เตือนภัย พัสดุเก็บเงินปลายทางไม่ได้สั่ง แจ้งความที่ไหน?

มีของมาส่งเก็บเงินปลายทาง แต่ไม่ได้สั่ง ควรทำอย่างไรดี

ทุกวันนี้ผู้คนในสังคมต้องเผชิญหน้ากับมิจฉาชีพหลากหลายรูปแบบ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรเข้ามาหลอกให้คุณโอนเงินให้ หลอกขายของทางออนไลน์ หรือนำของมาส่งแล้วเรียกเก็บเงินปลายทาง ทั้งที่เจ้าของบ้านไม่ได้สั่ง แม้ปัจจุบันมีการโพสต์เตือนแก๊งมิจฉาชีพออกอาละวาดอยู่บ่อยครั้ง ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ตกเหยื่อ และล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 นักแสดงสาวชื่อดังอย่าง อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ก็ออกมาโพสต์ข้อความเตือนภัย หลังแม่บ้านเจอมิจฉาชีพมาในรูปแบบของพนักงานส่งของและมาเรียกเก็บเงินปลายทาง ทำให้แม่บ้านของสาวอั้มเสียรู้ไปถึง 2 ครั้ง เพราะคิดว่าเป็นพัสดุของสาวอั้มจริง ๆ

แล้วถ้าวันหนึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับคุณหรือคนใกล้ตัวล่ะ จะทำอย่างไรดี ปฏิเสธพัสดุได้ไหม หากพลาดจ่ายเงินพัสดุที่ไม่ได้สั่งไปแล้ว ควรดำเนินการอย่างไรต่อ วันนี้ Promotions.co.th มีคำตอบมาฝาก

พัสดุเก็บเงินปลายทางไม่ได้สั่ง ปฏิเสธได้ไหม

สำหรับใครที่มั่นใจแล้วว่า สินค้าหรือพัสดุที่มีการนำมาส่งพร้อมเรียกเก็บเงินปลายทางนั้น ไม่ใช่ของที่คุณหรือคนในครอบครัวสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ อย่าง Shopee, Lazada, JD Central หรือ Power Buy แล้วล่ะก็ สามารถปฏิเสธการรับของและจ่ายเงินได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดกฎหมาย เพราะตามกฎหมายต้องมีการตกลงซื้อขายก่อนนิติกรรมถึงจะเกิด

เมื่อไม่รับพัสดุที่เรียกเก็บเงินปลายทาง สามารถแจ้งความได้หรือไม่

แม้คุณไม่รับพัสดุที่เรียกเก็บเงินปลายทาง เพราะทราบว่าไม่ใช่สินค้าที่ตนสั่งซื้อ คุณก็สามารถดำเนินการแจ้งความได้ เนื่องจากกระทำดังกล่าวเข้าข่ายว่า มีการลงมือและพยายามกระทำความผิดแล้ว จึงถือว่าคุณเป็นผู้เสียหาย ส่งผลให้ผู้กระทำผิดต้องรับโทษ 2 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 80

ก่อนแจ้งความ ควรดำเนินอย่างไร

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ส่งพัสดุเรียกเก็บเงินปลายทางทั้งที่ไม่ได้สั่งนั้น ให้ทำการเก็บหลักฐานก่อนแจ้งความ ดังนี้

(1) ถ่ายรูปกล่องหรือถุงพัสดุที่มีการนำมาส่ง เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการแจ้งความ และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

(2) จดชื่อ-นามสกุล พร้อมเบอร์มือถือของผู้นำพัสดุมาส่งไว้ เพื่อขอให้เป็นพยานในคดี กรณีที่สืบสวนแล้วพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิด

พัสดุเก็บเงินปลายทางไม่ได้สั่ง แจ้งความที่ไหน

ไม่ว่าคุณจะปฏิเสธรับพัสดุเก็บเงินปลายทาง หรือพลาดจ่ายเงินค่าพัสดุไปแล้ว ไม่ว่ามูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะเป็นหลักร้อยหรือหลักพัน หากรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดได้ครบถ้วนแล้ว สามารถนำหลักฐานทั้งหมดไปดำเนินการแจ้งความได้ที่สถานที่ตำรวจใกล้บ้านได้ทันที เพราะถือว่าเหตุเกิดที่ไหนให้แจ้งที่นั่น


แนะ 2 วิธีป้องกันไม่ให้สูญเงิน กับพัสดุเก็บเงินปลายทางที่ไม่ได้สั่ง


พัสดุเก็บเงินปลายทางไม่ได้สั่ง
โทรสอบเจ้าของพัสดุก่อนเซ็นรับพัสดุเก็บเงินปลายทาง

(1) ก่อนจ่ายเงินค่าพัสดุเก็บเงินปลายทาง กรณีรับพัสดุแทนญาติ เพื่อน หรือคนรู้จัก แนะนำให้โทรสอบถามเจ้าตัวก่อนว่า ได้โทรสั่งสินค้าเรียกเก็บเงินปลายทางจริงหรือไม่ และต้องจ่ายเงินเท่าไร

(2) ดูข้อมูลที่อยู่และเบอร์โทรผู้ส่งบนกล่องพัสดุ แล้วให้โทรกลับไปตรวจสอบว่า ส่งสินค้าอะไรมาให้ มีค่าใช้จ่ายเท่าไร โดยส่วนใหญ่เมื่อโทรกลับจะติดต่อไม่ได้ เพราะเป็นเบอร์โทรปลอม


ไขข้อสงสัย ทำไมมิจฉาชีพถึงมีข้อมูลของผู้เสียหาย


สำหรับใครที่สงสัยว่ากลุ่มมิจฉาชีพรู้ชื่อผู้รับ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์มือถือของบุคคลที่ต้องการส่งพัสดุไปเรียกเก็บเงินปลายทางได้อย่างไรนั้น คำตอบคือ

(1) กลุ่มมิจฉาชีพทำเว็บไซต์หลอกขึ้นมา เพื่อให้มีคนหลงเชื่อและเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น เปิดรับสมัครงาน รายได้ดี ใครสนใจกรอกข้อมูลตามลิงก์นี้ โดยให้ใส่ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, ที่อยู่, อายุ, วันเดือนปีเกิด และเบอร์โทร เป็นต้น

(2) เข้าไปเอาข้อมูลส่วนตัวในคอมเมนต์ของเพจเฟซบุ๊กที่มีการให้พรีออเดอร์ของหรือแจกสิ่งของต่าง ๆ ขณะเดียวกันมิจฉาชีพบางกลุ่มอาจดึงข้อมูลส่วนตัวมาจากภาพกล่องพัสดุที่บางร้านค้าออนไลน์โพสต์ลงในหน้าเพจเพื่อแจ้งว่าส่งสินค้าไปแล้ว โดยไม่มีการเบลอข้อมูลสำคัญของลูกค้า

และนี่วิธีการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกส่งพัสดุแล้วเรียกเก็บเงินปลายทางที่กำลังอาละวาดอยู่ในตอนนี้ นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องที่นักช้อปออนไลน์ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ การขีดฆ่าหรือลบชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทร บนกล่องพัสดุ ใบจ่าหน้า หรือสติ๊กเกอร์จ่าหน้าให้หมดก่อนนำกล่องพัสดุไปทิ้ง เพียงเท่านี้ป้องกันคุณให้ห่างไกลจากแก๊งมิจฉาชีพแล้ว

อ้างอิงข้อมูลจาก : ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร)


READ MORE :