รับมือยังไงดี? โคโรน่าไวรัส มีระยะฟักตัวนาน 24 วัน จากเดิม 14 วัน

ads

กักตัวดูอาการ หรือการ Quarantine ผู้ที่มีความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจำกัดการติดเชื้อตัวนี้ระหว่างคนสู่คน ซึ่งก่อนหน้านี้ ทั้งทางการไทย และ ต่างประเทศ มีการกักตัวผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อยาวนานถึง 14 วัน ก่อนการปล่อยตัวให้ออกมาพบปะผู้คนได้ แต่อย่างไรก็ดี งานวิจัยใหม่ ออกมาแล้วว่า ไวรัสโคโรน่า มี Incubation period ได้ยาวนานมากถึง 24 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากเลยทีเดียว

อะไรคือ Incubation Period?

สำหรับคำว่า Incubation Period หมายถึง ระยะเวลาตั้งแต่การสัมผัสกับผู้ป่วยที่อาจเป็นพาหะนำโรค ไปจนถึง ระยะเวลาแสดงอาการว่าติดเชื้อ แต่สำหรับในทาง ชีววิทยาแล้ว คำว่า Incubation Period หมายถึงระยะเวลาในการเกิดเหตุการใดเหตุการณ์หนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ระยะเวลาของการฟักเป็นตัวของไข่ไก่ (อ้างอิง : wiki)

ระยะเวลาแสดงอาการ จากเดิม 14 เป็น 24 วัน

งานวิจัยตัวนี้ นำโดย Dr.Zhong Nanshan ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคติดต่อของประเทศจีน ผู้ที่เป็นผู้ค้นพบ SARS ในปี 2003 โดยในครั้งนี้คุณหมอท่านี้ ค้นพบว่า ระยะเวลาแสดงอาการของ ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ไม่ได้ยาวนานที่สุดแค่ 14 วัน แต่อาจไม่แสดงอาการเลย จนถึง 24 วัน นั่นแปลว่า ก่อนหน้านี้ เราทุกคนได้รับคำแนะนำจากทางการว่า หากเป็นผู้เสี่ยงในการติดเชื้อ จากการเดินทางไปประเทศจีน หรือ อยู่ใกล้กับผู้ป่วย จะต้องมีการกักตัวแค่เพียง 14 วัน นั้น เป็นเรื่องที่มีความเสี่ยง ซึ่งในขณะนี้ ยังไม่มีข่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อค้นพบระยะเวลาในการแสดงอาการใหม่ถึง 24 วันนี้ จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ?

WHO ยังไม่ประกาศให้ ยังคงมีการกักกันตัวผู้สงสัยติดเชื้อเป็น 14 วันเหมือนเดิม

Straitstimes.com – หลังจากที่มีการค้นพบ ว่าการแพร่เชื้อสามารถมีต่อไปได้แม้ว่าผู้ป่วยจะถูกกักตัวมาแล้ว 14 วันก็ตาม ทาง World Health Organization (WHO) เนื่องจากทางองค์กรมองว่า ต้องการหลักฐานมากกว่านี้ และงานวิจัยอาจมีข้อผิดพลาด หรือ วิธีวิจัยผิดพลาด

ทาง WHO ยังให้ข้อมูลต่อไปว่า ค่าเฉลี่ยของผู้ที่แสดงอาการติดเชื้อนั้นอยู่ที่ 3 วัน จากข้อมูลผู้ป่วย 1,099 คน ใน 552 โรงพยาบาลในประเทศจีน และยังไม่มีใครที่แสดงอาการหลังจากวันที่ 24 เป็นต้นไป


อย่างไรก็ดี ในเรื่องนี้ คาดว่าในประเทศไทยก็น่าจะยังไม่มีการกักตัวผู้ป่วยนานกว่า 14 วัน และตัวช่วยที่ดีที่สุดก็คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และ ใช้หน้ากากอนามัย ป้องกันเชื้อโรค และล่าสุด ทางการจีน มีการออกแอพพลิเคชั่น สำหรับเช็คความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ซึ่งในอนาคตอาจสามารถนำมาใช้ในประเทศไทยได้ด้วย