ads

เบบี้คริสตัล คือะไร ใช้แบบไหนถึงเป็นประโยชน์มากกว่า

หลายคนคงเคยได้ยิน “เบบี้คริสตัล” หรือเจ้าลูกกลมๆ สีคล้ายลูกกวาดที่กลายเป็นกระแสไวรัลอยู่ช่วงหนึ่งเนื่องจากมียูทูปเบอร์หลายคนนั้นนำมาทำคลิปการทดลองต่างๆ และกลายเป็นของเล่นยอดนิยมทีเป็นเม็ดบีชเล็กๆ เมื่อนำไปแช่น้ำจะมีการพองตัวขึ้นมีหลากหลายสีสันเลยทีเดียว

เบบี้คริสตัล คืออะไร?

เบบี้คริสตัล มีอีกหลายชื่อที่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกกัน อย่างเช่น น้ำตานางเงือก ไข่ไดโนเสาร์ ตัวดูดน้ำ มีขนาดเล็กเทียบเท่ากับหัวไม้ขีด มีหลากหลายสี อาทิ สีแดง สีเหลือง สีเขียว สีฟ้า สีม่วง สีส้ม เป็นต้น โดยวิธีการเล่นเบบี้คริสตัล คือการนำไปแช่ไว้ในน้ำ ประมาณ 3-4 ชั่วโมง จากนั้นเบบี้คริสตัละพองตัวขึ้นและสามารถโตขึ้นได้อีกเรื่อยๆ หากยังแช่น้ำไว้จนขนาดขนาดประมาณลูกปิงปองเลยทีเดียว


เบบี้คริสตัล มีส่วนประกอบของอะไรบ้าง?


เบบี้คริสตัล ประกอบด้วยสาร 2 ชนิด ได้แก่ สารโพลิอะคริลาไมด์ (polyacrylamide) และ สารโพลิเมอร์ดูดซับยิ่งยวด (Super absorbent polymers) และมีคุณสมบัติของการดูดซับน้ำไว้ในโมเลกุลไว้ได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย อีกทั้งยังมีโมเลกุลขนาดใหญ่ มีลักษณะเป็นตาข่าย โดยเมื่อน้ำมีการแทรกตัวเข้าไปภายในโมเลกุลของสารแล้วก็จะทำให้โมเลกุลชนิดนั้นถูกคลายตัวออกมา ทำให้ลักษณะภายนอกหลังจากโพลิเมอร์ดูดน้ำเข้าไปแล้วมีลักษณะเป็นก้อนคล้ายวุ้น หรือเจลใส และเมื่อนำก้อนโพลิเมอร์ที่อุ้มน้ำนั้นมาตากแดด หรืออบด้วยความร้อนเพื่อไล่น้ำแล้วก็จะได้สารโพลิเมอร์กลับคืนมาเหมือนเดิมนอกจากนี้ยังมีสารอื่นๆ ได้แก่ Polyacrylic acid และ Sodium polyacrylate ซึ่งได้ถูกนำมาใช้กับผ้าอ้อมเด็ก ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าอนามัย รวมถึงดินวิทยาศาวตร์


“เบบี้คริสตัล” กับ “เจลวิทยาศาสตร์” ต่างกันอย่างไร


สำหรับ“เบบี้คริสตัล” และ “เจลวิทยาศาสตร์” ไฮโดรเจล หรือ ดินวิทยาศาสตร์นั้นความจริงแล้วคือสารประเภทเดียวกันและมีลักษณะคล้ายกันเป็นอย่างมากคือ ลักษณะเป็นเจลสีต่างๆ สามารถดูดซับของเหลวได้เป็นจำนวนมาก แต่เบบี้คริสตัล นั้นมีส่วนประกอบของสารเพียงแค่ 2 ชนิดเท่านั้น แต่สำหรับเจลวิทยาศาสตร์ จะมีองค์ประกอบของ โพลิอะคริลามีด (polyacrylamide) โซเดียมโพลิอะคริเลต (sodium polyacrylate) และ โพลิอะคริลิกแอซิด (polyacrylic acid) แต่อย่างไรก็ตามทั้งสองอย่างนี้สามารถดูดซับน้ำไว้ได้มากกว่าน้ำหนักของมันเองถึง 500 เท่าเลยทีเดียว เรียกง่ายๆ ว่าทั้งเบบี้คริสตัล และเจลวิทยาศาสตร์ หรือดินวิทยาศาสตร์นั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลยนั่นเอง


อันตรายของ “เบบี้คริสตัล”


เนื่องจากเบบี้คริสตัลนั้นเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากสำหรับเด็กเล็กเนื่องจากสีสันและลักษณะที่คล้ายคลึงกับขนมหวานจึงทำให้ในช่วงปี 2556 ทางด้าน สคบ.ได้มีการออกมาประกาศเตือนให้ เบบี้คริสตัล เป็นของเล่นอันตราย เนื่องจากเด็กเล็กที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจเผลอรับประทาน หรือ กลืนลงท้องได้ เนื่องจากเบบี้คริสตัลมีสีสันที่สวยงามคล้ายกับคริสตัลเรียกได้ว่าถูกใจเด็กๆ อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่อันตรายของมันก็มีเพราะหากเด็กเล็กเผลอทานเข้าไป อาจทำให้อุดตันทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร ในกระเพาะอาหาร มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หายใจไม่ออก ท้องผูก และติดเชื้อได้ การนำตัวดูดน้ำออกจากกระเพาะอาหารได้ต้องใช้วิธีผ่าตัดเท่านั้น หากช่วยเหลือไม่ทันอาจถึงแก่ชีวิตได้เช่นเดียวกัน


เบบี้คริสตัล มีไว้ใช้ทำอะไรได้บ้าง และมีประโยชน์อะไรบ้าง?


จากผลการทดลองในห้องปฏิบัติได้มีการพบว่า สารที่อยู่ในเบบี้คริสตัลและไฮโครเจล นั้นจะสามารถดูดซับน้ำกลั่นในปริมาณมากกว่าน้ำหนักโพลิเมอร์ถึง 800 เท่า แต่เมื่อทดลองกับน้ำชนิดอื่น อาทิ น้ำประปาแล้ว ความสามารถในการดูดซับน้ำจะลดลง เพราะโดยทั่วไปภายในน้ำประปา จะมีสารต่าง ๆ เจือปนและสารแขวนลอยอยู่ อีกทั้งสารชนิดนี้ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ในวงการแพทย์ วงการอุตสาหกรรม และในปัจจุบันได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการเกษตรเพิ่มเติมอีกด้วย เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยเก็บกักน้ำได้มาก ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาในการรดน้ำบ่อยๆ อีกทั้งยังใช้เพื่อเพิ่มการดูดซับและเก็บกักน้ำของดินในพื้นที่แห้งแล้ง หรือหน้าแล้ง เพื่อช่วยอุ้มน้ำในดินให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีบางประเทศที่นำเบบี้คริสตัลมาประยุกต์เป็นสื่อการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ และหากเลือกประยุกต์ใช้ให้ถูกวิธีจะได้คุณสมบัติเฉพาะตัวออกมาเพื่อใช้ให้เป็นประโยชน์ได้มากกว่าเดิม อีกทั้งในปัจจุบันเบบี้คริสตัสยังนิยมนำมาใช้ปลูกต้นไม้และประดับตู้ปลาอีกด้วย


ต้นไม้ชนิดไหนที่สามารถปลูกในเบบี้คริสตัล หรือ ดินวิทยาศาสตร์ได้


→ ต้นไม้ตระกูลไผ่กวนอิม

ต้นไม่ตระกูลไผ่กวนอิม อาทิ กวนอิมทอง กวนอิมหยก กวนอิมเงิน กวนอิมดอกบัว เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นต้นไม้มงคลที่เลี้ยงได้ไม่ยาก ต่างชาตินืยมเรียกว่า Lucky Bamboo อีกทั้งไผ่กวนอิมยังสามารถแช่น้ำได้นานๆ พร้อมทั้งต้องเลี้ยงในภาชนะ หรือ กระถางที่ค่อนข้างใหญ่และควรให้ปุ๋ยเพื่อออกดอกที่สวยงายให้ได้ดูกันอีกด้วย

→ ต้นไม้ตระกูลพลูประดับ

ต้นไม้ตระกูลพลูประดับ อาทิ ราชีหินอ่อน พลูด่าง พลูฉลุ เป็นต้น ถือเป็นต้นไม้ยอดนิยมที่มักใช้ปลูกในดินวิทยาศาสตร์ หรือ เบบี้คริสตัล ซึ่งสามารถใหน้ำเฉยๆ ก็ได้อย่าปล่อยให้น้ำแห้งอีกทั้งยังสามารถใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้แก่ต้นไม้ได้อีกด้วย

→ ต้นไม้ตระกูลบอลสี

ต้นไม้ตระกูลบอนสี อาทิ บอนสี เงินไหลมา ออมทอง ออมเงิน ออมนาค ฟิโลเดนดรอน เป็นต้น บอนสีถืเป็นต้นไม้มงคลอีกหนึ่งชนิด ที่สามารถเลี้ยงในดินวิทยาศาสตร์ได้อีกด้วย แต่แนะนำว่าไม่ควรให้น้ำเยอะเกินไปควรให้น้ำเพียงแค่ตัวเจลพองขึ้นก็พอ

→ เศรษฐีเรือนนอก

เศรษฐีเรือนนอก ต้นไม้มงคลอีกหนึ่งชนิดที่สามารถพบเจอได้บ่อยๆ เนื่องจากเป็นต้นไม้ยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่มักปลูกเป็นในบ้านเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังสามารถปลูกในเบบี้คริสตัลหรือดินวิทยาศาสตร์ได้อีกทั้งไม่ต้องปลูกแบบแช่น้ำเพียงให้ตัวเบบี้คริสตัลอมน้ำไว้แล้วไม่ต้องเติมน้ำเข้าไปก็สามารถอยู่ได้ยาวๆ อีกทั้งยังเลี้ยงง่ายอีกด้วย

→ เปเปอร์โรเมีย

เปเปอร์โรเมีย หรือ เปเปอร์ใบหยก เป็นต้นไม้มงคลขนาดเล็กเลี้ยงง่ายสามารถเลี้ยงโดยใช้เบบี้คริสตัลได้

→ พรมออสเตรเลีย

ต้นไม้ที่เลี้ยงง่าย พร้อมทั้งขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว สามารถเลี้ยงและปลูกในดินวิทยาศาสตร์หรือเบบี้คริสตัลได้อีกด้วย


“เบบี้คริสตัล” ซื้อได้ที่ไหน?


เบบี้คริสตัส สามารถเลือกซื้อได้ที่เว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Lazada ,Shopee ที่ให้เราเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์พร้อมทั้งส่งตรงถึงบ้านของคุณ โดยใครที่ชื่นชอบการปลูกต้นไม้มงคลหรืออยากนำเบบี้คริสตัลไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นนั้นก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกันจากประสบการณ์ส่วนตัวเคยเห็นคนนำไปทำเป็นกลิ่นปรับอากาศ ลดกลิ่นอัพ โดยการเติมน้ำหอมลงในเบบี้คริสตัลนั่นเอง ใครที่มีแพลนจะใช้ประโยชน์จากเยยี้คริสตัลก็สามารถเลือกสีได้เลยนะคะ

READ MORE :