ไมโครบีดส์ (Plastic microbeads) คืออะไร ทำไมถึงห้ามใช้ พบในสินค้าไหนบ้าง?

ads

ผลิตภัณฑ์อะไรบ้างที่ใส่เม็ดบีดส์เยอะ19

ประกาศตามพระราชกิจจานุเบกษาลงวัวนที่ 24 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ระบุว่า ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายเครื่องสำอาง ที่มีส่วนผสมของไมโครบีดส์ ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายสำคัญหลังจากที่มีการเรียกร้องกันมาแล้วทั่วโลก และในประเทศไทยเองก็รับเอานวัตกรรมเม็ดบีดส์มาใช้ในสินค้าเครื่องสำอาง และสกินแคร์ อย่างเช่น ยาสีฟัน สครับผิว และผงซักฟอก โดยใช้กันมานานหลายปีแล้ว แต่หากใครยังไม่ทราบว่าเจ้าเม็ดเล็ก ๆ นี้มันอันตรายอย่างไร วันนี้ Promotions.co.th ขอนำข้อมูลมาเล่าให้ฟังกันค่ะ

เม็ดบีดส์ หรือ ไมโครบีดส์ คืออะไร?

เม็ดบีดส์ หรือ ไมโครบีดส์ นั้นมีขนาดเล็กกว่าหน่วย 1 มิลลิเมตร บางแห่งก็ว่าเล็กกว่า 0.5 มิลลิเมตร แต่อาจจะทำออกมาได้เล็กกว่านั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยมักผลิตจากพลาสติก 5 ประเภท ได้แก่ 1) Polyethylene (PE) 2) Polyethylene terephthalate (PET) 3) Nylon (PA) 4) Polypropylene (PP) และ 5) Polymethyl methacrylate (PMMA) ซึ่งพบเห็นได้จากผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อย่างขวดพลาสติก ไปจนถึงพลาสติกกะละมังซักผ้า

วัตถุประสงค์ที่ไมโครบีดส์ได้ถูกคิดค้นให้มาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และผงซักฟอก เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติช่วยสครับผิว ทำความสะอาดผิวในระดับลึกกว่าการขัดถูธรรมดา แต่ก็มีหลายการทดสอบบอกว่าเป็นอันตรายกับผิวมากกว่า โดยทำให้ผิวอักเสบและเป็นรอยได้ง่าย แต่ก็ยังได้รับความนิยมนำมาใช้อยู่มาก แต่หลายประเทศก็ได้แบนผลิตภัณฑ์ที่ใส่ไมโครบีดส์ไปแล้ว อาทิ สหรัฐอเมริกา ที่ห้ามใช้ไมโครบีดส์ในโฟมล้างหน้าเพราะมีงานวิจัยที่บ่งบอกว่ารัฐต้องเสียเงิน 13,000 ล้านบาทต่อปีเพื่อบำบัดน้ำให้สะอาดจากไมโครบีดส์ โดยมีข้อมูลระบุว่า แค่รัฐ Newyork เพียงรัฐเดียวก็พบเม็ดไมโครบีดส์ในน้ำประมาณ 19 ตันต่อปี ซึ่งมาจากการใช้โฟมล้างหน้า ยาสีฟัน และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นั่นเอง

เม็ดบีดส์ หรือ ไมโครบีดส์ อันตรายอย่างไร?

ลองคิดภาพว่าหากเม็ดบีดส์เหล่านี้ลอยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตในน้ำที่กินแพลงก์ตอนและพืชน้ำเล็ก ๆ ก็ดูไม่ออกว่าที่ลอยอยู่นี้คืออาหารหรือขยะ หากมันสะสมเข้าไปในร่างกายมาก ๆ ก็จะตายในที่สุด หากเป็นแหล่งน้ำจืดก็จะทำให้น้ำเน่าเสีย และสัตว์น้ำล้มตายมาก และยิ่งเข้าสู่ทะเลหรือมหาสมุทร จะยิ่งส่งผลต่อระบบนิเวศอย่างมหาศาลและแก้ไขยาก

และประเทศไทยเราเองก็มีหลายจังหวัดที่ติดทะเล และยังไม่มีการควบคุมเรื่องขยะที่ปล่อยลงแหล่งน้ำอย่างละเอียดถึงระดับไมโครขนาดนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่กฎหมายไทยได้ปรับตัวเข้ากับยุคสมัย รีบกำจัดเม็ดพลาสติกเล็ก ๆ นี้ก่อนที่จะออกสู่ทะเล ซึ่งเราก็มักได้ยินข่าวว่าสัตว์ทะเลได้กินพลาสติกพวกนี้เข้าไปด้วยความเข้าใจผิดว่าเป็นอาหาร ทำให้มันตายก่อนถึงวัยอันควร ส่งผลต่อห่วงโซ่อาหารทางธรรมชาติอย่างที่สุด

ไมโครบีดส์ไม่ได้น่ากลัวเท่าพลาสติกชิ้นใหญ่ ๆ อื่นๆ 

เห็นข่าวแบนพลาสติกไมโครบีดส์แล้วก็อย่าเพิ่งชะล่าใจกับการทิ้งพลาสติกลงถังขยะ และการไปเที่ยวทะเลแต่ละครั้งก็ควรเก็บขยะที่ตัวเองเอาไปด้วย รวมถึงหากเห็นพลาสติกตกอยู่ไ ม่ว่าจะเป็นขวดน้ำ ถุงพลาสติก แก้ว ก็ต้องนำหยิบไปทิ้งในที่ถูกที่ควร ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่แก้ไขไม่ได้ดังภาพน่าสลดต่อไปนี้

และหลาย ๆ แบรนด์ก็มีส่วนร่วมตอบรับกระแสต่อต้านไมโครบีดส์เป็นอย่างดี ได้ยกเลิกการนำเข้าและผลิตสินค้าที่ใส่ไมโครบีดส์แล้ว แต่หากคุณยังพบเห็นบางชิ้นอยู่บนชั้นวางสินค้า ก็สามารถแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือเลี่ยง ละ เลิก ไม่สนับสนุนผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพื่อที่จะลดขยะลงสู่แหล่งน้ำนั่นเอง

ที่มา : Why is it important to stop microbeads polluting the environment? 

อ่าเนพิ่มเติม