโหราศาสตร์ตามความเชื่อชาวจีนกว่าพันปี ได้มีการทำนายวันฤกษ์มงคล วันฤกษ์ดีในการลงทุนทำกิจการค้าขายต่าง ๆ โดยโหราจารย์ โง้ว งึ้งหมง ซึ่งต้นตระกูลของนายเฮียง แซ่โง้ว ผู้เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ได้นำรูปแบบปฏิทินจีนแบบนี้เข้ามาผลิตตีพิมพ์ในประเทศไทย และได้รับความนิยมมากว่า 60 ปีแล้ว โดยเป็นสิ่งที่ชาวไทยเชื้อสายจีนต้องมีติดบ้านไว้ทุกบ้าน และเชื่อหรือไม่ยอดพิมพ์ปฏิทินน่ำเอี๊ยง มียอดพิมพ์หลักล้านเล่มต่อปียอดพิมพ์ปฏิทินน่ำเอี๊ยง มียอดพิมพ์หลักล้านเล่มต่อปี

โดยมีหลายร้านค้าเป็นตัวแทนจำหน่ายรับพิมพ์ปฏิทินน่ำเอี๊ยงเพื่อแจกลูกค้า หรือเพื่อใช้เป็นสินค้าสมนาคุณปีใหม่ ด้วยการพิมพ์โฆษณาไปบนปฏิทิน ซึ่งเป็นวิธีการโฆษณาที่ได้รับผลตอบรับที่ดี เนื่องจากเป็นสิ่งที่ถูกมองเห็นทุกวัน วันละหลาย ๆ ครั้ง

 

ปฏิทินน่ำเอี๊ยง ราคาเท่าไหร่ ซื้อที่ไหน?

เมื่อก่อนการซื้อปฏิทินจีนน่ำเอี๊ยง จะต้องเดินทางมาซื้อแถวย่านเยาวราช หรือจากตัวแทนจำหน่ายที่ขายปฏิทินจีนตามร้านค้าในจังหวัดต่าง ๆ แต่ปัจจุบันสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ มี 2 ขนาดให้เลือก เล่มเล็ก และเล่มใหญ่ตามภาพ ราคาแตกต่างกันตามร้านที่จำหน่าย ปัจจุบันนี้มีร้านที่ขายเล่มเล็กได้ถูกสุด 75 บาท และเล่มใหญ่ 120 บาท

นอกจากนี้ช่วงปีใหม่ วัยรุ่น นิยมใช้ปฏิทินออมเงิน ซึ่งเป็นปฏิทินที่ช่วยแนะนำเรื่องการเก็บออม และเก็บยอดได้เพื่อสร้างเป้าหมายไว้ท่องเที่ยว ไว้ออมเงิน เพื่ออนาคต ราคาไม่แพงด้วย นอกจากใช้ดูวันที่แล้ว เราจะเห็นหลายบ้านนิยมนำปฏิทินนี้มากรีดด้วยคัตเตอร์และตัดออกมาทำกระดาษโน้ต เนื่องจากปฏิทินนั้นพิมพ์มาด้านเดียว ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยประหยัดรักษ์โลกไปได้มาก และปีนี้หากใครต้องการจับจองปฏิทินน่ำเอี๊ยงแต่ยังไม่ได้ซื้อก็อยากลืมมองหาตามร้านค้าใกล้บ้าน หรือร้านค้าออนไลน์อย่าง Shopee และ Lazada เพราะจะได้ประหยัดค่ารถไม่ต้องวนหากันอีกต่อไป และได้โค้ดฟรีค่าส่งในแต่ละช่วงโปรโมชั่นอีกด้วย รู้อย่างนี้แล้วต้องไปลองคลิกดูหน่อยแล้วจ้า

ที่มาจาก : www.pim123.com, เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์

อ่านเพิ่มเติม :