Home สำรวจตลาด เตือนภัย พระราชกิจจานุเบกษา ประกาศห้ามนำเข้าไขมันทรานส์ เพราะเสี่ยงโรคหัวใจ

พระราชกิจจานุเบกษา ประกาศห้ามนำเข้าไขมันทรานส์ เพราะเสี่ยงโรคหัวใจ

พระราชกิจจานุเบกษา ประกาศห้ามนำเข้าไขมันทรานส์ เพราะเสี่ยงโรคหัวใจ

Trans Fat คืออะไร?

ท่านที่นิยมติดตามข่าวสารทาง Social Media จะพบว่า เมื่อช่วงวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา มีประกาศพระราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับการห้ามนำน้ำมัน หรือ ไขมันชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ไขมันทรานส์” เข้ามาในราชอาณาจักรไทย ข้อมูลนี้เมื่อเช็คกับต้นฉบับแล้วพบว่า เป็นการห้ามผลิตและจำหน่าย ไขมันที่เติมไฮโดรเจนเข้าไปในโมเลกุล ซึ่งได้รับการพิสูจน์อย่างแน่ชัดแล้วว่ามีผลกระทบกับโรคหลอดเลือดหัวใจ

พระราชกิจจานุเบกษา ประกาศจากกระทรวงสาธารณสุข ห้ามผลิต นำเข้า หรือ จำหน่าย

พระราชกิจจานุเบกษา ประกาศห้ามนำเข้าไขมันทรานส์ เพราะเสี่ยงโรคหัวใจ

ซึ่งการออกกฎหมายฉบับนี้ส่งผลให้การผลิตและจำหน่ายอาหารบางชนิดถูกห้ามและจำกัดไปด้วย เช่น น้ำมันที่ใช้ทอดอาหาร, วัตถุดิบทำอาหารบางชนิด รวมถึง ยาบางชนิดอีกด้วย อาหารที่มีเจ้าไขมันทรานส์ (Trans Fat) นี้เป็นส่วนประกอบอยู่มาก เช่น เฟรนส์ฟรายทอด นั่นเอง

ไขมันทรานส์ คืออะไร? (Trans Fat is..)

ไขมันทรานส์ (Trans-unsaturated fatty acids / Trans fatty acids) เป็นไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งปกติแล้วจะพบได้ทั้งในธรรมชาติ และ ไขมันที่มนุษย์ทำขึ้น

ในต่างประเทศเป็นที่พูดถึงกันมานานแล้วว่า มีความเสี่ยงที่ทำให้หลอดเลือดแดงไม่ปกติ เพราะต้องทำงานหนักจากการกำจัดหมู่ไฮโดรเจน ที่ร่างการดูดซึมจากเจ้าไขมันตัวนี้ ซึ่งมีพันธะไฮโดรเจนจับตัวกันเป็นพันธะคู่ เวลาจะย่อยและดูดซึม ร่างกายต้องเสียพลังงานสูงกว่าไขมันอื่น ๆ ทำให้เกิดความร้อนขณะทำลายพันธะสูงถึง 30-40 องศาเซลเซียส

อย่างไรก็ดีเจ้าไขมันทรานส์ถูกค้นพบว่าเป็นสาเหตุของไขมันที่ทำร้ายร่างกายที่รู้จักกันในชื่อ คอเลสเตอรอล (LDL) มีหลักฐานกล่าวถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2003 และเป็นที่ตื่นตัวอีกครั้งในปี 2018 เมื่อองค์การอนามัยโลก WHO (World Health Organisation) ได้รณรงค์ถึงเรื่องสุขภาพจากการรับประทานไขมันทรานส์อย่างจริงจัง

โมเลกุลของไขมันทรานส์

คำว่า ทรานส์ (Trans) ตามความหมายทางเคมี คือการอยู่ฝั่งตรงข้ามของสายพันธะเดียวกันนับจากโมเลกุลของคาร์บอน (C) ที่เป็นโมเลกุลที่พบมากที่สุดในสิ่งมีชีวิต และพันธะคู่ตรงลูกศรสีแดงนั้น น้ำย่อยในร่างกายของคนเราเข้าไปจับยากกว่าไขมันไม่อิ่มตัวประเภทซีส (Cis-) ซึ่งมีช่องเว้นว่างให้น้ำย่อยเข้าไปจับได้ง่ายมากกว่า และเมื่อแตกพันธะแล้วไม่มีโมเลกุลไฮโดรเจน (-H) หลุดออกมา

ภาพจากเว็บไซต์ Visionlearning.com

คำว่า อนุมูลอิสระที่เราพูดถึงกันบ่อย ๆ ก็คือโมเลกุลของไฮโดเจน (-H) ซึ่งมีความเป็นขั้วเป็นประจุลบ เมื่อเจ้าโมเลกุลนี้ถูกดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดมาก ๆ โมเลกุลของเลือดก็ต้องทำงานหนัก ไปดักจับเอาไว้ ไม่อย่างนั้นแล้ว ไฮโดรเจนนี้จะไปสร้างพันธะทำปฎิกิริยากับเซลล์อื่น ๆ ทั่วร่างกายให้เสื่อมสภาพเร็ว ว่าง่าย ๆ ก็คือทำให้เซลล์ทำงานหนัก และเซลล์แรกที่หมู่ไฮโดรเจนอิสระก็คือพวกเม็ดเลือด

ในหนุ่มสาว อาจจะยังไม่เห็นผลมาก ในเด็กและผู้สูงอายุจะพบเห็นได้ชัดว่ามีอาการเกี่ยวกับโรคอ้วนและน้ำหนักเกิน ส่วนผู้สูงอายุจะเห็นชัดว่ามีอาการเกี่ยวกับโรคหัวใจ และ เส้นเลือดหัวใจ

กล่าวโดยสรุปคือ ไขมันอิ่มตัวที่โมเลกุลหงิกงอ ร่างกายพอจะย่อยได้ง่ายมากกว่า แต่ไขมันที่เรียงตัวกันเป็นสายยาว ๆ ร่างกายย่อยยากขึ้น แถมยังเกิดเป็นหมู่ไฮโดรเจนอิสระพาเจ้าไขมันนี้ลอยล่องไปตามเส้นเลือดอีก เกิดเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดบ้าง คอเลสเตอรอลสูงมาก  ดีแล้วที่ไทยเรามีประกาศฉบับนี้เพื่อไม่ให้อนาคตประชากรไทยเราได้รับความสูญเสียทางด้านสุขภาพจากการรับประทานไขมันชนิดนี้เข้าไป

วิธีการหลีกเลี่ยงง่าย ๆ ก็คือพยายามรับประทานอาหารที่เป็นวัตถุดิบธรรมชาติ ใช้ไขมันจากธรรมชาติ อย่างน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันหมู ในการปรุงอาหาร หรือหลีกเลี่ยงพวกไขมัน ไม่รับประทานบ่อย วันไหนที่รู้สึกว่ากินมากเกินไปแล้วก็ไปออกกำลังกายเผาผลาญบ้างก็ดีนะคะ ด้วยความปรารถนาดีจาก www.promotions.co.th ค่ะ

Read More :

Exit mobile version