Home สำรวจตลาด เตือนภัย 5 ขั้นตอนปฏิบัติ ก่อนตกรางรถไฟฟ้า BTS

5 ขั้นตอนปฏิบัติ ก่อนตกรางรถไฟฟ้า BTS

5 ขั้นตอนปฏิบัติ ก่อนตกรางรถไฟฟ้า BTS

อย่ารอสร้างไม่กั้นอย่างเดียวเพราะงบประมาณสูง

ไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุสุดวิสัยอย่างนี้ขึ้น จากข่าวล่าสุดที่มีหญิงสาวเป็นลมตกรางที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ราชเทวีในช่วงเช้า แม้ว่าเคสนี้จะไม่ใช่หญิงตั้งครรภ์เหมือน ข่าวตอนมีคนตกแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์สถานีบ้านทับช้าง เมื่อช่วงเวลาใกล้เคียงกันของปีที่แล้ว 2017) ก็เป็นเรื่องน่าตกใจของบรรดาผู้โดยสาร ที่มีปริมาณนับหมื่นคนต่อชั่วโมง  เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับใครอีก ไม่ต้องรอการแก้ปัญหาที่ปลายทาง มาดูขั้นตอนการขอความช่วยเหลือ และดูแลตัวเองเบื้องต้น ดังนี้

1 กินให้อิ่ม เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย ก่อนขึ้นรถไฟฟ้า..อย่าคิดว่ารอสถานีหน้าเดี๋ยวก็ถึง

ถ้าคุณรู้ว่าต้องเดินทาง แล้วเกิดหิวหรือ ปวดท้องเข้าห้องน้ำก่อนจะขึ้นรถพอดี ให้รับประทานอาหารมาให้เสร็จก่อนเข้าใช้บริการในสถานี ขอพนักงานเข้าห้องน้ำอย่าได้เหนียมอาย เพราะการที่ร่างกายรู้สึกไม่สบายตัวจากระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย มีผลโดยตรงกับการสร้างอินซูลิน สมองจะเร่งประมวลระดับน้ำตาลในเลือด หากมีน้ำตาลไม่พอจะส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียฉับพลัน กระตุ้นให้เป็นลมหน้ามืดได้ไวทั้งเพศชายและเพศหญิง อย่าคิดว่ารอสถานีหน้าเดี๋ยวก็ถึง เพราะอาจจะเกิดเหตุรถไฟหยุดด้วยสัญญาณขัดข้องอีก

2 ถ้ารู้ตัวว่าวันนั้นอ่อนเพลียอยู่แล้ว อย่าเข้าไปในที่ขบวนแออัด

ถ้ารู้ว่าวันนั้นเพิ่งฟื้นไข้ เพิ่งหายป่วย หรือมีอาการรุม ๆ หน่อย ๆ ก็หลีกเลี่ยงการขึ้นรถโดยสารในชั่วโมงเร่งด่วน และหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในขบวนที่คนเยอะ ๆ เวลาออกจากขบวนรถก็ไม่ต้องรีบไปออกันอยู่หน้าประตู ให้คนอื่นไปก่อนก็ได้

การเยียวยา คืนเที่ยว คืนค่าโดยสาร รถไฟฟ้าบีทีเอส

3 ขอความช่วยเหลือจากคนข้าง ๆ

ถ้ามีแรงก็ร้องออกมาดัง ๆ “ช่วยด้วยค่ะ จะเป็นลม” เพราะเสียงที่คิดว่าดังอาจจะเบามาก จนคนอื่นไม่ได้ยิน หลังจากนั้นก็หวังว่าคนข้าง ๆ จะมีความรู้ด้านการปฐมพยาบาล ช่วยให้ทางผู้ป่วยมาช่วยเหลือ อย่างน้อยก็พยุงไปนั่งที่ว่างได้

ข้อควรระวัง!!
ในระหว่างที่เกิดไทยมุง ก็อาจจะมีผู้ไม่หวังดี ขโมยโทรศัพท์ นาฬิกา ของมีค่าที่ติดตัวคุณมาก็ได้ ที่บอกไว้
เพราะต้องการเตือนในแบบไม่โลกสวย เหตุการณ์ถูกรูดทรัพย์เกิดมาหลายครั้ง และวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด
คือไม่สวมใส่ทรัพย์สินมีค่าล่อตาล่อใจโจร ไม่ควรเล่นโทรศัพท์มือถือขณะเดินทาง ป้องกันการตกหล่น
และถูกหยิบฉวยได้ง่าย ควรมี่ที่เก็บที่มิดชิด

 

4 ออกมาจากตัวรถแล้วลงนั่งพื้นที่ปลอดภัย

แต่ถ้าหากรถถึงสถานีปลายทาง หรือ สถานีที่ต้องการลงแล้ว ให้มองหาพนักงานรักษาความปลอดภัย และรีบแจ้งของความช่วยเหลือว่า “ช่วยด้วยครับ! เป็นลม” แล้วทางเจ้าหน้าที่จะส่งแม่บ้านมาปฐมพยาบาลพร้อมแอมโมเนีย และพาไปนั่งพัก ซึ่งอย่าตกใจหากเขาจะให้คุณนั่งพักบนพื้นเดี๋ยวนั้น แทนที่จะพาไปนั่งที่เก้าอี้ เพราะเขากลัวคุณเดินไม่ไหว การหน้ามืดเป็นลม อาจจะล้มหัวฟาดพื้นเกิดเป็นอันตรายได้ ควรนั่งลงในจุดที่เจ้าหน้าที่กั้นที่ไว้ให้ และจะมีรถเข็นมาพาไปห้องพยาบาล

 

5 ไม่ฝืนเดินทางต่อ

ในกรณีที่เป็นลมหน้ามืด เพราะหิวข้าว ยังพอทน แต่หากเกิดจากอาการป่วยเรื้อรัง หรือเจ็บป่วยมาก่อนหน้า หรือ มีสัญญาณของอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ให้รีบไปพบแพทย์ ซึ่งหากคุณเป็นคนที่มี Lifestyle มีชีวิตแบบคนเมือง ควรมีประกันสุขภาพ หรือ ประกันอุบัติเหตุไว้สักฉบับ เพื่อเวลาป่วยกระทันหันจะได้ไม่ปวดใจกับค่ารักษา คือถ้ารู้สึกตัวว่าไม่ไหวแล้ว ขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่พาไปโรงพยาบาลให้ใกล้ที่สุด และขอตรวจทันที อย่าฝืนนั่งรถไปต่อ เพราะหากมีสัญญาณของโรคเกิดขึ้นแล้ว อาจหมายถึงความเสี่ยงของอาการหัวใจวายเฉียบพลัน (SIDs) ได้

คลิปจาก ข่าวช่อง One

อย่าเพิ่งไปบ่นเกี่ยวกับระบบการจัดการ ต้องยอมรับว่าทาง BTS ก็ได้เทรนด์คน อบรมพนักงานรักษาความปลอดภัย และ เจ้าหน้าที่ให้คอยให้บริการดูแลผู้โดยสารได้อย่างดีที่สุด อย่างน้อยบ้านเราก็ไม่เป็นเหมือนจีน ญี่ปุ่น หรือ อินเดีย ที่การขึ้นรถไฟฟ้า เปรียบเสมือนการแย่งพื้นที่รอดตายกันทีเดียว หากต้องไปทำงานในสภาพแบบนี้ คนท้อง คนแก่ คนพิการ ไม่มีทางได้ขึ้นแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม :