ads

ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา หลายแบรนด์ดังทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบเอเชียบ้านเรา ก็มีการปล่อยไม้เด็ดงัดเอาโปรโมชั่นมาลดแลกแจกแถมลูกค้ากันอยู่เนืองๆ และ สิ่งที่ลูกค้าชอบมากก็คือ Happy Bag หรือ ถุงที่บรรจุสินค้า ที่จ่ายเพียงน้อยนิด แต่อาจได้สินค้าที่มีมูลค่าสูง สำหรับเป็นของขวัญให้ตัวเอง และหากว่าตัวเองไม่ได้ใช้ก็สามารถแบ่งขายหรือแจกได้ตามสะดวก และนั่นขอให้รู้ไว้เลยว่า มันก็คือ กล่องสุ่มดีๆนี่เอง ซึ่งในเมืองไทย การเปิดกล่องสุ่มมาอยู่ตรงจุด Peak ที่สุด ตั้งแต่กลางปี 2019 ที่มี คนค้นหา กล่องสุ่มมือสองญี่ปุ่น กันอย่างล้นหลาม และนั่นอาจตรงจริตของคนไทยที่ชอบเสี่ยงโชค ยกตัวอย่างใกล้ตัวง่ายๆ ก็เหมือนกับการเล่นหวยนั่นเอง

กล่องสุ่ม VS Happy Bag ต่างกันหรือเหมือนกัน?

ความแตกต่างกันระหว่างกล่องสุ่ม กับ Happy Bag ที่เห็นได้ชัดมากเลยก็คือ กล่องสุ่มจะเป็นการรวมของมือสอง หรือ มือหนึ่ง มาไว้ในกล่องเดียว โดยที่อาจมีหลายแบรนด์ หรือ แบรนด์เดียวกันอยู่ก้ได้ และขายเป็นลักษณะกล่องกระดาษที่ซีลไว้อย่างดี (Assorted Items) แต่สำหรับ Happy Bag โดยมากแล้ว เรามักจะเห็นเป็นถุงช้อปปิ้งที่รวมของหลายๆอย่างของแบรนด์เดียวในกระเป๋า ที่ไม่ได้รวบรวมมาจากที่ไหน แต่เป็นของในร้านนั่นเอง และนี่คือความแตกต่างกัน ระหว่าง Happy Bag กับ กล่องสุ่ม ที่เห็นได้ชัดเจน

แต่ความเหมือนกันระหว่างสองอย่างนี้ มันก็คือการ “เสี่ยงโชค” หรือ “วัดดวง” กัน โดยยกตัวอย่าง กล่องสุ่มของแบรนด์ Carnival ที่ผ่านมา ที่มีราคา 5,000 บาท สำหรับบางคนแล้ว ได้รับของที่มีมูลค่าสูงเป็นหลายหมื่นบาทก็มี บางคนได้แค่หลักพันก็มี คือว่าง่ายๆ อาจคุ้มมาก หรือ อาจ ไม่คุ้มเลยก็เป็นได้เช่นเดียวกัน 

กล่องสุ่มมีกี่ประเภท? แบบไหนบ้าง?

กล่องสุ่มญี่ปุ่น (ของมือหนึ่ง มือสอง)

กล่องสุ่มญี่ปุ่น Japan Mysterious Box ประเภทนี้ จะเป็นของนำเข้า โดยเริ่มมาจากร้านนำเข้าของมือสองญี่ปุ่น ที่มีไอเดียจับทุกอย่างที่น่าสนใจยัดลงไปในกล่องใบเดียว โดยที่ไม่ต้องรอให้ลูกค้าเลือก ในบางครั้งก็จะเจอของที่ยังไม่ได้แกะมาใช้บ้าง (ของมือหนึ่ง) แต่โดยมากแล้วก็จะเป็นของมือสองแทบทั้งสิ้น และแน่นอนว่า ของมือสองเหล่านี้เป็นของดีจากญี่ปุ่น ในราคาที่มิตรภาพ และมักจะได้ของดีคุ้มราคามาใช้ด้วย

กล่องสุ่มของเล่น


แน่นอนว่าเป็นกล่องที่มีแต่ของเล่น และโดยมากก็จะมาจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และอาจมีมาจากอเมริกาอย่าง eBay หรือ Amazon ฯลฯ ด้วย ถ้ามาจากโซนเอเชียก็อาจเป็นของมือสอง แต่ถ้ามาจากโซนอเมริกา มักจะมีราคาสูง และเป็นของมือหนึ่งทั้งหมด อันนี้ต้องไปวัดดวงกันเอาเอง

กล่องสุ่มแบรนด์ รองเท้า เสื้อผ้า ฯลฯ


สุ่มเรื่องนี้ ถ้าว้าวก็ว้าวไปเลย ถ้าแป๊ก ก็แป๊กเลย เพราะว่า เสื้อผ้า รองเท้า บางทีไม่ใช่ไซส์ และสไตล์ก็อาจจะไม่ใช่ด้วย โดยมากแล้ว ก็จะเป็นเสื้อผ้าจากญี่ปุ่น จากอเมริกา แต่ที่เห็นๆกันเลยก็จะเป็นประเภท Vintage แต่อย่างไรก็ดี หากจะซื้อของประเภทกล่องสุ่มเสื้อผ้า รองเท้า แนะนำให้ซื้อ Happy Bag ที่เป็นของมือหนึ่งแทน ข้อดีคือได้ของที่ยังไม่เคยใช้ ได้ของมูลค่าสูง แต่ข้อเสียคือ Happy Bag จะมีราคาสูงกว่าปกติ เพราะเหมือนซื้อเหมารวม และยกตัวอย่างกล่องสุ่มของร้าน Carnival ที่หลังๆ มีคนหากันค่อนข้างมาก

กล่องสุ่มเครื่องสำอางค์

กล่องสุ่มเครื่องสำอาง ก็เป็นอีกประเภทที่ไม่ค่อยแนะนำ เพราะ เครื่องสำอางค์มันเหมาะกับบุคคล และต้องไปลองใช้ แต่สำหรับเครื่องสำอางค์ ที่เป็นแบรนด์ และเป็นกล่องสุ่ม ในรูปแบบ แบรนด์เดียว ก็น่าสนใจ เพราะก่อนซื้อ ก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าเครื่องสำอางค์แบรนด์นั้นถูกจริต หรือ จะแพ้หรือเปล่า?

กล่องสุ่ม สำหรับเล่นเกมออนไลน์


กำลังเป็นเทรนด์ในปี 2019 ที่ผ่านมา และ น่าจะเป็นที่นิยมในปีนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่ต้นปี มีผู้ค้นหา เว็บสุ่มบัตรการีน่า สำหรับ การเปิดกล่องสุ่มออนไลน์ อาจเป็นการ์ด หรือเป็นกล่องสมบัติ และจะได้ของ ไอเทมเกมที่น่าสนใจ อันนี้ต้องลองไปเปิดกันดูเอง

กล่องสุ่มเครื่องครัว


ตัวนี้จะเป็นการแยก เกรด โดยมักจะเห็นเกรดอยู่สองแบบคือ Grade A และ Grade B โดยจะมีราคาตั้งแต่ 500 ไปจนถึง 3,000-4,000 บาท พึ่งจะมาเริ่มเห็นตอนปลายปี 2019 ที่ผ่านมา และคาดว่าน่าจะมีมากขึ้นในปี 2020 นี้ เครื่องครัวส่วนใหญ่จะมาจากญี่ปุ่นอีกเช่นเคย

กล่องสุ่มขนม-อาหาร (Snack Box Subscription)

กล่องสุ่มประเภทนี้ สำหรับคนขี้เบื่อ และอยากกินอาหารแต่ไม่รู้จะกินอะไรดี จึงมีการทำ Snack Box หรือเป็น Snackbox Supscription รายเดือน โดยทางร้านค้าจะมีการส่งขนมหรืออาหารมาให้เป็นรายเดือนโดยที่จะไม่ซ้ำกันทำให้ได้กินอาหาร หรือ ขนม แปลกๆใหม่ๆ เรื่อยๆ หากเป็นขนมก็จะเป็นขนมที่มาจากต่างประเทศ แต่ก็จะมีในลักษณะขนม Home Made บ้างในบางร้าน

กล่องสุ่มสินค้าประเภทอื่นๆ

มันยังมีสินค้าประเภทอื่นๆที่ถูกจับมารวมกันในกล่อง ที่เป็นไอเท็มที่คนชอบเสี่ยง อยากซื้อมาลองเปิดดู เพื่อจะลุ้นว่ามีอะไรอยู่ข้างในบ้าง และจากการค้นหา มีอยูีหลายประเภท เช่น กล้องที่ใช้ฟิล์ม กล่องสุ่มประเภทแฟนคอนเสิร์ต อย่าง Blackpink, momo, และสินค้าประเภทแฟนคลับอื่นๆอีกเยอะแยะมากมาย


ไอเดียกล่องสุ่ม ที่หลายๆแบรนด์อาจนำเอามาเล่นกัน

สำหรับในปีนี้ การเล่นการตลาดแบบกล่องสุ่มน่าจะมีการเติบโตมากขึ้นและขยายไปในหลายๆรูปแบบสินค้า เพราะปีนี้ มีความเป็นไปได้ที่จะเจอสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้คนไม่ค่อยจับจ่าย การทำ กล่องสุ่มหลายๆอย่างขึ้นมาจะทำให้การตลาดน่าสนใจขึ้น และคนอาจซื้อมากขึ้นด้วย เรามาดูไอเดียกล่องสุ่มในปี 2020 เผื่อแบรนด์มาเห็นอาจนำไปใช้ได้

  1. กล่องสุ่มอุปกรณ์มือถือ – อาจรวมเคส สาย ชาร์จ ฟิล์มกันรอย ฯลฯ
  2. กล่องสุ่มเกมส์ตามหมวดหมู่ – เช่น เกมส์ Action, RPG, FPS ฯลฯ
  3. กล่องสุ่มของแต่งบ้าน
  4. กล่องสุ่มของแต่งรถ
  5. กล่องสุ่มอุปกรณ์ทำสวย – เช่นไดร์เป่าผม กิ๊ฟหนีบผม ฯลฯ
  6. กล่องสุ่ม Gadget – นาฬิกาออกกำลังกาย, อุปกรณ์ IT, ฯลฯ

กฎหมายเกี่ยวกับการ “สุ่ม” เสี่ยงโชค ในเมืองไทย?

การขายกล่องสุ่ม อาจไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เหมือนกันกับ การจัดแจกของรางวัลจากการเสี่ยงโชคในประเทศไทย เนื่องจาก การขายกล่องสุ่ม มันคือการขายสินค้าเป็น Package โดยที่ผู้ซื้อเลือกไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่การแจกฟรี ไม่เหมือนกันกับการ ไลฟ์สดชิงโชคแจกสินค้า ที่ทำกันค่อนข้างมาก และจำเป็นต้องขออนุญาต ตามมาตรา 8 พระราชบัญญัติการพนัน 2478 แต่สำหรับใครก็ตามที่ไปเจอการไลฟ์สดกล่องสุ่มและมีการแจกของรางวัล หรือ ชิงโชค ให้รู้ไว้เลยว่าหากไม่ได้ขออนุญาต จุดนั้นผิดกฎหมายอย่างแน่นอน

 

สมัครบัตร Citibank เรดดี้เครดิต ผ่อน iPhone 11 0% 40 เดือน
ผ่อนมือถือ 40 เดือน 0%

กดเงินสดดอกเบี้ยฟรี 0% 3 รอบบัญชีแรก รับกระเป๋าเดินทาง Premium Trolley Bag 20 นิ้ว และสามารถใช้ผ่อน Smartphone ได้ยาวถึง 40 เดือน แบบ 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ (เช่น AIS)

More Less
LinkedIn